21 ก.ค. เวลา 17:01 • ไลฟ์สไตล์

ตอนที่12 โชคดีหรือความสามารถ อันไหนกันแน่

“ขนมกล้วย ขนมตาง ขนมใส่ไส้ มาแล้วจ้า” เสียงของพ่อค้าสวมหมวกปีกรอบใบโก้สีน้ำตาลอ่อนหม่น หาบสาแหรกคานไม้มีกระจาดสองข้างซึ่งเรียงรายอย่างเป็นระเบียบด้วยห่อขนมที่มีเตี่ยวทางมะพร้าวคาดแบบยาวสุดเป็นขนมใส่ไส้ เตี่ยวสั้นมีไม้กลัดไว้แยกกันแบบหนึ่งกลัดกับสองกลัดเป็นขนมกล้วยและขนมตาล ขนมน่ารักดี พ่อค้าเดินผ่านหน้าบ้านเข้ามาจากต้นตรอกถึงท้ายตรอก อยากรู้ว่ามันหนักแค่ไหน เพราะมาแบบเต็มกระจาด เป็นแบบนี้ซ้ำๆ ทุกครั้ง นานๆ หายไปบ้าง รสชาติขนมไม่ต้องบอกว่าอร่อย เพียงแต่โอกาสที่จะได้กินนั้นน้อยเต็มที
ยุคนั้น เป็นยุคที่รัฐอยากให้เพิ่มพลเมือง แต่ละบ้านมีลูกกันไม่น้อย คนขายขนมเลยได้ขาย ชุมชนฝั่งธนที่เป็นพหุวัฒนธรรมมีแขกขายถั่วเทินบนหัว มาขายมุ้ง คนมอญขายแกงเผ็ดสุดอร่อย คนไทยแท้เจ้าของสวน ทำขนมไทยอร่อย คนจีนมีมากหน่อยส่วนมากเป็นแต้จิ๋ว ใช้แซ่กันเกือบทุกหลัง ค่อยมาเปลี่ยนเป็นนามสกุลอายุก็เข้าชั้นประถมปลายไปแล้ว ตอนย้ายมาโรงเรียนประถมปลายใกล้สะพานพุทธนั้น ข้าพเจ้ามีโดนเพื่อนล้ออยู่บ้าง
เมื่อขอเงินได้หรือมีเงินในมือ เลือกได้ว่าซื้ออะไรดี โรตีสายไหมที่เอาเงินหยอดแล้วไปหยุดที่เลขไหนก็จะได้จำนวนเท่านั้น เด็กชอบกันมาก ไอติมก็ดี มีถังเป็นกระติกเย็นวางในหวายสานสำหรับสะพายไหล่หรือหิ้ว มันหนักไม่เบา และคนขายก็เป็นเด็กชายเสียด้วยเสียงกระดิ่งสั่นกริ๊งๆ เป็นสัญลักษณ์ของไอติมถังหิ้ว แบบแท่งกลม เมื่อมีการทำไอติมแบบตัดเข้ามาและถังไอติมใหญ่มากจนต้องใช้ผู้ใหญ่มาขาย กระดิ่งก็ใหญ่และเสียงดังกังวาลมากตามไปด้วย
แม่ค้าผู้หญิงร่างบางตัวเล็กตามแบบคนไทยยุคนั้น มีการนำไม้ติ้วใส่กระบอก เป็นไม่ไผ่เหลากลมลื่นยาวแบบไม้ลูกชิ้นและมันเคลือบด้วยแล็กเกอร์ ตรงปลายแต้มสีไว้บอกจำนวนเลข เช่นแต้มสีแดงหนึ่งขีด อันต่อมาเป็นเหลืองสองขีด เขียวสามขีด ทั้งหมดมีถึงห้าหรือหกขีด แต่เขาทำเป็นคู่ทุกขีด จึงมีหนึ่งขีด สอง สาม สี่ ห้า หก อยู่อย่างละสองไม้ ทั้งหมดบรรจุในกระบอกเหล็กขนาดกว้างไม่มากนักประมาณสองนิ้ว ใช้มือเขย่าสลับได้ เวลาขาย เด็กที่ชอบเสี่ยงก็จะจับไม้สองอันให้ออกมาเป็นคู่กัน ถ้าขีดเท่ากัน จะได้ไปต่อ จับอีกคู่
ถ้าเก่งจับได้จนหมดกระบอก จะได้ไอติมมากินมากเลย ส่วนใหญ่จะพ่ายแพ้กันไป ได้ไอติมแท่งหนึ่ง แต่ถ้าได้ครึ่งทางหรือได้สามคู่ขึ้นไป แม่ค้าก็ให้พิเศษเหมือนกัน เมื่อมีการลุ้นแบบนี้ทำให้ไอติมขายดีื เด็กเก็บเงินไว้รอจับติ้ว แต่ภายหลังแม่ค้าเลิกให้จับติ้วไป เพราะอาจจะกำไรน้อยก็ได้ ไม่ทราบเหตุผล ข้าพเจ้าเองก็เคยจับจนหมดกระบอก เมื่อจับบ่อยจนติ้วลื่นมือ สังเกตจนจำติ้วได้ ประกอบกับอาจเป็นโชคดีก็ได้ เพราะแม่ค้าคงทราบจึงหมุนติ้วในกระบอกให้ไม้สลับไปมาด้วย ไม่ให้ร่องรอยอยู่ที่เดิม แต่ตอนนั้นข้าพเจ้ายังไม่รู้เหตุผล
ไม่ต่างจากไพ่ที่จะมีบางคนจำหลังไพ่ได้หลายใบ โดยเฉพาะใบสำคัญๆ ที่มองไปรู้ว่าคนนั้นถือไพ่ใบไหน เด็กผู้ชายชอบเล่นไพ่กัน มีแบบกินเงินด้วย นี่ก็เป็นข้อห้ามของบ้านเราไม่ให้เข้าไปยุ่งดู แต่เรามาเล่นกันเองแบบไม่กินเงิน ใช้ดีดนิ้วเจ็บๆ นานๆ จึงทดลองเล่น และเมื่อเรียนหนังสือต้องทำงาน ทำการบ้าน เวลาจะสนใจไพ่จึงไม่มี อีกอย่างเพราะไม่มีสำรับไพ่ให้เล่นเป็นของตัวเอง การโกงในวงไพ่มันสนุกไม่น้อย ทั้งการซ่อน แอบดู ตัดหรือสับไพ่ เป็นสิ่งที่คิดหามาเล่น เหล่านี้ล้วนเพิ่มอัตตาในตัวเด็กที่ชนะว่า“กูแน่”ซึ่งเป็นสองคมมีด
อย่างไรก็ตาม คนจีนมีคำกล่าวไว้ว่า“ฟ้าลิขิตมาแล้ว” ทีจู้เตี่ย (แต้จิ๋ว) บางครั้งเราไม่มีทางกำหนดชะตาชีวิตได้ เป็นการปลอบใจเมื่อต้องพบเรื่องที่ไม่คาดคิดมาก่อน
โฆษณา