22 ก.ค. เวลา 03:17 • วิทยาศาสตร์ & เทคโนโลยี

ทำไมอิหร่านถึงหวง F-5

"An Islamic Republic of Iran Air Force (IRIAF) F-5 fighter jet struck Camp Buehring, a major US military installation in Kuwait, during the recent war between the US and Iran, NBC News reported. If confirmed, the incident would be a rare breach of American air defenses in the region."
"NBC News รายงานว่าเครื่องบินขับไล่ไอพ่น F-5 ของกองทัพอากาศอิหร่านทำการโจมตีค่ายบิวฮ์ริ่ง ซึ่งเป็นฐานทัพทางทหารที่สำคัญในคูเวต ระหว่างสงครามใหญ่สหรัฐฯกับอิหร่าน หากการโจมตีครั้งนี้มีมูลความจริง อาจเป็นความสูญเสียที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนกับระบบป้องภัยทางอากาศของสหรัฐฯในภูมิภาคนี้ (ตะวันออกกลาง)"
The Aviation Geek
F-5F รุ่นสองที่นั่งสำหรับฝึกบินเปลี่ยนแบบ
สวัสดีครับท่านผู้อ่านทุกท่าน ในบทความที่แล้วผู้เขียนก็ได้นำเสนอเรื่องราว MQ-9 Reaper ซึ่งเป็นอากาศไร้คนขับติดอาวุธที่มีบทบาทมากในสงครามอิหร่าน แต่ก็มีการสูญเสียโดรนแบบนี้ไปเป็นจำนวนจากการถูกอิหร่านสอยร่วงลงมา เช่นเดียวกับเครื่องบินขับไล่ F-5E ของกองทัพอากาศอิหร่านซึ่งมีจำนวนไม่กี่เครื่องที่เหลือรอดจากการถูกทำลายของสหรัฐฯและอิสราเอล
ก่อนที่จะเข้าสู่บทความผู้เขียนขอใช้ช่วงเวลานี้เป็นโอกาสทองในการหาเงิน ภาพเครื่องบินขับไล่ F-5 ของกองทัพอากาศอิหร่านที่นำมาเป็นภาพหน้าปกบทความนี้หากท่านใดสนใจให้ผู้เขียนนำไปปริ้นท์เป็นโปสเตอร์ สามารถทักมาหาผู้เขียนใน Facebook ส่วนตัวที่มีรูปโปรไฟล์ผู้เขียนพร้อมพื้นหลังสีเขียวชื่อ Maverick Nonsak ได้
ราคาที่จะให้ท่านโอนเข้าบัญชีก่อนที่ผู้เขียนจะส่งให้ร้านปริ้นท์อยู่ที่ 200 บาท หากท่านใดสนใจขอเลขบัญชีให้ท่านทักมาได้ที่แชทส่วนตัวผู้เขียนนะฮะ
สำหรับค่าปริ้นที่ท่านโอนผ่านทาง Messenger ส่วนตัวด้วยจำนวนเงิน 200 บาทรวมค่าส่ง เมื่อรับโอนแล้วผู้เขียนจะนำยอดนี้ไปใช้ในการปริ้นท์ภาพจำนวนหนึ่ง อีกส่วนที่ได้รับจะนำไปใช้เป็นค่าบำรุงพระพุทธศาสนา ค่าอาหารพระสงฆ์ ค่าถวายสังฆทาน ค่าน้ำ ค่าไฟของวัดและอื่นๆอีกมากมายที่เป็นบุญกุศล
ไม่เพียงเท่านี้รายได้จากการที่ท่านโอนให้ผู้เขียนจำนวนหนึ่งจะนำไปใช้เป็นงบสำหรับส่งเสียให้น้องชายได้เรียนจบมหาวิทยาลัยครบ 4 ปีและเป็นรายได้ให้ตัวผู้เขียนเองในการหาซื้อของดีๆมาขายต่อไป
เครื่องบินขับไล่ F-5A กองทัพอากาศอิหร่าน
"ฟ้าวววววววววววววววววววววว!" เสียงไอพ่นแหลมๆแหวกอากาศที่ดังมาจาก 2 เครื่องยนต์ที่ท่อไอพ่นด้านท้ายหรือว่า Afterburner เสียงเครื่องยนต์ J85 นี้ได้นำ F-5E ลายพรางเดียวกับทะเลทรายบินลดระดับความสูงต่ำลงมาจาก 15,000 ฟุตปักหัวลงมาที่ความสูง 1,000 ฟุตก่อนจะลดต่ำลงมาเรื่อยๆ แล้วบินต่ำผ่านทะเลอันกว้างขวางของช่องแคบฮอร์มุซ
เรือรบของกองทัพเรือสหรัฐฯมีทั้ง เรือฟริเกต เรือพิฆาต เรือเก็บกู้ทุ่นระเบิด เรือดำน้ำ และเรือบรรทุกเครื่องบินยังคงลอยลำอยู่นอกชายฝั่งอิหร่านและยิงปนาวุธโทมาฮอคว์ขึ้นสูท้องฟ้า โทมาฮอคว์ไม่ได้ถูกยิงขึ้นฟ้าเพียงลูกเดียว แต่มันมากันหลายลูกแล้วเข้าสูงน่านฟ้าอิหร่านราวกับห่าฝน
ในขณะที่โทมาฮอคว์เข้าโจมตีดินแดนข้าศึกเครื่องบินขับไล่ F-5E ทั้ง 2 เครื่องได้บินโฉบต่ำน้ำทะเลหลบเรดาร์บินมาด้วยความเร็วสูงก่อนเชิดหัวขึ้นนิดๆ แล้วบินโฉบเรือรบของสหรัฐฯ แต่ไม่มีการทิ้งระเบิดใส่เรือฝ่ายตรงข้าม หรือว่านี่อาจเป็นสงครามจิตวิยาที่อิหร่านงัดออกมาตอบโต้
ในขณะที่บนท้องฟ้าอิหร่านฝูงบินขับไล่ F-5E ของกองทัพอากาศอิหร่านได้ขึ้นบินหมู่ 4 เพื่อแก้แค้นให้เครื่องบินขับไล่ F-14 ที่โดนกองทัพอากาศอิสราเอลใช้เครื่องบินขับไล่ F-35I Adir ทิ้งระเบิดโจมตีอย่างแม่นยำจนเสียหายคาโรงเก็บ
แม้จะเป็นภาพที่น่าสะเทือนใจสำหรับชาวอิหร่านที่ได้ทราบข่าวนี้ กองทัพอากาศอิหร่านยังทำการโจมตีทางอากาศอย่างต่อเนื่องควบคู่ไปกับการโจมตีด้วยขีปนาวุธไฮเปอร์โซนิคที่อิหร่านพัฒนาขึ้นมาเอง
IRIAF F-5E
สำหรับเครื่องบินขับไล่ F-5E หรือที่รู้จักกันในชื่อ "Tiger II" อาจถูกมองว่าเป็นเพียงเครื่องบินรุ่นเก่าในสายตาของหลายประเทศ แต่สำหรับอิหร่าน เครื่องบินแบบนี้คือหัวใจสำคัญของยุทธศาสตร์ทางอากาศและเป็นสัญลักษณ์ของความอยู่รอด วันนี้เราจะขอนำท่านมาเจาะลึกว่าทำไมกองทัพอากาศอิหร่านยังคงหวง F-5
จุดกำเนิดของ F-5 Freedom Fighter เครื่องบินขับไล่ยุคที่ 3 ของกองทัพอากาศอิหร่าน มีที่มาจากปรัชญาการออกแบบที่สวนทางกับเครื่องบินขับไล่ขนาดใหญ่และราคาแพงในยุคนั้นอย่าง F-4 Phantom II โดยเน้นที่ความเรียบง่าย ความคุ้มค่า และประสิทธิภาพที่เกินตัว จนได้รับการยอมรับว่าเป็นหนึ่งในเครื่องบินขับไล่ที่ดีที่สุดและคุ้มค่าที่สุดในยุคสงครามเย็น
ในขณะที่สหรัฐฯ พัฒนาเครื่องบินขับไล่ทิ้งระเบิดอย่าง F-4 Phantom II ที่มีขนาดใหญ่ ซับซ้อน และราคาแพงมาก บริษัท Northrop กลับมองเห็นช่องว่างในตลาดสำหรับประเทศพันธมิตรที่มีงบประมาณจำกัด จึงนำไปสู่การมีเครื่องบินขับไล่ที่ใช้ต้นทุนต่ำ ซึ่งเป็นการพัฒนาที่หักมุมสำหรับกองทัพอากาศสหรัฐฯในยุคนั้น เพราะยังไม่เคยมีเครื่องบินขับไล่สมรรถนะสูงที่มีราคาถูกที่สุดเช่นนี้มาก่อน
เพราะฉะนั้น F-5 ถูกออกแบบมาเพื่อเป็นเครื่องบินขับไล่น้ำหนักเบาที่เน้นให้ผลิตง่าย ใช้งานง่าย และบำรุงรักษาได้ในงบประมาณจำกัด ด้วยขนาดที่กะทัดรัดและปีกที่มีขนาดเล็ก ทำให้ F-5 มีความคล่องตัวสูงกว่าเครื่องบินขนาดใหญ่ในสมัยนั้น ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในการรบทางอากาศระยะประชิด (Dogfight)
F-5 อืหร่านกลายเป็นดาวร้ายในชีวิตจริงไม่ต่างจาก MIG-28 ในภาพยนตร์เรื่อง Top Gun
ความสำเร็จของเครื่องบินขับไล่ F-5 เริ่มต้นจากการนำเครื่องยนต์ General Electric J85 ซึ่งเดิมถูกออกแบบมาเพื่อใช้ในขีปนาวุธเป้าลวง ADM-20 Quail มาติดตั้งคู่กัน
เครื่องยนต์นี้มีขนาดเล็กและน้ำหนักเบาแต่ให้แรงขับสูง ช่วยให้ F-5 พุ่งทะยานผ่านกำแพงเสียงได้ง่ายและมีความเสถียรในทุกระดับความเร็ว การออกแบบนี้ช่วยลดชั่วโมงการบำรุงรักษาเหลือเพียง 6.5 ชั่วโมงต่อการบิน 1 เที่ยว ซึ่งต่ำกว่าเครื่องบินรุ่นอื่นในยุคนั้นมาก
เครื่องบินขับไล่ F-5E ที่กองทัพอากาศอิหร่านมีประจำการสามารถทำความเร็วสูงสุดได้ระหว่าง 1.4 ถึง 1.6 มัค หรือประมาณ 1,700 กม./ชม. มีเพดานบินใช้งานสูงสุดอยู่ที่ประมาณ 15,800 เมตร (51,800 ฟุต) มีประสิทธิภาพการไต่ระดับที่โดดเด่น โดยทำได้ประมาณ 175 เมตรต่อวินาที
มีพิสัยการบินไกลที่สุดอยู่ประมาณ 1,400 กิโลเมตรด้วยการอาศัยถังน้ำมันภายในลำตัวและไกลที่สุดอยู่ที่ 2,943 กิโลเมตร เมื่อติดตั้งถังเชื้อเพลิงสำรองภายนอกทั้งใต้ปีก 2 จุดและใต้ลำตัวอีก 1 จุด ด้วยน้ำหนักตัวที่เบาทำให้เครื่องบินขับไล่ F-5 สามารถขึ้น-ลงบน รันเวย์ที่มีระยะสั้น หรือสนามบินที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกจำกัดได้ดี
อาวุธที่เครื่องบินขับไล่ F-5E ติดตั้งมีอะไรบ้าง เริ่มขากปืนใหญ่อากาศขนาด 20 มม. รุ่น M39 จำนวน 2 กระบอกบริเวณโคนจมูกของเครื่องบินรบแบบดังกล่าว ในส่วนของจุดติดตั้งอาวุธมีทั้งหมด 7 จุด ใต้ปีก 4, ใต้ลำตัว 1 และปลายปีก 2 สำหรับขีปนาวุธอากาศสู่อากาศ รองรับน้ำหนักอาวุธสูงสุดประมาณ 3,175 กิโลกรัม เครื่องบินขับไล่ F-5E รองรับได้หลากหลาย ตั้งแต่ขีปนาวุธ AIM-9 Sidewinder, ระเบิดไม่นำวิถี, ไปจนถึงระเบิดนำวิถีด้วยเลเซอร์ในรุ่นที่ได้รับการอัปเกรด
ก่อนการปฏิวัติอิสลามในปีค.ศ.1979 กองทัพอากาศอิหร่านได้ส่งต่อ F-5A ให้กองทัพอากาศพันธมิตรที่สนใจนำไปประจำการต่อ
ย้อนกลับไปในช่วงสงครามเย็นอิหร่านเคยเป็นหนึ่งในผู้ใช้งาน F-5 รายใหญ่ที่สุดในโลก เรื่องมันมีอยู่ว่าในกลางช่วงทศวรรษที่ 1960 กองทัพอากาศอิหร่านได้มีการจัดหาเครื่องบินขับไล่ F-5A/B Freedom Fighter ประกอบด้วย F-5A จำนวน 11 เครื่องและ F-5B รุ่น 2 ที่นั่งสำหรับฝึกบินเปลี่ยนแบบจำนวน 2 เครื่อง
ต่อมาในเดือนกุมภาพันธ์ค.ศ.1965 เครื่องบินขับไล่ F-5 ฝูงบินแรกในภูมิภาคตะวันออกกลางก็ได้ถือกำเนิดขึ้น โดยเป็นเครื่องบินขับไล่ที่มีสมรรถนะสูงที่สุดของกองทัพอากาศอิหร่านเคียงข้าง F-4 Phantom II ที่จัดหามาในช่วงเวลาเดียวกัน
ปีค.ศ.1972 มีการนำเครื่องบินขับไล่ F-5 เข้าประจำการอีกครั้งทำให้กองทัพอากาศอิหร่านกลายเป็นกองทัพอากาศที่น่าเกรงขามที่สุดกองทัพอาการกาศหนึ่งในภูมิภาคตะวันออกกลาง การเข้าประจำการครั้งนี้ประกอบด้วย F-5A 104 เครื่องและ F-5B อีก 23 เครื่อง ในช่วงเวลาต่อมากองทัพอากาศอิหร่านก็รับมอบ F-5E ซึ่งเป็นรุ่นใหม่ล่าสุดออกจากโรงงานเข้าประจำการ
เดิมทีกองทัพอากาศอิหร่านจะมีการเสริมทัพ F-5E ด้วยฝูงบิน F-16 แต่ทว่ากลับถูกยกเลิกเพราะการปฏิวัติอิสลามในปีค.ศ.1979
F-5E/F ที่กองทัพอากาศอิหร่านนำเข้าประจำการในสมัยั้นมีจำนวน 166 เครื่อง รวมกับ RF-5A ที่กองทัพอากาศได้รับมอบมาใช้สำหรับภารกิจการลาดตระเวนทางอากาศ จุดเด่นของ RF-5A คือมีการติดตั้งกล้องใต้โคนจมูกของเครื่องบินดังกล่าวสำหรับการถ่ายภาพทางอากาศ
เมื่อมาถึงจุดๆหนึ่งกองทัพอากาศอิหร่านมีการส่งออก F-5 รุ่นก่อนๆที่ประจำการมากว่า 10 ปีให้กับกองทัพอากาศพันธมิตรที่ให้ความสนใจ มีทั้งกองทัพอากาศเอธิโอเปีย , กองทัพอากาศกรีซ , กองทัพอากาศตุรกี และกองทัพอากาศเวียดนามใต้ อย่างไรก็ตาม กองทัพอากาศอิหร่านยังคงเก็บเครื่องบินขับไล่ F-5B ไว้ไม่มีส่งออกแม้แต่เครื่องเดียว เพื่อต้องการเก็บไว้สำหรับฝึกนักบินขับไล่ นอกจากการเป็นเครื่องบินขับไล่โจมตีทิ้งระเบิดขนาดเบา เครื่องบินขับไล่ F-5A ยังถูกใช้ในฝูงบินผาดแผลง Golden Crown ของกองทัพอากาศดังกล่าวด้วย
ในที่สุดจุดจบของอะไหล่จากอเมริกาก็มาถึงหลังจากการปฏิวัติอิหร่านในปีค.ศ.1979 สหรัฐฯ ได้ประกาศคว่ำบาตรอาวุธและตัดการส่งมอบอะไหล่ทั้งหมด
ทำให้อิหร่านถูกบีบให้ต้องเรียนรู้วิธีการซ่อมบำรุงและผลิตอะไหล่ขึ้นเองภายในประเทศเพื่อความอยู่รอด
การหวง F-5 จึงไม่ใช่เพียงเพราะไม่มีเครื่องบินขับไง่ใหม่ แต่เป็นเพราะอิหร่านได้สร้างฐานอุตสาหกรรมการบินขึ้นมาจากการถอดรหัสเครื่องบินรุ่นนี้จนมีความชำนาญสูงสุด
หากในปีค.ศ.1979 ไม่เกิดการปฏิวัติอิสลามในอิหร่าน F-16 อาจเป็นเครื่องบินขับไล่สมรรถนะสูงอีกแบบในภูมิภาคนี้
กองทัพอากาศอิหร่านไม่ได้แค่ซ่อมแซม แต่ยังทำการวิศวกรรมย้อนกลับหรือ Reverse Engineeringและอัปเกรดจนเกิดเป็นเครื่องบินขับไล่สายพันธุ์ใหม่ เช่น HESA Saeqeh ที่ปรับปรุงส่วนหางเป็นแบบคู่ (Twin Vertical Stabilizers) เพื่อเพิ่มความคล่องตัวและความเสถียรในการรบทางอากาศ แบบที่สองคือ Kowsar ซึ่งเป็นการนำโครงสร้างของเครื่องบินขับไล่ F-5 มาใส่ระบบเอวิโอนิกส์สมัยใหม่ ห้องนักบินแบบดิจิทัลและระบบควบคุมการยิงที่พัฒนาขึ้นเอง
สิ่งเหล่านี้พิสูจน์ว่า F-5 ของอิหร่านในปัจจุบัน ไม่ใช่เครื่องบินขับไล่โจมตีทิ้งระเบิดจากยุคสงครามเย็น แต่เป็น แพลตฟอร์มทดสอบเทคโนโลยีที่อิหร่านสามารถผลิตเองได้เกือบทั้งหมด
ในสงครามอิรัก-อิหร่านในช่วงปีค.ศ.1980-1988 เครื่องบินขับไล่ F-5E Tiger II รุ่นพัฒนาต่อยอดจาก F-5A Freedom Fighter ให้มีสมรรถนะสูงขึ้นได้ดวลกันกลางอากาศจนสามารถเอาชนะเครื่องบินขับไล่ MiG-21 ของกองทัพอากาศอิรักสหภาพโซเวียต
ซึ่งทั้ง F-5E และ MiG-21 ก็เป็นคู่ปรับทางอากาศสำคัญในยุคสงครามเย็น ก่อนที่ MiG-21 จะเพลี้ยงพล้ำให้เครื่องบินขับไล่ F-16 ซึ่งมีความทันสมัยกว่า มีสมรรถนะสูงกว่า มีความเร็วเหนือกว่า โดยในกองทัพอากาศส่วนมากที่มี F-5 ประจำการมาก่อนมีการจัดหา F-16 เข้ามาประจำการแต่อิหร่านกลับไม่ได้ F-16 เพราะการปฏิวัติอิสลามในปีค.ศ.1979 พ่นพิษ จนทำให้สหรัฐอเมริกาและอิหร่านเป็นไม้เบื่อไม้เมามาเป็นเวลาเกือบ 50 ปี
IIAF F-5A
กลับมาต่อกันที่สงครามอิหร่าน-อิรัก สงครามนี้ก็มีบันทึกไว้ในประวัติศาสตร์การบินไม่แพ้สงครามเวียดนามหรือสงครามเกาะฟอล์กแลนด์ มีรายงานที่น่าสนใจมากคือนักบินนายหนึ่งที่ขับเครื่องบินขับไล่ F-5E ให้กับกองทัพอากาศอิหร่านสามารถสร้างสถิติการยิงเครื่องบินข้าศึกตกเป็นครั้งแรกด้วยขีปนาวุธ Sidewinder โดยเป้าหมายคือเครื่องบินขับไล่ MiG-21 ของกองทัพอากาศอิรัก ซึ่งตรงตามวัตถุประสงค์ดั้งเดิมของการสร้างเครื่องบินแบบดังกล่าว
ต่อมาในวันที่ 1 มีนาคมค.ศ.2026 กองทัพอากาศอิหร่านได้เปิดปฏิบัติการโจมตีทางอากาศด้วยเครื่องบินขับไล่ F-5E จากยุคสงครามเย็น บินต่ำมากถึง 50 ฟุต แล้วมันต่ำขนาดไหนฮะ ท่านลองนึกดูสิครับว่าถ้าต่ำขนาดนี้แค่เสาไฟฟ้าก็บินลอดได้แล้ว แต่ในความเป็นจริงตะวันออกกลางเสาไฟฟ้าก็ไม่เยอะ เพราะพื้นที่ส่วนมาก 95% เป็นทะเลทราย
ในขณะที่เครื่องบินขับไล่ F-5E บินมา มากันเป็นคู่ ระห่างเพียง 15 เมตร แล้วก็ปิดวิทยุสื่อสารเพราะในสนามรบทางอากาศของจริง ถ้านักบินเปิดการสื่อสารฝ่ายตรงข้ามก็จะรู้พิกัดได้ง่ายแล้วเครื่องบินที่จะไปทิ้งบอมบ์ใส่เป้าหมายกลับเป็นผู้ประสบภัยเสียเอง พอ F-5E บินมาก็เห็นโรงไฟฟ้าเอย โรงกลั่นน้ำมันเอย เเต่ก็ยังไม่ใช่เป้าหมายในหัวเลยบินต่อไปเรื่อยๆ
F-5E กองทัพอากาศอิหร่าน
จากนั้นก็เชิดหัวขึ้นประมาณ 45 องศา แล้วก็เอียงทางขวาก่อนจะกลับมาในท่าบินปกติแต่ปักหัวลงมา แล้วก็ทิ้งระเบิดลงใส่เป้าหมายแล้ว "ตู้มมมมมมมมม!" เป็นโก้โก้ครั้นช์ไปแล้ว เครื่องแรกผ่านไปยังไม่หนำใจ F-5E อีกเครื่องก็ตามมาในท่าเดิมเหมือนเครื่องแรก ทิ้งเสร็จแล้วเป้าก็หาย เหลือแต่ร่องรอยควันดำไว้ดูต่างหน้า
ตัดภาพไปดูบนฟ้า F-5E ตัวเบาบินกลับฐานได้สบาย ในขณะที่ฝ่ายความมั่นคงสหรัฐฯก็เกิดปัญหาโลกแตกที่ชวนสงสัย ว่าทำไมเครื่องบินขับไล่ยุคที่ 3 ถึงฝ่าด่านเข้ามาได้ ปรากฎต้นเหตุที่ทำให้นักวิชาการด้านความมั่นคงในอเมริกาและทั่วโลกอึ้งนั่นคือการบินต่ำหลบหลีบการตรวจจับจากเรดาร์ ประกอบกับภูมิภาคตะวันออกกลางป่าไม้มีไม่มาก ทำให้บินต่ำได้สบายใจเฉิบเเล้วเชิดหัวขึ้นทิ้งบอมบ์สร้างปรากฎการณ์อันน่าเหลือเชื่อนี้ให้โลกได้จำ
เครื่องบินขับไล่ F-5 ของกองทัพอากาศอิหร่านนั้นต่อให้ทิ้งระเบิดทำลายค่ายทหาร สนามบิน หรือสิ่งก่อสร้างใดๆทางการทหารของสหรัฐฯก็หนีไม่พ้นกฎแห่งกรรม ใครทำอย่างไรย่อมได้อย่างนั้น สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม ในที่สุด เครื่องบินขับไล่ F-5 ก็ถูกทิ้งระเบิดโดยกองทัพอากาศสหรัฐฯและกองทัพอากาศอิสราเอลเละคาสนามบินก่อนที่จะได้บินขึ้นไปดวลกับเครื่องบินขับไล่ยุคที่ 4 ถึงยุคที่ 5 จากโลกตะวันตก
F-5E กองทัพอากาศสหรัฐฯ
หากต้องสู้กับเครื่องบินขับไล่ยุคที่ 4 และยุคที่ 5 Military Watch Magazine ระบุว่า เครื่องบินขับไล่ F-5 มีความล้าสมัยและสายการผลิตในอเมริกาก็ปิดแล้ว แต่อิหร่านก็ใช้วิธีการในการทำวิศวกรรมย้อนกลับ ผลิตอะไหล่เอง เสริมระบบควบคุมการบินยุคใหม่ให้ และมีการซ่อมบำรุงอย่างต่อเนื่อง แม้อิหร่านจะทำเช่นนี้กับ F-5 กลับมีข้อจำกัดคลาสสิคที่กองทัพอากาศพบใน F-5 รุ่น originsl รวมถึงรุ่นที่สร้างเอง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของความคล่องตัว เรดาร์ที่ดีกว่าและการยิงขีปนาวุธอากาศสู่อากาศพิสัยไกล
ต่อให้กองทัพอากาศอิหร่านไปจัดหาเครื่องบินขับไล่ยุคที่ 4 มาแทน F-5 ก็ไม่มีทางที่จะได้ของดีจากอเมริกาอย่างเครื่องบินขับไล่ F-16 มาทำการรบกับอเมริกาได้เพราะทั้ง 2 ชาติยังเป็นศัตรูกันและความลับอาจรั่วไหลไม่ว่าจะเป็นแบบมือสองหรือมือหนึ่ง ในขณะที่ตัวเลือกที่ใกล้เคียงอย่างเครื่องบินขับไล่ JF-17 ที่ผลิตโดยปากีสถานหรือเครื่องบินขับไล่ J-10C จากจีนก็อาจขัดกับการพึ่งพาตนเองที่มีอุตสาหรรมป้องกันประเทศมาช้านานตั้งแต่หลังการปฏิวัติอิสลาม
ในขณะที่อิหร่านสูญเสีย F-5 จากสงครามนี้ สหรัฐฯต้องเฝ้าระวังการโจมตีทางอากาศโดยตรงต่อโครงสร้างพื้นฐานทั้ง ค่ายทหารของกองทัพบกสหรัฐฯ รวมไปถึงคลังสรรพาวุธ , อาคารซ่อมบำรุง , การส่งกำลังบำรุง และความพร้อมเครื่องบินรบในส่วนของกองทัพอากาศสหรัฐฯที่ใช้ฐานทัพอากาศในภูมิภาคตะวันออกกลาง
USAF F-5E
เมื่อโดรนมีจำนวนมากจนรับมือไม่ไหวและการโจมตีด้วยขีปนาวุธของอิหร่านที่ยิงมั่วหมดไม่สนลูกใคร อาจเป็นช่องโหว่ให้เครื่องบินขับไล่ F-5 บินหลุดรอดเข้ามาได้ในระดับต่ำ แล้วทำให้ถูกโจมตีทางอากาศซ้ำรอยการรบเมื่อคราวก่อน
สอดคล้องกับข้อมูลจาก Army Recognition ระบุว่าด้วยการเข้ามาของฝูงบินโดรนและกองทัพขีปนาวุธที่สร้างความเสียหายให้แก่ฐานทัพในสังกัดของกองบัญชาการกลางสหรัฐฯหรือ CENTCOM จนเกือบเป็นอัมพาต ส่งผลให้เซนเซอร์การตรวจจับรวน สามารถรับมือเป้าหมายฝ่ายตรงข้ามไม่ทันการณ์ และการแยกแยะเป้าหมายทางอากาศสับสนส่งผลให้เครื่องบินขับไล่ F-5 ที่ไร้ซึ่งเรดาร์ที่ตรวจจับได้ไกลเกินร้อยเมตรและขีปนาวุธนำวิถีโจมตีภาคพื้นพิสัยไกล ต้องลดความสูงมาทำ Surprise Attack
จนอเมริกาตอบโต้ไม่ทัน
เพราะฉะนั้น F-5 ที่ใครๆมองว่าล้าสมัยหรือวินเทจเกินไป กลับมีความได้เปรียบในเรื่องของการใช้ความสูงที่ต่ำกว่าเป็นประโยชน์คือ 50 ฟุตจากพื้นดิน เพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจจับจากเรดาร์และระบบป้องกันภัยทางอากาศของสหรัฐฯ ทำให้ F-5 ได้โอกาสทองนี้ไปในทันที
F-5E กับระเบิดนำวิถี GBU-12
การโจมตีทางอากาศครั้งนี้ไม่ได้แค่ทำให้สหรัฐฯต้องเสียหน้าในการทำสงครามที่ไม่รู้จักจบนี้ แต่การมาของ F-5 ต้องการจะสื่อว่าอิหร่านไม่ใช่ไก่อ่อน พวกเขามีหมัดเด็ดที่พร้อมจะทำให้สหรัฐฯไม่กล้าตั้งฐานหรือแม้แต่จะส่งทหารมาประจำการในภูมิภาคนี้ ตราบใดที่สงครามอิหร่านยังไม่จบ การโจมตีทางอากาศของเครื่องบินขับไล่  F-5 อาจกลับมาอีกครั้งจนกลายเป็นข่าวใหญ่โตแบบนี้ก็ได้
ข้อมูลจำเพาะเครื่องบินขับไล่เอฟ-5
ผู้สร้าง : บริษัท นอร์ธรอป
สัญชาติ : สหรัฐอเมริกา
ประเภท : เครื่องบินขับไล่ยุทธวิธีที่นั่งเดี่ยว
เครื่องยนต์ : เทอร์โบเจ๊ต เจเนอรัล อีเล็กทริค เจ 85-ยีอี-21 ให้แรงขับเครื่องละ 1,588 กิโลกรัม และ 2,268 กิโลกรัม เมื่อสันดาปท้าย 2 เครื่อง
กางปีก : 8.13 เมตร
ยาว : 14.68 เมตร
สูง : 4.06 เมตร
พื้นที่ปีก : 17.29 เมตร
น้ำหนักเปล่า : 4,346 กิโลกรัม
น้ำหนักวิ่งขึ้นสูงสุด : 11,192 กิโลกรัม
ความเร็วสูงสุด : ไม่เกิน 1,314 กิโลเมตร/ชั่วโมง เมื่อมีน้ำหนักปฏิบัติการรบ 6,010 กิโลกรัม
ความเร็วสูงสุด : 1.63 มัค ที่ระยะสูง 10,975 เมตร เมื่อเครื่องบินหนัก 10,975 กิโลกรัม
เพดานบินใช้งาน : 15,800 เมตร
รัศมีทำการรบ : 917 กิโลเมตร
พิสัยบิน : 2,943 กิโลเมตร เมื่อติดตั้งถังเชื้อเพลิงภายนอกลำตัว
อาวุธ : ปืนใหญ่อากาศขนาด 20 มม. M-39 A2/A3 ติดตั้งที่ลำตัวส่วนหัว 2 กระบอกพร้อมกระสุนกระบอกละ 280 นัด
อาวุธปล่อยอากาศสู่อากาศ เอไอเอ็ม-9 เจ ไซด์ไวน์เดอร์ ติดตั้งที่ปลายปีก ข้างละ 1 แห่ง
ลูกระเบิดสังหาร ลูกระเบิดทำลาย ลูกระเบิดเนปาล์ม ลูกระเบิดพวง
จรวดขนาด 2.95 นิ้ว
สามารถติดตั้งอาวุธที่ใต้ปีกได้ข้างละ 2 แห่ง และ ใต้ลำตัว 1 แห่ง รวมเป็นน้ำหนักสูงสุด 3,175 กิโลกรัม
สถานะ : อยู่ในประจำการ
เครื่องบินขับไล่ HESA Saeqeh
สำหรับเรื่องราวของเครื่องบินขับไล่ F-5 แห่งกองทัพอากาศอิหร่าน ตัวตึงรุ่นใหญ่ในสงครามนี้ก็ได้จบลงไปแล้ว ถ้าเนื้อหาใดอ่านแล้วไม่ Clear ก็ต้องขออภัยท่านผู้อ่านมา ณ ที่นี้ เพราะบางช่วงบางตอนก็มีการนำข้อมูลจากภาษาต่างประเทศมาแปลแล้วเรียบเรียงใหม่ ก็ถือว่าปรับปรุงขึ้นมาได้ดีในระดับหนึ่งในการทำบทความของผู้เขียน บทความหน้าจะไปกันที่เรื่องอะไร เดี๋ยวค่อยว่ากันในบทความหน้า สำหรับวันนี้ขอลาไปก่อน สวัสดีครับ
Credit บทความและภาพประกอบ
The Aviationist
วอร์โซน เรื่องราวสงคราม
Army Recognition
Military Watch Magazine
Thai Weapon Channel
Wikipedia
Gemini AI
Mahdi Piltan
Hobby Master
DAN STIJOVICH
ERIK STEUTELBERG
PUAL SEYMOUR
Reza Ramani
Hazam_hsnzde
STEPHAN DE BRUJIN
เรียบเรียงโดย : แดง ภูมะเขือ
โฆษณา