Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
พงศาวดารวันพรุ่ง (The Tomorrow Chronicles)
•
ติดตาม
22 ก.ค. เวลา 04:51 • ประวัติศาสตร์
เทศบาลนครหาดใหญ่
ตอนที่ 87 การจากไปของมูรัดที่ 2: สุลต่านผู้แสวงหาความสงบ ท่ามกลางเสียงดาบและปัญญา
🔹ในบอร์ดตามประเทศผู้ศึกษาประวัติศาสตร์ออตโตมันมักถกเถียงกันว่าหากหักลบกลบหนี้แล้ว ผลงานสุลต่านมูรัดที่ 2 จัดว่าอยู่ในระดับไหนดีหรือว่าแย่
🔹ฝ่ายที่มองไปทางลบ ก็จะเอาความไม่รอบคอบเรื่องการสละราชย์ หรือความพ่ายแพ่ต่อฮุนยาดีในช่วงวิกฤตการณ์ปี 1443-1444 มาเพิ่มน้ำหนัก ส่วนฝ่ายมองไปทางบวกก็จะยกผลงานที่วาร์นา และ ยุทธการโคโซโวครั้งที่ 2 มาอ้างว่านั้นก็มากพอที่จะลบความผิดพลาดที่พระองค์เคยที่ไว้ได้แล้ว
🔹สำหรับผู้ตามอ่านคิดว่าสุลต่านองค์นี้ ผลงานเป็นอย่างไร….
🔸 หลังจากยุทธการโคโซโวครั้งที่ 2 ในปี 1448 สุลต่านมูรัดที่ 2 ก็เข้าสู่ช่วงสุดท้ายของชีวิตที่น่าสนใจ เพราะเป็นช่วง 3 ปีแห่งการพักฟื้นของจักรวรรดิ และการตระเตรียมของ "ผู้ที่ต้องการปิดบัญชีทุกอย่างเพื่อให้ลูกชายได้ครองอำนาจอย่างมั่นคง"
มูรัดที่ 2 เตรียมการณ์เพื่อให้ลูกชายได้ครองอำนาจอย่างมั่นคง
🟥1. ตระเตรียมการเปลี่ยนผ่านให้ราบรื่นที่สุด
♦︎ พระองค์เริ่มจัดการกับเจ้าเมืองเล็กๆ ในอนาโตเลียและบอลข่านที่เคยเป็น "พวกฉวยโอกาส" และผนวกเข้าสู่ระบบการปกครองโดยตรง เหลือเพียงรัฐคารามัน เพื่อไม่ให้เมห์เหม็ดที่ 2 ต้องมาปวดหัวกับการกบฏของรัฐบริวารเหล่านั้นในอนาคต
♦︎ บทเรียนจากความวุ่นวายที่พระองค์ก่อขึ้น ก็ได้รับการแก้ไขด้วยความพยายามจัดการโดยพระองค์เองทั้งพยายามควบคุมอิทธิพลอำนาจของเหล่าขุนนาง (โดยเฉพาะตระกูลชานดาร์ลึ) ให้สมดุลกับอำนาจสุลต่าน เพื่อไม่ให้เมห์เหม็ดที่ 2 ในอนาคตถูกขุนนางกดหัวเหมือนที่เคยถูกกระทำ
🟩2. การเตรียมความพร้อมเมห์เหม็ดที่ 2
🟩 มูรัดที่ 2 รู้ว่าสุขภาพของพระองค์เริ่มถดถอย พระองค์จึงทรงให้เมห์เหม็ดที่ 2 กลับมามีบทบาทมากขึ้นเปิดโอกาสให้ค่อยๆสร้างผลงานและการยอมรับ
♦︎ ทรงให้เมห์เหม็ดร่วมตัดสินใจในราชการสำคัญ เพื่อให้เมห์เหม็ด "บ่มเพาะประสบการณ์" โดยมีพ่อเป็นพี่เลี้ยงที่คอยกางปีกปกป้องจากเหล่าขุนนางที่จ้องจะเลื่อยขาเก้าอี้
♦︎ พระองค์ทรงส่งเมห์เหม็ดไปดูแลเรื่องการสงครามผนวกรัฐในอนาโตเลีย เพื่อให้ลูกชายมี "ผลงาน" และบารมีพอที่จะเป็นที่ยอมรับของทหารเจนิสซารี่ในวันที่พระองค์ไม่อยู่แล้ว
เมห์เหม็ดไปดูแลเรื่องการสงครามผนวกรัฐในอนาโตเลีย
♦︎ รัฐคารามาน (Karamanids): นี่คือศัตรูไม้เบื่อไม้เมาที่สุดของออตโตมันในอนาโตเลีย มูรัดต้องส่งเมห์เหม็ดที่ 2 และกองทัพไปจัดการเพื่อสยบความพยายามก่อกบฏของเจ้าเมืองเหล่านี้ให้อยู่ในการควบคุม ให้แน่ใจว่าเมื่อเมห์เหม็ดที่ 2 ขึ้นครองราชย์ จะไม่ต้องมาคอยพะวงหลังว่าจะมีใครตีเมืองหลวงในอนาโตเลีย
♦︎ แม้ศึกโคโซโวจะทำให้ฮุนยาดีและฮังการีล่าถอยไป แต่สแกนเดอร์เบกในแอลเบเนียยังคงยืนหยัดสู้ต่อ มูรัดที่ 2 จึงยังคงต้องมีการทำสงครามกองโจรเล็กๆ น้อยๆ และการปิดล้อมเมืองในแอลเบเนียอยู่บ้าง เพื่อสะกดไม่ให้สแกนเดอร์เบกขยายอิทธิพลจนกลายเป็นภัยคุกคามใหญ่
🟪3. การวางแผน "ปิดเกมไบแซนไทน์" อย่างเงียบๆ
♦︎ มูรัดที่ 2 ทรงเห็นตั้งแต่แรกแล้วว่าคอนสแตนติโนเปิลคือหัวใจสำคัญที่ต้องถูกพิชิตเพื่อความมั่นคงของออตโตมันและในเวลานี้มันก็สุกงอมเต็มที่:
พระองค์ไม่ได้แค่เตรียมกองทัพ แต่ทรงเตรียม "สภาพแวดล้อมทางการเมือง"
รักษาความสัมพันธ์กับไบแซนไทน์
♦︎ พระองค์เลือกที่จะรักษาความสัมพันธ์กับจักรพรรดิคอนสแตนตินที่ 11 แห่งไบแซนไทน์ให้ "นิ่ง" ไว้ที่สุด เพื่อไม่ให้ยุโรปตื่นตระหนกและส่งกำลังมาช่วย เสมือน "งูเหลือมรัดเหยื่อ" คือนิ่งจนเหยื่อตายใจ แล้วค่อยๆ รัดให้แน่นขึ้นเรื่อยๆ จนวันหนึ่งไบแซนไทน์จะขยับตัวไม่ได้อีกต่อไป
🟨 4. ฟูมฟักนวัตกรรมดินปืนเตรียมพร้อมเข้าสู่ยุค "สงครามเต็มรูปแบบ"
♦︎ สิ่งที่น่าสนใจคือ ในช่วงปี 1449–1450 มูรัดที่2 เริ่มปรับปรุงกองทัพครั้งใหญ่ เน้นการฝึกทหารเยนิเชรีให้เชี่ยวชาญการล้อมเมือง (Siege Warfare) และการใช้ปืนใหญ่
การรับเทคโนโลยีอาวุธปืนใหญ่ มาใช้ขนานใหญ่
♦︎ พระองค์ทรงลงทุนมหาศาลกับ "วิศวกรและเทคโนโลยีอาวุธ" ซึ่งเป็นสิ่งที่จะกลายเป็นกุญแจสำคัญให้เมห์เหม็ดที่ 2 ใช้ทุบกำแพงคอนสแตนติโนเปิลในอีก 3 ปีต่อมา
🟫 5. วาระสุดท้ายที่แสนเรียบง่าย
♦︎ มูรัดที่ 2 วัย 46 พรรษา เสด็จสวรรคตอย่างสงบบนเตียงบรรทมในเดือนกุมภาพันธ์ ค.ศ. 1451 ณ เมืองเอดิเน (Edirne)
มูรัดที่ 2 เสด็จสวรรคตอย่างสงบ
♦︎ ในช่วงสุดท้ายของชีวิต นอกจากทำให้สถานะบุตรชายมั่นคง พระองค์ทรงแบ่งโอกาสทำในสิ่งที่พระองค์รักที่สุด คือใช้ชีวิตอย่างสงบและเตรียมพร้อมสำหรับวาระสุดท้ายอย่างสมถะ พระองค์ทรงมอบ "จักรวรรดิจักรที่เข้มแข็งที่สุดในยุคนั้น" ให้กับลูกชายปฏิบัติหน้าที่ต่อ
♦︎ มูรัดที่ 2 จากไปโดยไม่ได้ทำอะไรที่ "พลาด" เลยในช่วงท้ายชีวิต ถือเป็นสุลต่านที่ส่งต่ออำนาจได้สมบูรณ์แบบที่สุดคนหนึ่งในประวัติศาสตร์
🟨6. "จิตวิญญาณของซูฟี" (Sufi Inclination)
♦︎ นักประวัติศาสตร์หลายท่านเชื่อว่ามูรัดที่ 2 มีจิตวิญญาณที่เอนเอียงไปทาง "ลัทธิซูฟี" (Sufism) ซึ่งเน้นการขัดเกลาจิตใจและการแสวงหาพระเจ้าและความสงบภายใน พระองค์ไม่ได้ต้องการเป็นสุลต่านผู้โหดเหี้ยม แต่ต้องการเป็นผู้ปกครองที่มีความเที่ยงธรรมและมีจิตใจที่เข้าถึงพระเจ้า แต่สถานการณ์กลับไม่เอื้ออย่างรุนแรง
ความย้อนแย้งระหว่างหน้าที่และความต้องการคือสิ่งที่มูรัดต้องแบกรับ
♦︎ ทำให้ความขัดแย้งในใจของพระองค์จึงรุนแรงมาก
⚔️ ในฐานะสุลต่าน: ต้องทำสงครามเพื่อความอยู่รอดของอาณาจักร
📜 ในฐานะนักปราชญ์: ต้องการละทิ้งความรุนแรงไปหาความสงบ
🟨 การที่พระองค์ต้องถูกดึงกลับมาครองราชย์ซ้ำแล้วซ้ำเล่าจากสถานการณ์บ้านเมือง จึงถือเป็น "โศกนาฏกรรมส่วนตัว" ของสุลต่านผู้นี้ที่ต้องเผชิญด้วยความจำใจ
ในฐานะสุลต่าน ต้องทำสงครามเพื่อความอยู่รอดของอาณาจักร
🚩 บทสรุป ->พระองค์ทรงทำหน้าที่ได้เป็นอย่างดีแล้ว
🔺 มูรัดที่ 2 คือผู้ที่ "พยายามหลบหนีจากโชคชะตา" ตลอดช่วงชีวิต หากไม่มีหน้าที่อย่าง “อาชีพสุลต่าน” พระองค์ก็ต้องการเพียงใช้ชีวิตอย่างเงียบๆ ในฐานะนักอ่านและนักปฏิบัติธรรมมองดูลูกชายขึ้นเป็นสุลต่านที่ดีมีความสามารถ
เมห์เหม็ดที่ 2 เติบโตมีความพร้อมที่จะสืบทอดจักรวรรดิ
🔺 แต่วาระแห่งราชวงศ์กลับขีดเส้นให้พระองค์ต้องกลายเป็น "กำแพงเหล็ก" ที่ต้องคอยรับมือกับทั้ง จอห์น ฮุนยาดี และสแกนเดอร์เบก
🔺 ในวันที่พระองค์สวรรคต ในใจของพระองค์อาจจะไม่ได้นึกถึงชัยชนะที่วาร์นาหรือทุ่งหญ้าโคโซโว แต่อาจจะกำลังนึกถึงความสงบในสวนที่เมืองมานิซาที่ซึ่งไม่มีสงครามและไม่มีเสียงดาบเสียงโหยหวนของผู้คน มีเพียงความสงบบนหน้าหนังสือและบทกวีที่พระองค์รัก…
ถึงเวลาแล้วที่จะได้พักผ่อน.....
🔶 จบ ภาคที่ 2 ออตโตมันเส้นทางสู่การพิชิต (Ottoman empire The Road to Conquest)
ตอนที่ 88 การกลับมาของเมห์เหม็ดที่ 2 (ค.ศ. 1451) เมื่อเจ้าชายผู้ร่วงหล่น กลับมาทวงสิทธิ์ที่ถูกพรากไป
ประวัติศาสตร์
แนวคิด
เรื่องเล่า
บันทึก
3
ดูเพิ่มเติมในซีรีส์
Ottoman Empire The Road to Conquest
3
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย