22 ก.ค. เวลา 06:49 • ปรัชญา

วันก่อนได้มีโอกาสไปดู The Odyssey มาครับ สารภาพว่าไม่เคยได้อ่านนิยายของโฮเมอร์มาก่อน แต่ก็ได้ทำการบ้านจากการฟัง podcast เล่าเรื่อง The Odyssey มาหลายที่ เลยพอเข้าใจโครงเรื่องหลักๆ อยู่บ้าง

แม้จะเป็นวรรณกรรมที่แต่งขึ้นเมื่อหลายพันปีก่อน แต่บทบาทและสัจธรรมของ "ผู้นำ" ที่ถ่ายทอดผ่านตัวละคร โอดิสซิอุส (Odysseus) กลับแทบไม่ต่างจากสิ่งที่ผู้บริหารยุคนี้ต้องเจอเลยแม้แต่น้อย
และนี่คือ 6 ข้อคิดเชิงกลยุทธ์และการนำองค์กร ที่ตกผลึกได้จากเรื่องนี้ครับ (ใครยังไม่ได้ดู อาจมีสปอยล์เนื้อหาสำคัญบางส่วนนะครับ)
1. ของฟรีไม่มีในโลก: ระวัง "ม้าไม้" ที่ซ่อนเจตนาแอบแฝง
จุดเริ่มต้นชัยชนะแห่งสงครามเมืองทรอยไม่ได้เกิดจากการใช้พละกำลังต่อสู้กัน แต่เกิดจาก "ม้าไม้จำลอง" ที่ดูเหมือนของขวัญแห่งความพ่ายแพ้จากศัตรู แท้จริงแล้วคือชนวนเหตุที่ทำให้เมืองแตก
Lesson for Leader: ก่อนจะเปิดรับข้อเสนอ โอกาส หรือความหวังดีที่ดูดีเกินจริง สิ่งแรกที่ผู้นำต้องตั้งคำถามคือ "เจตนาที่แท้จริงของผู้ให้คืออะไร?" ในโลกธุรกิจ ของฟรีและโอกาสที่ไร้ต้นทุนมักซ่อนราคาแพงไว้เสมอ ไม่จำเป็นต้องระแวงจนไม่เชื่อใจใคร แต่ต้องมีสติและหมั่นเฉลียวใจอยู่เสมอ
2. เป้าหมายต้องมาก่อนแผนงาน (Goal over Plan)
แผนงาน (Plan) เป็นสิ่งสำคัญ แต่หากไร้ซึ่งเป้าหมาย (Goal) ที่ชัดเจน ต่อให้แผนนั้นดูสมบูรณ์แบบแค่ไหน มันก็พาเราไปผิดทางได้ ในเรื่องตอนที่จบศึกกรุงทรอย ความตั้งใจของโอดิสซิอุส มุ่งมั่นมากว่าจะต้องกลับบ้านให้ได้ แม้ตอนนั้นจะยังไม่รู้เลยว่าจะต้องมีแผนงานยังไง แต่สุดท้าย เพราะเป้าหมายที่ชัดเจนตั้งแต่แรก ก็นำพาให้ไปถึงเป้าหมายในที่สุด แม้ระหว่างทางจะต้องปรับแผนงานตลอดเวลา และใช้เวลานานถึง 10 ปีในการไปถึงเป้าหมายก็ตาม
Lesson for Leader: แผนงานเปรียบเหมือนเรือ เป้าหมายเปรียบเหมือนทิศทาง หากเรือล่องไปผิดทิศ แต่เรามีเป้าหมายที่ชัดเจน เราจะรู้ได้ทันทีว่าแผนนั้น "ล้มเหลว" และต้องรีบปรับเปลี่ยน ในทางกลับกัน หากไร้เป้าหมาย เราจะไม่รู้เลยว่าแผนงานที่กำลังทำอยู่นั้นสร้างผลลัพธ์ได้จริงหรือไม่ หรือเป็นแค่การยุ่งกับเรื่องที่ไม่จำเป็น
3. ผู้นำต้อง "กล้าตัดสินใจ" แม้ในสถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุด
ในฉากที่ต้องเลือกระหว่าง ทางหนึ่งคือ "สกิลลา" อสูรกายที่จับกินลูกเรือทีละคน อีกทางคือ "คาริบดิส" วังน้ำวนที่กลืนเรือทั้งลำ หากโอดิสซิอุสลังเลและไม่ยอมเลือกทางใดทางหนึ่ง เรือลำนั้นคงเคว้งอยู่กลางทะเลและขาดเสบียงพากันพินาศทั้งหมด
Lesson for Leader: สิ่งที่บั่นทอนขวัญกำลังใจของทีมงานที่สุด ไม่ใช่การเลือกทางที่เจ็บปวด แต่คือ "ภาวะผู้นำที่ไม่ยอมตัดสินใจ (Indecision)" การปล่อยให้ทีมเคว้งอยู่ในความสับสน มีแต่จะทำให้องค์กรสูญเสียสมาธิและความศรัทธา ผู้นำต้องกล้าเลือกทางใดทางหนึ่งเพื่อพาเรือเคลื่อนที่ไปข้างหน้า
4. ทุกการตัดสินใจมี "ราคา" ที่ต้องจ่าย
ต่อให้โอดิสซิอุสจะเลือกทางที่ดีที่สุด ณ เวลานั้นแล้ว แต่เขาก็ไม่พ้นโดนลูกน้องตั้งคำถามและความไม่เข้าใจอยู่ดี ซึ่งนั่นคือ"ราคา" ที่ผู้นำต้องแบกรับ
Lesson for Leader: หน้าที่ของผู้นำไม่ใช่การทำให้ทุกคนพอใจ แต่คือการยืดอกรับผลจากการตัดสินใจนั้นโดยไม่ฟูมฟายหรือโยนความผิดให้ใคร จงยอมรับผลที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะดีหรือร้าย และปล่อยให้ "ผลลัพธ์ในระยะยาว" เป็นสิ่งที่พิสูจน์ความถูกต้องของการตัดสินใจนั้นเอง
5. อย่าจมอยู่ใน Comfort Zone: สติจะพาเรากลับสู่เป้าหมาย
ช่วงเวลา 7 ปีที่โอดิสซิอุสติดอยู่บนเกาะโอกีเจีย (Ogygia) ของนางไม้คาลิปโซ อาจเป็นช่วงเวลาที่เขารู้สึกสบายที่สุดในชีวิตเลยก็ได้ แต่ด้วยความตั้งใจที่ยังมีอยู่ว่าต้องกลับบ้านให้ได้ ไม่ว่าที่อยู่ตรงนั้นจะทำให้รู้สึกดีแค่ไหน ก็ไม่อาจลดความต้องการภายในลงไปได้ สุดท้ายการตั้งสติ ค่อยๆ ทบทวนสิ่งที่เกิดขึ้น รวบรวมพลังกายพลังใจเพื่อตั้งหลักใหม่ หลังแตกสลายจากการสูญเสียลูกเรือทั้งหมดระหว่างทาง คือสิ่งที่พาเขากลับไปสู่เส้นทางกลับบ้านได้สำเร็จ
1
Lesson for Leader: ในช่วงที่องค์กรกำลังอยู่ในจุดที่สบายที่สุด มันง่ายมากที่เราจะลุ่มหลงจนลืมเป้าหมายระยะยาว ผู้นำมีบทบาทสำคัญที่ต้องตั้งสติ ทบทวนสิ่งที่เกิดขึ้น รวบรวมพลังกายและพลังใจ กระตุ้นให้ผู้ตามกลับมามีสติ เพื่อพาองค์กรออกเดินทางต่อ ไม่ว่าจะต้องใช้เวลานานแค่ไหนก็ตามเพื่อไปถึงเป้าหมายระยะยาวที่มีคุณค่ายิ่งกว่าความสุขในปัจจุบัน
6. ยิ่งใหญ่แค่ไหน ก็ต้องควบคุม Ego ให้ได้
เมื่อโอดิสซิอุสเดินทางกลับถึงบ้านเกิดที่อิธาก้าหลังหายไปนาน 10 ปี เขาไม่ได้เดินเข้าเมืองอย่างยิ่งใหญ่พร้อมประกาศตนเป็นกษัตริย์ แต่เลือกที่จะ "ปลอมตัวเป็นขอทาน" เพื่อสังเกตการณ์ สังเกตผู้คน และอ่านสถานการณ์อย่างถี่ถ้วนก่อนลงมือ
Lesson for Leader: เวลาที่ผ่านไป บริบทและผู้คนย่อมเปลี่ยนแปลง การอ้างอิงความสำเร็จในอดีตหรือใช้อำนาจตั้งตนเป็นใหญ่ มีแต่จะสร้างแรงต่อต้าน ผู้นำที่แท้จริงต้องรู้จักถอด Ego เก็บความเก่งไว้ข้างหลัง คอยสังเกตการณ์ อ่านเกมให้ขาด และพร้อมยืดหยุ่นและเปลี่ยนแปลงตัวเองอยู่เสมอ เพื่อรักษาความเชื่อมั่นและความศรัทธาที่ผู้ตามมีต่อผู้นำ ดังวลีที่ว่า "ผู้นำที่ดีต้องตาดูดาว เท้าติดดิน"
1
โฆษณา