22 ก.ค. เวลา 14:26 • ความคิดเห็น
เรื่องราว การรักจิตของตัวเอง กายนี้ ไม่เที่ยงหนอ กายนี้ .เป็นทุกข์ มีอารมณ์กรรม ต่างๆ มีอารมณ์โลภโกรธหลง ให้จิต .หลงใหล ตกเป็นทาสของอารมณ์กรรม แล้วจิตนี้ ก็ใช้กายไปตามอารมณ์ ที่เกิดขึ้นอารมณ์นึกคิดต่างมากมาย มีพอใจไม่พอใจ สมหวัง ไม่สมหวัง ดังอารมณ์ ที่จิตนั้นยึด อารมณ์เอาไปจิต .มีอารมณ์ต่างๆ ไหลมา เกิดขึ้น แล้วก็ดับไป
เหมือนว่า หิวขึ้นมา ก็กินอิ่ม เดี๋ยว ก็ต้องหากินอีก มีความอยากร่ำรวย ก็ใช้กาย ไปหาเงินทอง บ้างก็ต้องใช้กาย จนเหนื่อย กว่าจะได้เงินทอง บ้างก็ ไม่ต้องออกแรงกาย หาเงินทอง ไม่ต้องเหนือยกายมาก
สมัยก็ไม่รู้จักบุญกรรมอะไรเลย ทำงานหาเงินทองมาก็เที่ยว สนุกสนาน ที่ไหนมีแสงไฟ ล่อแมงเม่า ก็เข้าไปชม สนุกสนาน . มีครั้งหนึ่งนั่งกินเหล้า กับเพื่อน มองดูหางเครื่องเต้น เอ..ทำไม มองเป็นโครงกระดูก เค้นไปเต้นมา . สงสัยท่าจะเมาตาลาย.
คราวนี้ก็ค่อยๆได้มีโอกาส เจอ.พระ ท่านบอกว่าโยมๆ มาเรียนน่ะ เรียนแล้วจะสนุก .เราก็ค่อยเรียนรู้ เรื่องกาย อารมณ์ จิต ท่านก็ให้เรียนรู้ ไปจนเรื่องราว หมวดตัวหลง เรื่องราวไสยาศาสตร์ เรื่องคาถาอาคม มันทำให้เกิดอะไร ขึ้นมา การเรื่องรู้ไม่ใข่ว่า เราเป็นผู้ทำ
.ท่านให้คนที่ว่า อ้างว่า มีอิทธิฤทธิ์มีธรรม เค้าไปในพิธี .ที่กุฏิท่าน (ตอนแลก เราจะไม่ทำ ท่านบอกว่า เค้าเอาให้เรียนถึงกุฏิ ทำไมไม่เรียน) ที่เค้าทำ มีคนทำเหมือนว่า ตั้งตัวเป็นอาจารย์ ครอบครูอะไรทำนองนั้น เราก็เลย ได้เรียนรู้ .เรื่องไสยศาสตร์ ว่าทำไม ถึงนำพาให้จิตนั้นตกนรก
เรื่องราวไสยศาสตร์ มันมี ครั้งหนึ่ง นั่งสวดมนต์ หน้าพระ .มันก็เป็นภาพผู้หญิง มาจับที่ข้อมือที่เราพนม . แสบจ้อมือไปหมด เราก็ตั้งหน้าตั้งสวด หวังตะให้เค้าปล่อยเค้าก็ไม่ยอมปล่อย จากมือเรา เรื่องราวนี้เราก็ไปถามพระ . ท่านก็บอกว่าเค้าไม่กลัวที่เราสวดหรอก . เค้ากลัวแต่เรื่องราว แสงรัตนะ .. ท่านก็บอกว่า ต้องทำให้จิตมีแสงรัตนะ เราก็ค่อยได้เรียนเรื่องราว
การสร้างบุญกุศล การทำบุญนั่น เสมือนว่านำปัจจัย ที่เหนื่อยยากหามา .เจียดมาทำบุญ ทำบุญกับผ้าเหลือง เครื่องหมายของธรรม .ที่จะช่วยหนุนให้เกิด แสงรัตนะ แสงสีเหลืองเกิดขึ้น พอเราได้เรียนรู้จักเรื่องราวบุญ ก็ค่อยๆ ได้เรียนรู้ เรื่องราวของจิตที่เคยเป็นมนุษย์ ที่ยังไม่ได้ไปไหน . ก็ได้เรียนรู้ จักกรรม ความทุกข์ ที่เวลา เค้ามาขอ.. มันก็มีอาการปวดแสบปวดร้อนที่กายเกิดขึ้น เสมือนมาบอกว่าเค้าทุกข์ทรมานมาก เราก็ค่อยทำบุญ กระจายบุญไปให้เค้า
เรื่องราวต่างๆ เวลา แม่เจ็บปวด ท่านก็บอกว่าให่คนอื่นเฝ้าแทน ให้ไปอยู่วัด สามวัน ขอรับเวทนาแม่ที่เจ็บป่วย ให้เดินจงกรม ขอรับเวทนา แม่มา . วันแรกที่ทำ .แม่ลุกขึ้นมา ทำหุงข้าว แต่เช้าเป็นปก๖ิ เหมือนไม่เป็นอะไรเลย เราก็ไปถามพระ ท่านก็บอกว่า ตัวเจ็บป่วย มันมาอยู่กับเรา . แม่ก็เป็นปกติ เหมือนไม่เป็นอะไร
คราวนี้ พอเรียนรู้จัก เรื่องราวของจิตที่ไม่มีกาย บ้างก็จิตออกจากกาย เปลี่ยนสังขาร ไปเป็นเปรต บ้างก็ไปเป็นไก่ ก็เคย ..เอ้านั่งสวดมนต์ อยู่ พื้นที่นั่ง กลายเป็นกระจก มองลงไป มีตัวผอม เบียดกันแน่นชูมือท่วมหัว
.ไปถามพระ ท่านบอกว่า นั่นคือ นรก เอ้า .แค่เห็นนรก ไม่ยังไม่ทุกข์ทรมาน เอ้า .เราก็เคยตกนรก .ก็มีการทบทวนความจำ ที่ตกนรก .โอ้ว..ธาตให้กาย เหมือนสงเคราะห์ให้เรียน .มีแสงวาบมาที่หน้าอก .ก็ดิ้นทุกข์ทรมาน แสบร้อนไปทั้งตัว เหมือนตกนรดจริง ร้องครวญ เข็ด..แล้วๆ ไม่ทำอีกแล้ว นอนร้องคนเดียวตั้งแต่ตีสาม ถึงหกโมงเช้า
พอรู้สึกตัว ตื่นๆ ออกจากนรก มันปวดแสบปวดร้อนไปทั้งตัว นึกคิดมาได้ว่า โยม.หากครูอาจารย์ สอนเรื่องทุกข์ เรื่องนรก ก็ให้รีบลุกขึ้นมากราบ เราก็รีบลุกขึ้นมา กราบพระ . แล้วก็ลงไปนอนต่อฝืนกายไม่ไหว พอสาย มีคนเอาน้ำ เอาโจ๊กมาให้ กินไม่ลง . เหวียงพูดไม่ดี . แหม.ออกจากนรก ทำตัวเป็นอันธพาล .ก็มันทุกข์นี้น่ะ ควบคุม กายวาจาใจไม่ได้
พอเรียนรู้เรื่องราวของจิต เรื่องของกรรม เราก็รู้สึกรักจิตตัวเอง ไม่อยากเกิด เกิดที่ไรมันก็ทุกข์ ก็ค่อยเรียนรู้ เรื่องราวธรรมขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ที่ท่านชี้ให้สร้างบุญกุศลบารมี หนีเวรกรรม เรื่องราวมันก็ รักจิตของตัวเอง ให้พ้นทุกข์ เรื่องที่ว่า จิตมาดวงเดียว ก็ไปดวงเดียว เราก็รักจิตเรา . สร้างบุญกุศลบารมี ไปกับจิตเราดวงเดียว เพราะเวลาจากโลก ก็จากกายนี้ไป แต่คนเดียว..ไม่มีใครตามไปด้วย แม้คนที่รัก .เราใกล้ตายแล้ว ขอจับมือหน่ย ..เอ้าเราไปด้วยกัน..ไหนว่า รักกันนิรันดร์ .ชวนไปด้วย จะไปมั้ย
เรื่องราวเกิดมา ชาตินี้มาเจอะเจอกัน ด้วยกรรม นำพามาเจอกัน ถึงคราวจาก จิตต้องเดินทางไกล ไม่รู้ว่า จะเจอกันอีก .หากมาเจอะเจอ กันจะจดจำกันได้มั้ย ที่ว่า เปลื่อนชาติเปลี่ยนภพ ไม่อาจรับรู้ได้เลย
พอเราสร้างบุญกุศล ทำบุญ มันก็มีเรื่องราว หูทิพย์ตาทิพย์ มาอนุโมทนา เราก็เลยได้เรียนรู้ เรื่องราวของ เทพยดาอินทร์พรหม .เค้ามีแคต่ความสุข มีกายเป็นบุญ เราก็ว่า มาทางนี้ดีกว่าสร้างบุญกุศลบารมี ให้จิตเร่ไปสถานที่มีความสุขดีกว่า เราเห็นเรื่องราวการเปลี่ยนแปลงสังขารเมื่อจิตออกจากกาย . มันน่ากลัว เราก็ไม่อยากเป็นเหมือน ที่เราเคยเห็น . เราก็มีครูยาอาจารย์ เป็นตัวอย่าง เมื่อไม่มีกายเป็นมนุษย์ ท่านก็ช่วยหนุนนำ ข่วยสอนเรื่องราวของบุญกุศลบารมี เราก็ฝึกหัด เดินตามที่ท่านชี้แนะให้ ไม่อยากเกิด.
โฆษณา