23 ก.ค. เวลา 06:36 • สุขภาพ

ไขมันที่เราเบิร์นออก... หายไปไหน? คำตอบอยู่ใน 'ลมหายใจ' ของคุณ

เคยสงสัยกันไหมครับว่า เวลาที่เราตั้งหน้าตั้งตาออกกำลังกาย คุมอาหาร แล้วน้ำหนักลดลงไป 1 กิโลกรัม... มวลไขมันเหล่านั้นมัน "หาย" ไปไหนกันแน่?
คนส่วนใหญ่มักเข้าใจผิดคิดว่า ไขมันเปลี่ยนเป็น "พลังงานความร้อน" หรือถูกขับออกมาทาง "เหงื่อ" และ "ปัสสาวะ" เป็นหลัก แต่ความจริงทางวิทยาศาสตร์กลับน่าทึ่งกว่านั้น เพราะสถานที่หลักที่ไขมันถูกขับออกจากร่างกาย... ก็คือ "ปอด" ผ่านลมหายใจเข้า-ออกของเรานี่เองครับ!
1. ไขมันเปลี่ยนเป็นอะไร เมื่อถูกเผาผลาญ?
ในทางเคมี ไขมันในร่างกายของเรา (Triglyceride) ประกอบด้วยอะตอมของ คาร์บอน (C), ไฮโดรเจน (H) และ ออกซิเจน (O)
เมื่อร่างกายดึงไขมันออกมาเผาผลาญโดยใช้ออกซิเจนที่เราหายใจเข้าไป มันจะถูกย่อยสลายกลายเป็นสารประกอบหลัก 2 อย่าง คือ ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) และ น้ำ (H2O) พร้อมกับปลดปล่อยพลังงานออกมา
2. ไขมัน 10 กิโลกรัม... หายไปทางไหนบ้าง?
งานวิจัยจากมหาวิทยาลัย New South Wales (UNSW) ที่ตีพิมพ์ในวารสารระดับโลกอย่าง British Medical Journal (BMJ) ได้คำนวณสัดส่วนของไขมันที่ถูกเผาผลาญไว้อย่างน่าสนใจว่า:
หากเราลดน้ำหนักและเบิร์นไขมันออกไปได้ 10 กิโลกรัม
8.4 กิโลกรัม (84%): จะเปลี่ยนเป็นก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ และ ขับออกจากร่างกายผ่าน "ลมหายใจออก"
1.6 กิโลกรัม (16%): จะเปลี่ยนเป็นน้ำ และขับออกทาง เหงื่อ ปัสสาวะ น้ำตา และของเหลวอื่นๆ
พูดง่ายๆ ก็คือ: ทุกๆ ครั้งที่คุณหายใจออก คุณไม่ได้แค่พ่นอากาศเสียทิ้งไป แต่คุณกำลัง "พ่นเศษซากของไขมัน" ออกจากร่างกายอยู่ด้วย!
3. หายใจออก 1 ครั้ง น้ำหนักลดลงเท่าไหร่?
ใน 1 จังหวะการหายใจเข้า-ออก ร่างกายเราจะพ่นอะตอมของคาร์บอนและไอน้ำออกมา ทำให้น้ำหนักตัวลดลงไปประมาณ 0.02 - 0.05 กรัมต่อครั้ง และถ้าคิดรวมตลอดทั้งวัน มนุษย์เราจะหายใจเอามวลคาร์บอนออกจากร่างกายรวมๆ แล้ว ประมาณ 200 - 500 กรัมต่อวัน (และจะยิ่งมากขึ้นไปอีกหากเราออกกำลังกาย)
4. แล้วแบบนี้ "แค่นั่งถอนหายใจแรงๆ" จะช่วยให้ผอมไหม?
คำตอบคือ "ไม่ช่วยครับ!"
การพยายามเร่งหายใจแรงๆ หรือหายใจเร็วๆ (Hyperventilation) ขณะที่ร่างกายไม่ได้ต้องการใช้ออกซิเจน ไม่ได้ช่วยเพิ่มการเผาผลาญไขมัน ซ้ำยังอาจทำให้เกิดอาการหน้ามืด เวียนหัว จากการขาดคาร์บอนไดออกไซด์ในเลือดอีกด้วย
กลไกที่ถูกต้องคือ: คุณต้องออกกำลังกายเพื่อให้เซลล์ในร่างกายเกิดการขยับและต้องการพลังงาน ร่างกายจึงจะดึงไขมันมาสลายเป็น CO2 แล้วส่งสัญญาณให้ปอดทำงานหนักขึ้นเพื่อ "หายใจนำไขมันนั้นออกไป" ตามธรรมชาติ
สรุปครั้งต่อไปที่คุณออกกำลังกายจนเหนื่อยหอบ อย่าเพิ่งอารมณ์เสียกับหยาดเหงื่อที่ไหลย้อยครับ เพราะเหงื่อเป็นแค่ผลพลอยได้เล็กๆ น้อยๆ เท่านั้น...
จำไว้ว่า ทุกๆ ลมหายใจเข้า-ออกที่แรงขึ้นในขณะออกกำลังกาย นั่นคือช่วงเวลาที่ไขมันกำลังลอยออกจากร่างกายคุณจริงๆ!
ชอบบทความความรู้สุขภาพย่อยง่ายแบบนี้ ฝากกด Like กด Share และติดตามเพจไว้ด้วยนะครับ!
โฆษณา