23 ก.ค. เวลา 06:58 • ครอบครัว & เด็ก

ตอนที่13 น้องข้าใครอย่าแตะ

เด็กเล็กเรียนรู้ผ่านการเล่น การทะเลาะกัน แกล้งกัน ตีกันแต่ไม่รุนแรงในยุคนั้นการล้อชื่อพ่อ การบูลลี่มีแต่ไม่มากนัก ความเข้มงวดในกฎเกณฑ์ ที่ต้องวางไว้เพราะพ่อแม่ต้องทำมาหากินเลี้ยงลูกหลายคน ความเป็นชุมชน ทำให้เด็กไปมาหากันง่าย แม้นไม่ได้รุกล้ำเข้าบ้านเพื่อน เพราะความคับแคบของห้องแถวสองชั้นหรือตึกแถวสามชั้น แต่มีหน้าบ้านยาวต่อกัน แม้นหลังบ้านบางช่วงก็ถูกใช้เป็นพื้นที่เล่นเช่นกัน ทีวีนั้นตามมาภายหลัง การเล่นจึงสำคัญมาก แตกต่างกับทุกวันนี้ เด็กแต่ละบ้านมีน้อย ถ้าไม่ได้เรียนก็อาจไม่พบเพื่ิอน
พี่น้องไปโรงเรียนเดียวกัน ครั้งหนึ่งเมื่อเกิดเหตุน้องสาวทะเลาะกับเพื่อนชั้นประถม1| เพื่อนเด็กผู้ร่วมชั้นตัวอ้วน มีผู้ส่งข่าวมาหา ทันทีทันใดข้าพเจ้าบุกไป เห็นน้องสาวร้องไห้ กำลังลงมือกัน เด็กที่คิดไม่เป็นอย่างตนเองที่อยู่ป.2 ปรี่เข้าไป สองรุมหนึ่ง ต่อให้เด็กชายอ้วนจะมีแรงดี ก็ไม่สามารถต้านทานได้ เสียงร้องไห้ปาดน้ำตา คุณครูเข้ามาห้ามทัพ ข้าพเจ้ายังจำเพื่อนน้องเอามือปาดน้ำตาได้ดี ส่วนตัวเอง มีความโกรธ แต่ไม่กลัวสักนิด ที่อาจต้องโดนทำโทษ เหตุการณ์นานมากจนจำไม่ได้ รู้แต่คนลือกันว่าข้าพเจ้ารักน้องมาก
เหตุการณ์นอกโรงเรียน แถวบ้านก็คล้ายกันบ้านละสองคนตีกับอีกหลังสองต่อสอง ไม่เจ็บหรือเจ็บอย่างมากก็แค่มือ ขา ไม่มีการใช้อาวุธ ที่เจ็บคือโดนผู้ใหญ่พ่อแม่ตี อันนี้ของจริง ร้องไห้เพราะเจ็บไม้บรรทัดไม้ หนาเป็นนิ้วกว่า
การทำโทษของผู้ใหญ่สมัยนั้นมีเหตุผล ความกลัวไม้มีมากเพราะตีจริงเจ็บมากจริงทั้งก้น ทั้งขา บางครั้งหนีทัน นานๆ ไปโชคดี เรียกว่ารอดไป แต่มีวันที่โชคร้ายกว่านั้นไม้กับหมา หากรู้คงเลือกไม้ หมาไล่กัดกลับมา งับถึงต้นขาทีเดียวเชียว แม่เดือดร้อน ต้องเสียเงินพาไปหาหมอคลินิก ไม่ได้ฉีดยาป้องกันพิษสุนัขบ้า มีแต่ยาฉีดอื่น หมามีเจ้าของ
ความขาดแคลน ความลำบากส่งกระทบถึงเด็กๆแน่นอน ไม่ว่าจะเป็นด้านใด โอกาสที่จะได้ไปเที่ยวไกล หรือเห็นทะเลสักครั้งเป็นเรื่องยาก เมื่อมีลูกมาก พี่เลี้ยงเด็กจึงจำเป็น แต่ก็อยู่ไม่ได้นานปีนัก บางครั้ง ต้องนำเด็กไปฝากญาติไว้ที่ต่างจังหวัดแม้นไม่นานวันแต่มันแสนจะทรมาน เพราะถึงเป็นญาติแต่ก็ไม่ใช่พ่อแม่ ความคิดถึงจนร้องไห้จึงเป็นเรื่องปกติ ก็ยังดีกว่าสมัยก่อนนั้นอีกรุ่นแม่ของข้าพเจ้า ที่พ่อแม่ยกลูกให้คนอื่นเป็นแม่บุญธรรมไป
เด็กๆ ทุกวันนี้มีทั้งสิ่งที่เกินพอดีและขาดบางสิ่งที่คนรุ่นก่อนได้รับ โชคชะตาของเด็กขึ้นกับการพัฒนาการปกครองและการบริหารประเทศของรัฐอย่างมาก คนรุ่นข้าพเจ้ายังมีคนคิดเลขในใจได้เร็วกว่าแม่ค้ารุ่นลูก ยังคิดบัญญัติไตรยางค์ ข้อสอบพื้นๆ ของเด็กมัธยม หรือแม้นแต่เด็กมหาวิทยาลัยยังคิดไม่ถูก ยังคำนวณค่าไฟฟ้าจากวัตต์ โดยไม่ใช้สูตร ครูสอนวิทย์ในโรงเรียนประถมรุ่นลูกคิดฟิสิกส์ผิด เพราะใช้สูตรผิด แต่คนรุ่นเก่า ไม่ได้จำสูตร
แต่คำตอบกลับถูกต้อง ในวงราชการ ภาษาอังกฤษที่คนเจนX เจนy บางคน ใช้ไม่ได้การ ต้องให้รุ่นเบบี้บูมเมอร์จัดการ ทั้งๆ ไม่ใช่เรียนมาทางสายภาษา หรือแม้นคนที่จบแค่มศ.5 ยังเก่งภาษามากกว่า ดร. ที่สอนหนังสือบางท่าน เพื่อนเล่าว่าที่ไปทัวร์ด้วยกัน มีแต่คนที่เรียนน้อยอย่างเขานี่แหละเป็นล่ามสื่อสารได้ นี่มันอะไรกัน บ่อยครั้งรู้สึกสะท้อนใจว่า การศึกษาไทย ทำไมเป็นแบบนี้ ช่วงหนึ่งของการศึกษาที่อาจกล่าวได้ว่าล้มเหลวก็ว่าได้ จึงผลิตคนได้แบบที่เห็น
เมื่อเป็นผู้สูงวัย การปล่อยวางเป็นสิ่งสำคัญ ต่อให้เป็นนักต่อสู้มาตลอดก็เถอะ อาจประสาทกินมากกว่า การอยากเห็นสังคมดีขึ้น มีได้เพียงแลกเปลี่ยน แนะนำให้คนรุ่นหลังที่ชอบรับฟัง นำไปคิดและปรับปรุงให้ดีขึ้น ไม่ใช่เพื่อประโยชน์ตนอย่างเดียวของคนรุ่นหลัง แต่แท้จริงแล้วประโยชน์หากกระทบวงกว้าง ผู้คนจะอยู่ดีมีสุขขึ้น แม้นเพียงเศษเสี้ยวเม็ดทรายในทะเลก็ตาม นี่คือปณิธาน ที่ยังอยากอยู่ดูโลกนี้ต่อไป
โฆษณา