24 ก.ค. เวลา 08:11 • สุขภาพ

คุณหมอ Industrial Designer

เมื่อไม่นานมานี้ได้ไปสัมมนาของสถาบันพลาสติกเกี่ยวกับนวัตกรรมการแพทย์ที่คุณหมอในโรงเรียนแพทย์ทั้งหลายคิดสิ่งประดิษฐ์ขึ้นมาเพื่อให้ตอบโจทย์การรักษาและมีราคาที่คนไทยเอื้อมถึงได้ โดยไม่ต้องนำเข้ามาจากต่างประเทศ
ด่านหินที่สุดคือช่วงทดสอบให้ผ่านมาตรฐาน (ช่วงสีม่วงในภาพประกอบ) เพราะมีหลายมาตรฐานและค่าทดสอบครั้งละหลายแสนบาท บางทีต้องทดสอบหลายครั้งกว่าจะผ่าน หรือแม้ว่าโรงเรียนแพทย์ส่งทดสอบผ่านแล้ว แต่พอจะผลิตจริงก็ต้องให้โรงงานผลิตส่งทดสอบอีกรอบ
ปกติประเทศไทยเราก็ส่งออกอุปกรณ์การแพทย์มากพอสมควร ถือว่าพอจะติดอันดับโลกอยู่ แต่เป็นพวก packaging กับของ disposable ที่ใช้แล้วทิ้งมากกว่าอุปกรณ์การแพทย์ที่ใช้เทคโนโลยีสูงที่ต้องนำเข้า
ในขณะเดียวกัน อุปกรณ์การแพทย์ที่ใช้เทคโนโลยีสูงเหล่านั้นก็มีราคาสูงลิบ และถ้าไม่ได้มี budget มากพอหรือมีประกันสุขภาพแพคเกจสูง ก็ไม่ใช่คนไข้ทุกสิทธิที่เข้าถึงได้ โดยเฉพาะโรคเรื้อรังระยะยาว ที่เดาไม่ได้ว่าจะต้องจ่ายเป็นประจำแบบนี้ไปอีกนานแค่ไหน
บางกรณีเรามีทางเลือกแค่ดีมากแต่แพงมาก กับไม่ต้องทำมันเลย แต่ถ้ามีอะไรที่อยู่ตรงกลางระหว่าง 2 อย่างนี้ ก็น่าจะช่วยคนได้มาก ซึ่งเป็นวิธีคิดแก้ปัญหาที่อยากช่วยคนไข้ของคุณหมอนักประดิษฐ์เหล่านี้ แม้ว่าจะไม่ sexy นักเพราะส่วนใหญ่เป็นการ modify จากของที่มีอยู่แล้วก็ตาม
บางเคสก็มี function พิเศษกว่าที่ของต้นฉบับมี และตอบโจทย์คนไข้ได้ดีกว่าต้นฉบับอีก เสียหน่อยตรงที่งานออกแบบ ความเนี๊ยบและแบรนด์ไม่ดีเท่าของนำเข้า
ที่เราไม่ได้ยกตัวอย่างชื่อโปรเจคมาเพราะใช้ปากกาจดไว้ในไอแพด แล้วอยู่ดี ๆ เครื่องแฮงค์ โน้ตนั้นหายเกลี้ยงเลย 🥺เอาเป็นว่าเขียนถึง logic หลักร่วมกันของหลาย ๆ โปรเจคละกัน
เคยได้แตะโปรเจคใกล้เคียงพวกนี้อยู่ช่วงนึง แต่โปรเจคได้ล่มไปก่อน เพราะคุณหมอมีไอเดียแต่ไม่ได้มีเวลามาร่วมคุยพัฒนาระยะยาวมากนัก ค่าใช้จ่าย R&D สูงกว่าที่คิดไว้หลายเท่าเพราะต้อง redesign ไม่ใช่แค่การ replace วัสดุ โดยที่เคสนี้คุณหมอจะใช้งบส่วนตัวของตัวเอง ไม่ได้อยู่ในโรงเรียนแพทย์ขนาดใหญ่ที่มีทุนวิจัยหรือช่วยหาทุนต่อเนื่องให้ได้ ประกอบกับตัวโรงงานเองก็ต้องขอมาตรฐานพิเศษเพิ่มอีกมาก น่าจะเรียกได้ว่าแพ้ไปเพราะเงินและเวลา
โปรเจคที่สำเร็จ เริ่มจากคุณหมอที่เห็นปัญหาและมีจิตวิญญาณของนักประดิษฐ์ขอทุนวิจัยทำต้นแบบออกมาเสนอ หาความเป็นไปได้ในการผลิต ออกไปปรึกษาหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น สถาบันพลาสติก ใช้ Engineer ปรับแบบสเปควัสดุ เขียนแบบ ออกแบบ mold หาโรงงานผลิต ดำเนินการทดสอบ ขอมาตรฐาน คำนวณต้นทุน Business Model ทำ Prototype ทดสอบการใช้งาน แก้ไขจน launch สินค้า โดยที่ทั้งกระบวนการต้องมีทุนต่อเนื่อง
สิ่งนี่น่าสนใจคือ นอกเหนือจากการขออนุญาต การทดสอบมาตรฐานและได้รางวัลต่าง ๆ มากมายแล้ว คือทำยังไงให้ในวงการยอมรับสิ่งประดิษฐ์เหล่านี้ ของทั่วไปว่ายากแล้ว ยิ่งเป็นอะไรที่เกี่ยวกับชีวิตคนนี่ยากยิ่งกว่า
และสิ่งที่น่าสนใจอีกเรื่องคือ ในขั้นตอนทั้งหมดตั้งแต่เริ่มจนจบ ไม่มี Industrial Designer ซึ่งเป็นคนที่เชื่อม หมอ วิศวกร โรงงาน ธุรกิจ และผู้ใช้ เข้าด้วยกันเลย?!?!
หากในทีมมี Professional Industrial Designer ตั้งแต่ต้น จะสามารถลดเวลา trial & error และทำให้มีดีไซน์ที่น่าเชื่อถือสำหรับสินค้าแนวนี้ได้ไหม
นี่ก็แอบคิดว่า ถ้าตอนเด็กอยากเป็น designer แล้วถ้าเราก็เรียนดีพอสมควร การเลือกเข้าคณะยอดนิยมตามคะแนนสูงสุดที่ตัวเองน่าจะสอบติด อาจได้รับโอกาสดีกว่าการเรียนออกแบบโดยตรงก็ได้นะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเมืองไทยที่หลายคนยังคิดว่า design = การวาดรูป sketch สวย ๆ แล้วไม่ค่อยเก่งวิชาการเลยมาเรียนทางนี้ 🤣
ปล.1 รูปประกอบ สไลด์ จากการบรรยายของสถาบันพลาสติก คุณวิทยากรเล่าเรื่องได้น่าสนใจ ไม่น่าเบื่อเลย
ปล.2 เสร็จภารกิจและกลับมาเขียนต่อแล้ว คราวนี้จะพยายามเขียนให้ได้ต่อเนื่องแม้จะว่างหรือไม่ว่าง พร้อมหรือไม่พร้อมก็ตาม เพราะเป้าหมายหลักคือการหัดเรียบเรียงความคิด
โฆษณา