25 ก.ค. เวลา 01:00 • ไลฟ์สไตล์

เมื่อคุณช่วยธรรมชาติ ธรรมชาติก็ช่วยคุณกลับ งานอาสาเพื่อธรรมชาติ เป็นยารักษาจิตใจที่งดงาม

ทุกวันเสาร์ ชวนติดตาม #NatureStill กับเรื่องราวอันว่าด้วย ธรรมชาติที่ยังคงดำรงอยู่ท่ามกลางวิกฤต และธรรมชาติที่ยังคงช่วยเยียวยาเราเสมอ
งานวิจัยชิ้นหนึ่งในอังกฤษได้ติดตามศึกษาคนที่ “ลงมือทำอะไรบางอย่างเพื่อธรรมชาติ” ไม่ว่าจะเป็นการปลูกต้นไม้ ดูแลพื้นที่สีเขียว ทำบ้านให้นก ทำโรงแรมแมลง เดินสำรวจธรรมชาติ หรือช่วยฟื้นฟูพื้นที่ป่า
ผลลัพธ์ที่ได้ชี้ให้เห็นว่า การเป็นส่วนหนึ่งของธรรมชาติ ส่งผลต่อจิตใจมากกว่าการเป็นเพียงผู้สังเกต
การศึกษานี้ดำเนินการโดยนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยเอสเซกซ์ ร่วมกับองค์กร The Wildlife Trusts ซึ่งติดตามอาสาสมัคร 139 คนจากหลายพื้นที่ทั่วอังกฤษเป็นเวลา 12 สัปดาห์ จากผู้เข้าร่วมที่มีพื้นฐานแตกต่างกัน
บางคนสมัครเข้ามาเองเพราะอยากทำงานอาสา แต่หลายคนถูกส่งต่อมาจากแพทย์ ศูนย์สุขภาพ หรือหน่วยงานของระบบสาธารณสุข เนื่องจากกำลังเผชิญปัญหาความเครียด ภาวะซึมเศร้า ความวิตกกังวล หรือความโดดเดี่ยวทางสังคม
หลังจากเข้าร่วมกิจกรรมได้เพียงหกสัปดาห์ ผู้เข้าร่วมมากกว่าสองในสามรายงานว่าสุขภาวะทางใจของตนเองดีขึ้นอย่างชัดเจน
และเมื่อครบ 12 สัปดาห์ คนที่เริ่มต้นด้วยคะแนนสุขภาวะจิตต่ำที่สุดกลับเป็นกลุ่มที่มีพัฒนาการมากที่สุด
โดยเกือบครึ่งหนึ่งของผู้ที่เคยมีภาวะสุขภาพจิตต่ำ ขยับขึ้นมาอยู่ในระดับที่ดีขึ้นได้
ขณะที่ค่าเฉลี่ยของสุขภาวะจิตของอาสาสมัครทั้งหมดเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติประมาณ 8 เปอร์เซ็นต์ และจำนวนผู้ที่มีคะแนนสุขภาวะต่ำลดลงจาก 39 เปอร์เซ็นต์ เหลือเพียง 19 เปอร์เซ็นต์
สิ่งที่น่าสนใจกว่าตัวเลข คือคำบอกเล่าของผู้เข้าร่วม หลายคนไม่ได้พูดถึงต้นไม้ ดอกไม้ หรือสัตว์ป่าเป็นอันดับแรก แต่พูดถึงความรู้สึกของตัวเอง
บางคนบอกว่า “การได้ออกมาอยู่กับธรรมชาติทำให้รู้สึกเหมือนได้เกิดใหม่”
บางคนเล่าว่า ก่อนเข้าร่วมโครงการเคยนอนซุกอยู่ใต้ผ้าห่มทั้งวัน ไม่อยากพบผู้คน แต่เมื่อเริ่มออกมาทำกิจกรรมกลางแจ้ง เขาค่อยๆ กลับมามีกำลังใจและเริ่มตัดสินใจเรื่องชีวิตได้อีกครั้ง
บางคนบอกว่าภาวะซึมเศร้าและความกระวนกระวายลดลงอย่างเห็นได้ชัด เพราะทุกครั้งที่ได้ออกไปทำงานกลางธรรมชาติ ใจก็สงบลงกว่าเดิม
นักวิจัยอธิบายว่า ประโยชน์ที่เกิดขึ้นไม่ได้มาจากธรรมชาติเพียงอย่างเดียว แต่เป็นการรวมกันของหลายองค์ประกอบ ผู้เข้าร่วมได้เคลื่อนไหวร่างกาย ได้ใช้เวลานอกอาคาร ได้พูดคุยกับผู้อื่น
และที่สำคัญคือได้ทำสิ่งที่มีความหมาย
เพราะพวกเขาไม่ได้เป็นเพียงผู้รับการบำบัด แต่กลายเป็นคนที่กำลังช่วยดูแลพื้นที่ธรรมชาติให้ดีขึ้น
ความรู้สึกว่าตัวเองยังมีคุณค่าและยังสร้างประโยชน์ให้กับสังคมได้ จึงกลายเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการฟื้นฟูสุขภาพจิต
ผลการศึกษานี้ยังสนับสนุนแนวคิดที่แพทย์แนะนำให้ผู้ป่วยใช้เวลากับธรรมชาติเป็นส่วนหนึ่งของการดูแลสุขภาพ
ซึ่งหากมีการนำแนวทางนี้มาใช้อย่างจริงจัง ก็อาจช่วยลดภาระของระบบสาธารณสุขได้ เพราะกิจกรรมกลางธรรมชาติเป็นวิธีที่ต้นทุนไม่สูงนัก และยังสร้างประโยชน์กลับคืนให้กับชุมชนและสิ่งแวดล้อมไปพร้อมกัน
อย่างไรก็ตาม นักวิจัยก็ย้ำว่าการศึกษานี้ยังไม่ใช่ข้อพิสูจน์ขั้นสุดท้าย แม้จะพบความสัมพันธ์ที่ชัดเจนระหว่างการทำงานอาสาในธรรมชาติกับสุขภาพจิตที่ดีขึ้น
แต่ยังต้องมีการศึกษาขนาดใหญ่ที่มีกลุ่มควบคุมแบบเดียวกับการทดลองทางการแพทย์ เพื่อยืนยันว่า ‘ธรรมชาติ’ เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงจริง ไม่ใช่ผลจากปัจจัยอื่นร่วมด้วย
ถึงอย่างนั้น งานวิจัยชิ้นนี้ก็ทำให้เห็นภาพว่า การเยียวยาใจอาจไม่ได้เริ่มจากการพยายามแก้ไขตัวเอง แต่อาจเริ่มจากการหันไปดูแลสิ่งมีชีวิตอื่น
ลองปลูกต้นไม้สักต้น เก็บขยะในป่า ทำบ้านให้นก หรือช่วยฟื้นฟูพื้นที่สีเขียว
เพราะในขณะที่เราคิดว่ากำลังช่วยธรรมชาติ ความจริงแล้ว ธรรมชาติก็อาจกำลังช่วยเยียวยาเรากลับเช่นกัน
อ้างอิง
โฆษณา