25 ก.ค. เวลา 07:27 • วิทยาศาสตร์ & เทคโนโลยี

Northrop F-20 Tigershark

"The Northrop F-20 Tigershark is celebrated as the “greatest fighter never built.” Originating from the F-5E Tiger II, the F-20 offered cutting-edge avionics, a GE F404 engine propelling it to Mach 2.1, and a versatile weapons loadout, including AMRAAM and Maverick missiles"
"เครื่องบินขับไล่สมรรถนะสูง Northrop F-20 Tigershark ได้รับการยกย่องว่าเป็น “เครื่องบินขับไล่ที่มีสมรรถนะสูงที่สุดที่เกือบถูกสร้างขึ้น” โดยมีพื้นฐานมาจากเครื่องบินขับไล่ F-5E Tiger II เครื่องบินขับไล่ F-20 เต็มเปี่ยมด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์การบินที่ล้ำสมัย เครื่องยนต์ GE F404 ที่ทำให้มันพุ่งทะยานได้ด้วยความเร็วสูงสุดถึง Mach 2.1 และระบบอาวุธที่หลากหลายอาทิเช่นขีปนาวุธอากาศสู่อากาศพิสัยไกล AMRAAM และขีปนาวุธอากาศสู่พื้น Maverick"
The National Interest
“The F-20A Tigershark was fast, maneuverable, lethal, easy to fly and easy to maintain. But Northrop was never truly able to compete with the F-16 on cost and the Tigershark failed, ultimately, because it tried to be too many things. Too heavy to be a lightweight, lacking the stealth properties then being developed in super-secret “black” programs.
" The F-20A was also too light to be a robust, globe-girdling warplane like the F-15E Strike Eagle. It was an outstanding fighter, but in the end the Northrop F-20A Tigershark was the right aircraft at the wrong time.”
“เครื่องบินขับไล่ F-20A ไทเกอร์ชาร์คเป็นเครื่องบินรบที่มีความเร็วสูง มีสมรรถนะสูง เหนือชั้นกว่า บินง่ายไม่ซับซ้อย และบำรุงรักษาง่าย แต่บริษัทนอร์ธรอปไม่เคยสามารถแข่งขันชนะ F-16 ได้สัมฤทธิ์ผลในเรื่องต้นทุนและในที่สุดไทเกอร์ชาร์คก็ล้มเหลวเพราะมันพยายามจะเป็นเครื่องบินขับไล่ยุคใหม่จนเกินไป"
"มันหนักเกินไปที่จะเป็นเครื่องบินขับไล่น้ำหนักเบา ขาดคุณสมบัติการล่องหนที่กำลังพัฒนาอยู่ในโครงการลับสุดยอด และในขณะเดียวกัน F-20A ก็เบาเกินไปที่จะเป็นเครื่องบินขับไล่ที่ไร้เทียมทานและเข้าถึงกองทัพอากาศชาติพันธมิตรไม่ต่างจากเครื่องบินขับไล่ F-15E Strike Eagle ซึ่งเป็นเครื่องบินขับไล่ที่ดีที่สุดเช่นกัน สรุปแล้ว Northrop F-20A Tigershark เป็นเครื่องบินขับไล่ที่เหมาะสมแต่มาผิดที่ผิดเวลา”
Robert F. Dorr นักเขียนด้านการบินที่มีชื่อเสียง
Spanish Air Force Northrop F-20 Tigershark
สวัสดีครับท่านผู้อ่านทุกท่าน เมื่อค่ำคืนของวันหนึ่งผู้เขียนเห็นมีเพจหนึ่งในแอปฟ้าแอปหนึ่ง ขออนุญาตไม่พูดชื่อเพจก็แล้วกันนะครับ เห็นมีรูปของเครื่องบินขับไล่ Northrop F-20 Tigershark ซึ่งจากโพสต์ดังกล่าวก็มีหลายท่านไปคอมเม้นต์บอกว่าชอบเครื่องบินรบแบบดังกล่าว
ถ้าถามว่าผู้เขียนชอบ F-20 ไหม จริงๆก็ไม่ได้ชอบเป็นการส่วนตัว แต่ก็เคยคิดมาตลอดถ้าวันหนึ่งมันเกิดขึ้นมา สงครามทางอากาศทั่วโลกจะมีเครื่องบินขับไล่แบบนี้แข่งกับ F-16 ด้วยจำนวน 2,000 กว่าเครื่องเท่าๆกัน แต่ก็ไม่สามารถย้อนกลับไปแก้ไขอดีตได้ เรามีแต่ที่จะต้องเรียนรู้ความเจ็บปวด เมื่อล้มแล้วก็ต้องลุก โปรดคิดเสียเถิดว่าหากไม่สมหวังในวันที่ผ่านมา พรุ่งนี้ก็ยังมีหวังเสมอ
ก่อนที่จะเข้าสู่บทความผู้เขียนขอใช้ช่วงเวลานี้เป็นโอกาสทองในการหาเงิน ภาพเครื่องบินขับไล่ F-20 ที่นำมาเป็นภาพหน้าปกบทความนี้หากท่านใดสนใจให้ผู้เขียนนำไปปริ้นท์เป็นโปสเตอร์ สามารถทักมาหาผู้เขียนใน Facebook ส่วนตัวที่มีรูปโปรไฟล์ผู้เขียนพร้อมพื้นหลังสีเขียวชื่อ Maverick Nonsak ได้
ราคาที่จะให้ท่านโอนเข้าบัญชีก่อนที่ผู้เขียนจะส่งให้ร้านปริ้นท์อยู่ที่ 200 บาท หากท่านใดสนใจขอเลขบัญชีให้ท่านทักมาได้ที่แชทส่วนตัวผู้เขียนนะฮะ
สำหรับค่าปริ้นที่ท่านโอนผ่านทาง Messenger ส่วนตัวด้วยจำนวนเงิน 200 บาทรวมค่าส่ง เมื่อรับโอนแล้วผู้เขียนจะนำยอดนี้ไปใช้ในการปริ้นท์ภาพจำนวนหนึ่ง อีกส่วนที่ได้รับจะนำไปใช้เป็นค่าบำรุงพระพุทธศาสนา ค่าอาหารพระสงฆ์ ค่าถวายสังฆทาน ค่าน้ำ ค่าไฟของวัดและอื่นๆอีกมากมายที่เป็นบุญกุศล
ไม่เพียงเท่านี้รายได้จากการที่ท่านโอนให้ผู้เขียนจำนวนหนึ่งจะนำไปใช้เป็นงบสำหรับส่งเสียให้น้องชายได้เรียนจบมหาวิทยาลัยครบ 4 ปีและเป็นรายได้ให้ตัวผู้เขียนเองในการหาซื้อของดีๆมาขายต่อไป
เครื่องบินขับไล่ F-20 ของกองทัพอากาศสเปน ที่ต้องเลือกทำสีเป็นของสเปนเพราะเป็นแชมป์บอลโลกปีค.ศ.2026 (ภาพ AI)
ในโลกการบินทุกท่านคงจะทราบดีว่าเครื่องบินขับไล่สมรรถนะสูง Northrop F-20 Tigershark ได้รับการยกย่องว่าเป็น “เครื่องบินขับไล่ที่เจ๋งที่สุดที่เกือบถูกสร้างขึ้น” โดยอิงการออกแบบมาจากเครื่องบินขับไล่ F-5E Tiger II เครื่องบินขับไล่ F-20 มาพร้อมกับระบบอิเล็กทรอนิกส์การบินที่ล้ำสมัย เครื่องยนต์ GE F404 ที่ทำให้บินไปในอากาศด้วยความเร็วสูงสุดถึง Mach 2.1 และระบบอาวุธที่เหมาะสมกับทุกภารกิจอาทิเช่นขีปนาวุธอากาศสู่อากาศพิสัยไกล AMRAAM และขีปนาวุธอากาศสู่พื้น Maverick
เครื่องบินขับไล่ F-20 ได้รับการออกแบบให้เป็นเครื่องบินขับไล่สมรรถนะรุ่นส่งออก แต่มีราคาประหยัดภายใต้โครงการ FX โดยมีคุณสมบัติที่ทันสมัย ​​เช่น เรดาร์อเนกประสงค์ ห้องนักบินที่มีมุมมองพาโนรามา และความพร้อมรบที่ทันใจ แม้จะมีสมรรถนะที่ยอดเยี่ยม แต่การที่รัฐบาลขิงประธานาธิบดีโรนัลด์ เรแกนผ่อนคลายข้อจำกัดการส่งออกเครื่องบินขับไล่สมรรถนะสูงยุคที่ 4 อย่างF-15 และ F-16 ทำให้ F-20 กลายเป็นคนนอกสายตาไปในทันที
แม้ว่าเครื่องบินขับไล่ F-20 จะมีการสร้างเครื่องต้นแบบเพียงสามเครื่องและมีประสบอุบัติเหตุขณะทำการบินทดสอบ แต่ศักยภาพที่น่าประทับใจของ F-20 ยังคงเป็นแรงบันดาลใจให้ผู้ที่ชื่นชอบเรื่องการบินตั้งคำถามถึงสถานการณ์สมมติอยู่เสมอ
ก่อนหน้านี้ Tigershark มีชื่อเรียกว่า F-5G ในยุค 80 ต้นรัฐบาลคาร์เตอร์ได้ริเริ่ม โครงการของกระทรวงกลาโหม (Department of Defense : DOD) ที่เรียกว่า “FX” หรือ Fighter Export ซึ่งมีจุดประสงค์เพื่อจำหน่ายเครื่องบินขับไล่สมรรถนะสูงที่ถูกลดขีดความสามารถด้านเทคโนโลยีไม่มากนัก ให้กับกองทัพอากาศชาติพันธมิตรของสหรัฐฯ เพื่อลดความเป็นไปได้ที่เทคโนโลยีอากาศยานทางการทหารสมรรถนะสูงของสหรัฐฯ จะตกไปอยู่ในมือของสหภาพโซเวียต
เทคโนโลยีบางส่วนของเครื่องบินขับไล่ F-20 กลายมาเป็นแรงบันดาลใจให้กับเครื่องบินขับไล่ Gripen ที่กองทัพอากาศไทยใช้ทิ้งไข่ใส่กัมพูชา
ในช่วงแรกบริษัทนอร์ธรอปมองว่ากองทัพอากาศไต้หวันเป็นกองทัพอากาศที่มีโอกาสมากที่สุดที่จะได้รับเครื่องบินขับไล่รุ่นใหม่นี้ เนื่องจากไต้หวันใช้งานเครื่องบินขับไล่ F-5 อยู่แล้ว ส่วนเจเนอรัลไดนามิกส์ซึ่งเป็นผู้ผลิตเครื่องบินขับไล่ F-16A Block 15 เน้นส่งออกให้แก่กองทัพอากาศสหรัฐฯกำลังพัฒนาเครื่องบินขับไล่ F-16/79 ที่มีสมรรถนะต่ำกว่า F-16A โดยใช้เครื่องยนต์ J79 สำหรับโครงการ FX
คณะวิศวกรกรด้านการบินของบริษัทนอร์ธรอปภายใต้การนำของเวลโก อี. กาซิช มีความเห็นแตกแยกกันเกี่ยวกับการปรับปรุงการออกแบบเครื่องบินขับไล่ F-5 วิศวกรบางคนต้องการรักษาสภาพของเครื่องยนต์ทั้งสองเครื่องไว้ ส่วนหนึ่งเพื่อหลีกเลี่ยงการปรับเปลี่ยนโครงสร้างตามหลักอากาศพลศาสตร์ของลำตัวเครื่องบินขับไล่แบบใหม่
แม้ในขณะที่นอร์ธรอปกำลังพยายามเชื้อเชิญกองทัพอากาศไต้หวันและกองทัพอากาศเกาหลีใต้ ก็ยังได้รับคำสั่งซื้อเครื่องบินขับไล่ไทเกอร์ชาร์คจำนวน 4 เครื่องจากบาห์เรน ซึ่งเป็นประเทศเล็กแต่มีประชากรหนาแน่น
บริษัทนอร์ธรอปได้ว่าจ้างนาวาอากาศเอกเอเวอเรสต์ ริชชิโอนี หรือริช อดีตทหารอากาศที่เกษียณอายุแล้ว มาช่วยคัดเลือกแบบที่ดีที่สุด ผู้การริชชิโอนีได้นำแนวคิด การหลบหลีกพลังงานของผู้พันบอยด์ ผู้เป็นผู้บังคับบัญชาของท่านมาประยุกต์ใช้กับเครื่องบินขับไล่สมรรถนะสูงแบบใหม่
เครื่องยนต์ GE F404-GE-100 ที่ขับเคลื่อนให้ F-20A บินไปได้เกิน 2 เท่าของเสียง บริษัท SAAB ของสวีเดนซื้อลิขสิทธิ์ไปทำเป็นเครื่องยนต์ Volvo RM12 ที่ผลิตสำหรับใช้งานกับเครื่องบินขับไล่ Gripen
ท่านได้ช่วยนอร์ธรอปเลือกแบบของวิศวกรโรเบิร์ต แซนดัสกี แทนแบบอื่นๆ ของวอลต์ เซลเลอร์ส , จอห์น พาเทียร์โน , และลี บีกิน แบบที่เพรียวบางของแซนดัสกีได้รวมเอารูปทรงเอวคอดของกฎพื้นที่ความเร็วเหนือเสียงจากริชาร์ด ที. วิทคอมบ์ เข้ามาด้วย และในไม่ช้าเครื่องบินขับไล่ F-5G ก็ได้รับชื่อใหม่ที่รู้จักเป็น F-20A ฉายาฉลามเสือ
เพื่อตีตลาดแข่งกับเครื่องบินขับไล่ยุคที่ 4 ทั้ง F-15 และ F-16 บริษัท Northrop จึงได้ผลิตโฆษณาที่ดูไฮโซล้ำยุค โดยมีบุคคลสำคัญในวงการการบินอย่าง พลอากาศตรี ชาร์ลส์ “ชัค” เยเกอร์ ผู้ล่วงลับ มาเป็นพ่อค้าให้สินค้าชิ้นใหม่ที่ไม่เคยขายที่ไหนมาก่อนนี้ เพื่อพยายามโน้มน้าวให้นายทหารชั้นผู้ใหญ่ของกองทัพอากาศสหรัฐฯและพันธมิตรซื้อเครื่องบินขับไล่แบบดังกล่าวนี้
โฆษณาชิ้นนั้นให้ความรู้สึกเหมือนโฆษณาทางโทรทัศน์สำหรับรถยนต์รุ่นใหม่ล่าสุด “หากท่านกำลังอยู่ในสถานการณ์ฉุกเฉิน ตรวจพบเครื่องบินไม่ทราบฝ่ายรุกล้ำอธิปไตยห่างจากฐานทัพอากาศของท่าน 80 ไมล์ ไทเกอร์ชาร์คจะช่วยให้ท่านตอบโต้และขับไล่เครื่องบินขับไล่ข้าศึกได้ทันใจด้วยระบบสตาร์ทเครื่องยนต์แบบใช้ตลับกระสุนในตัว"
" เครื่องยนต์ของไทเกอร์ชาร์คสามารถลดกำลังลงจนถึงระดับเดินเบาได้ภายใน 19 วินาที ระบบนำทางด้วยเลเซอร์แบบเฉื่อยสามารถปรับแนวได้ภายใน 22 วินาที ด้วยความแม่นยำดีกว่า 1 ไมล์ทะเลต่อชั่วโมง พร้อมจอแสดงผลเป้าหมายเรดาร์ที่ปราศจากสิ่งรบกวน และความสามารถในการยิงอาวุธตามเป้าหมาย” ชัคกล่าว สร้างความตื่นเต้นเกี่ยวกับเครื่องบินแบบดังกล่าว
หากในโลกคู่ขนานกองทัพอากาศสเปนประจำการด้วยเครื่องบินขับไล่ Northrop F-20 Tigershark ก็จะไม่มีเครื่องบอนขับไล่ F/A-18 Hornet ประจำการมาจนถึงปัจจุบันนี้
ในช่วงยุค 80 หลังจากที่เครื่องบินขับไล่ Northrop F-20 Tigershark ได้ขึ้นบินทดสอบ โดยนักบินลองเครื่อง Russ Scott เมื่อวันที่ 30 สิงหาคมค.ศ.1982 เครื่องบินขับไล่แบบดังกล่าวเริ่มได้รับความนิยมอย่างมากจากการบินไปปรากฎตัวบินสาธิตตามที่ต่างๆทั่วโลก
รวมถึงประเทศไทยด้วย ซึ่งกองทัพอากาศไทยเองก็ตามองไปที่ F-20 ที่ขึ้นบินโฉบเฉี่ยว ตีลังกา เลี้ยววงแคบ , บินช้าๆ และไต่ระดับอย่างน่าทึ่ง แต่ผู้ใหญ่ในกองทัพอากาศไทย ณ ขณะนั้นอาจไม่ทราบว่าเครื่องบินขับไล่ที่มีสมรรถนะยอดเยี่ยมที่สุดอาจไม่ได้ถูกผลิตออกสู่กองทัพอากาศชาติพันธมิตรรวมถึงไทยแลนด์ด้วยเช่นกัน
เครื่องบินขับไล่ F-20 มีสมรรถนะที่ยอดเยี่ยมควบคู่ไปกับราคาที่ต่ำกว่า F-16A คู่แข่งในยุคนั้น มันได้รับการออกแบบมาให้สามารถต่อสู้กับเครื่องบินขับไล่ที่ผลิตโดยสหภาพโซเวียตด้วยการสู้รบทางอากาศผ่านการใช้ขีปนาวุธอากาศสู่อากาศพิสัยไกลเกินสายตาอย่าง AIM-120 AMRAAM ซึ่งเป็นเรื่องยากที่เครื่องบินขับไล่ F-16 รุ่นก่อนหน้า Block 15 อาจทำไม่ได้
F-20 ได้รับฉายาว่าเป็นเครื่องบินขับไล่ที่ดีที่สุดที่เกือบถูกสร้าง
ไม่เพียงเท่านี้เครื่องบินขับไล่ F-20 มีขีดความสามารถในการโจมตีทิ้งระเบิดได้ทั้งระเบิดนำวิถีและใช้ขีปนาวุธอากาศสู่พื้น Maverick ได้ และสามารถติดตั้งอาวุธยุทโธปกรณ์ล่าสุดของอเมริกา เช่น ขีปนาวุธอากาศสู่อากาศพิสัยกลางขั้นสูง (AMRAAM) รุ่นแรกได้
บริษัทนอร์ธรอปมองเห็นว่ากองทัพอากาศประเทศที่เป็นมิตรกับสหรัฐฯมีการใช้งานเครื่องบินขับไล่ F-5 คิดในใจไว้เร็วเท่านี้จะสู้อะไรเขาได้ Northrop ก็ไม่น้อยหน้าจึงตัดสินใจปรับปรุงโครงสร้างลำตัว F-5 นั้น โดยติดตั้งเครื่องยนต์ไอพ่น GE F404-GE-100 เพียงเครื่องเดียว
เครื่องยนต์ไอพ่นแบบดังกล่าวให้แรงขับ 17,000 ปอนด์ และสามารถเพิ่มความเร็วของเครื่องบินขับไล่ F-20 ให้บินทะลุกำเเพงเสียงไปได้ไกลด้วยความเร็ว Mach 2.1 ที่ระดับความสูง 36,000 ฟุต เครื่องยนต์นี้เดิมทีได้รับการออกแบบมาสำหรับเครื่องบินขับไล่ F/A-18 Hornet ซึ่งมีเพดานบินปฏิบัติการที่ 55,000 ฟุต และอัตราการไต่ระดับ 52,800 ฟุตต่อนาที
F-20 ในขณะนั้นได้รับความสนใจจากกองทัพอากาศในหลายประเทศทั่วโลกรวมถึงไทยด้วย
Northrop ตั้งใจอวย F-20 ให้ลูกค้าที่ใช้ F-5 อยู่แล้วและไม่เคยใช้ F-5 มาก่อนโปรยเสน่ห์ด้วยการเปิดตัวเรดาร์ของ F-20 ซึ่งเป็นเรดาร์หลากภารกิจที่สามารถติดตามเป้าหมายได้ที่ระยะ 48 ไมล์ทะเลในการตรวจจับเป้าภาคอากาศและ 31 ไมล์ทะเลในการตรวจจับเป้าหมายภาคพื้นดิน นอกจากนี้เครื่องบินขับไล่ F-20 มีจอแสดงผลทางการบินที่ทันสมัยคล้ายกับที่พบในเครื่องบินขับไล่ F/A-18 Hornet
ต่อให้ F-20 Tigershark ถูกประเมินค่าต่ำกว่ามาตรฐานด้วยเรื่องการบรรทุกอาวุธใต้ปีกทั้งระเบิดและจรวด ทำให้มันถูกมองมันไม่สามารถบรรทุกอาวุธได้มากเท่ากับเครื่องบินขับไล่เอฟ-16 ซึ่งเป็นคู่แข่ง มันก็ยังหวังในใจลึกๆว่าสักวันจะไปตีตลาดเครื่องบินขับไล่ยุคที่ 4 ชนะใจกองทัพอากาศชาติพันธมิตรที่เคยบินหรือไม่เคยบิน F-5 มาก่อน
ในยุค 80 เมื่อค่าใช้จ่ายต่างๆเกี่ยวกับเครื่องบินขับไล่บานปลายและการแข่งขันทางเทคโนโลยีเพื่อรับสงครามเวหายุคใหม่ได้อุบัติขึ้น เครื่องบินขับไล่ F-20 Tigershark ไม่ได้ถูกปิดโอกาสในการบินฝ่าข้อครหาจากผู้ใหญ่ในกองทัพอากาศสหรัฐฯที่ค้านหัวชนฝาว่า "อีกไม่กี่ปี F-16 จะเป็นเครื่องบินขับไล่ยอดนิยม ส่วน F-20 ก็เป็นแค่เครื่องบินขับไล่อายุสั้น" จนมาถึง ณ ขณะนี้ F-20 Tigershark กำลังพิสูจน์ให้สหรัฐฯและทั่วโลกเห็นว่าเป็นเครื่องบินขับไล่ราคาประหยัดที่มีประสิทธิภาพเกินคาด
แม้ F-20 จะเป็นเครื่องบินขับไล่ที่จากไปก่อนวัยอันควร แต่ทั่วโลกไม่มีใครลืมชื่อของมันได้
ต่อมาวันที่ 10 ตุลาคมค.ศ.1984 นักบินทดสอบดาร์เรล คอร์เนลล์ ได้ทำการบินผาดแผลงด้วยความเร็วสูงทั้งในระดับความสูงต่ำและการไต่ระดับของเครื่องบินขับไล่ F-20A เหนือสนามบินซูวอนของเกาหลี คอร์เนลล์บังคับเครื่องบินขับไล่ F-20A ให้ไต่ระดับขึ้นโดยกางแฟลปและล้อลงจอด แต่เครื่องบินแบบดังกล่าวเกิดสูญเสียการควบคุมตามมาด้วยการร่วงหล่นแล้วเครื่องตกกระแทกพื้นทันที ส่วนคอร์เนลล์ถูกเหวี่ยงออกจากเครื่องและเสียชีวิตในช่วงเวลาเดียวกัน
การสอบสวนพบว่า F-20A ไม่มีข้อบกพร่องด้านการออกแบบหรือมีปัญหาใดๆที่เกี่ยวข้องกับระบบควบคุมการบิน ผลการสอบสวนพบว่าคอร์เนลล์หมดสติเนื่องจากแรงโน้มถ่วงสูงเกินไปในระหว่างการแสดงสมรรถนะ ไม่เพียงเท่านี้ปรากฏการณ์การหมดสติเนื่องจากแรงโน้มถ่วง (G-LOC) กำลังได้รับความสนใจอย่างกว้างขวางในขณะนั้น
อีก 5 เดือนต่อมา เหนือน่านฟ้าไม่ไกลจาก Goose Bay ที่ประเทศแคนาดา วันที่ 14 พฤษภาคมค.ศ.1985 เครื่องบินขับไล่ F-20 Tigershark เครื่องที่ 2 ทะเบียน N3986B ที่ใช้ในการบินทดสอบทำการบินโดยนักบินทดสอบเดวิด บาร์นส์ วัย 40 ปี ผู้เป็นอดีตนักบินรบกองทัพอากาศสหรัฐฯ
เครื่องบินขับไล่ F-20 เที่ยวบินดังกล่าวกำลังทำการบินสอบในระหว่างเดินทางไปงานแสดงการบินปารีสแอร์โชว์ 1985 ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 30 พฤษภาคมถึง 9 มิถุนายน แต่ตอนนั้นยังไม่มีใครรู้ว่าเครื่องบินขับไล่ F-20 เครื่องนี้กำลังจะตกไม่ไกลจากเมืองกูสเบย์ ซึ่งเป็นเมืองโดดเดี่ยวในภูมิภาคลาบราดอร์ ไปทางเหนือประมาณหนึ่งไมล์
หากไม่เกิดอุบัติเหตุแล้ว Northrop ทำการบินทดสอบต่อจนสำเร็จ กองทัพอากาศชาติพันธมิตรทั่วโลกอาจได้รับ F-20 เข้าประจำการ
เครื่องบินขับไล่ F-20 ได้ฝึกซ้อมการบินผาดแผลงด้วยความเร็วสูงที่ท้าทายขีความสามารถนักบินหลายท่าทางติดต่อกันบนท้องฟ้า การบินทดสอบก่อนบินไปทำการแสดงการบินผาดเเผลงของ F-20 ที่ PARIS AIRSHOW 1985 มีการใช้การบินไต่ระดับเป็นเกลียว การบินทำท่าวงกลมแนวตั้งและการหักเลี้ยวด้วยการทนต่อแรงโน้มถ่วงต่อเนื่องเก้าเท่า
ในวันนั้นบาร์นส์กำลังบินอยู่ในสภาพอากาศแจ่มใสซึ่งเป็นสภาพที่เหมาะกับการนำเครื่องขึ้นหรือลงจอดได้สบาย แต่ทว่ากลับเกิดอุบัติเหตุขึ้น เขาไม่ได้ดีดตัวออกจากเครื่องบินขับไล่ F-20 Tigershark หลังจากนั้นเครื่องบินดังกล่าวก็ร่วงลงแล้วทำให้ชิ้นส่วนแตกกระจายไม่มีชิ้นดี
อุบัติเหตุครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่ไม่เหมาะสมอย่างยิ่งสำหรับนอร์ธรอป เนื่องจากมีทัศนคติจากนักการเมืองในสภาคองเกรสเพิ่มมากขึ้นที่จะต่อต้านกองทัพอากาศสหรัฐฯในการจัดซื้อเครื่องบินขับไล่ F-20 เพิ่มเติม นอกจากนี้ การประชุมผู้ถือหุ้นประจำปีของนอร์ธรอปก็กำหนดไว้ในวันนี้ด้วย
“นี่ถือเป็นความเสียหายครั้งใหญ่สำหรับนอร์ธรอป ทั้งการสูญเสียนักบินและเครื่องบิน” วูล์ฟกัง เดมิช นักวิเคราะห์ด้านการบินจากบริษัทเฟิร์สต์ บอสตัน คอร์ป กล่าว “ในขณะที่นอร์ธรอปดูเหมือนกำลังไปได้ดี โศกนาฏกรรมเช่นนี้ถือเป็นอุปสรรค”
“อุบัติเหตุครั้งนี้เกิดขึ้นในเวลาที่ดวงตกที่สุด” เกรกอรี คีเซลแมน นักวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์มอร์แกน โอลมสเตด เคนเนดี แอนด์ การ์ดเนอร์ ในลอสแอนเจลิสกล่าว “ตอนนี้บรรดานักการเมืองในสภาคองเกรสจะตกอยู่ในสถานการณ์ที่น่าอับอายหากต้องสนับสนุนเครื่องบินขังไล่ F-20 เพราะฉะนั้นการตกสองครั้งจากเครื่องบินแบบดังกล่าวสามเครื่องจึงไม่ใช่สถิติที่ดีเลย”
การตกของเครื่องบินขับไล่ F-20 ทำให้กองทัพอากาศชาติพันธมิตรต่างพากันไปหาเครื่องบินขับไล่ F-16
ในขณะที่มีข่าวเรื่องการตกระหว่างบินทดสอบเครื่องบินขับไล่ F-20 ได้ถูกนำเสนอให้เป็นเครื่องบินขับไล่แบบใหม่สำหรับกองทัพอากาศของสหรัฐฯและชาติพันธมิตรในการรับมือภัยคุกคามทางอากาศ แต่ทว่าความน่าสนใจกลับถูกปฏิเสธจากทั้งในและนอกประเทศส่งให้เครื่องบินขับไล่ไอพ่นที่มีน้ำหนักเบากว่าและมีสมรรถนะสูงกว่านั้นไม่เหมาะสมอย่างยิ่งสำหรับภารกิจดังกล่าว
ความพยายามในการที่จะส่งออก F-20 ของบริษัทนอร์ธรอปไปไม่ถึงฝั่งฝัน ทำให้จุดเด่นหลักของ F-20 นั่นคือ ความสามารถในการปฏิบัติภารกิจได้ทุกภารกิจทั้งการรบทางอากาศ การโจมตีทางอากาศและการโจมตีเรือผิวน้ำด้วยต้นทุนการปฏิบัติการไม่ถึงเศษเสี้ยวของเครื่องบินขับไล่คู่แข่งอย่าง F-16 กลายเป็นเพียงความฝันที่ไม่มีทางเป็นจริง
แม้ว่า F-20 Tigershark จะเป็นชื่อที่ทำให้ Northrop ต้องคว้าน้ำเหลว แต่การออกแบบและบทเรียนนี้กลับประสบความสำเร็จในเครื่องบินขับไล่ต่างทวีปอย่างเครื่องบินขับไล่ Gripen E จากสวีเดนและเครื่องบินขับไล่ JF-17 Block 3 ในปัจจุบัน
หากเทียบกับ F-16 แล้ว F-20 บรรุกอาวุธได้น้อยกว่า
อีกทั้งยัง F-20 ยังเป็นแรงบันดาลใจให้เกิดเครื่องบินขับไล่ F-5TH ของกองทัพอากาศไทยโดยอาศัยร่วมมือกับบริษัทอุตสาหรรมการบินรายใหญ่จากอิสราเอลในการปรับปรุงเครื่องบินขับไล่ F-5E ยุคสงครามเย็นให้ก้าวหน้าด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์และเซ็นเซอร์ที่ทันสมัย ​​
ทำให้ได้รับการการันตีจากนักบินทดสอมาแล้วว่าว่ามีความสามารถใกล้เคียงกับเครื่องบินขับไล่ยุคที่สี่อย่าง F-16 ที่เป็นเครื่องบินขับไล่มีจำนวนมากที่สุดในกองทัพอากาศไทยถึง 46 เครื่อง อีกทั้งเครื่องบินรบแบบนี้เคยใช้รบกับกัมพูชาในปีค.ศ.2025 มาแล้ว
ต่อให้ในปัจจุบันมีเครื่องบินขับไล่ F-35 ซึ่งมีสมรรถนะทางการบินที่ต่ำกว่าเครื่องบินขับไล่ที่มีสมรรถนะสูง และความคล่องแคล่วในการรบทางอากาศสูงสอดคล้องกับต้นทุนการการปฏิบัติการที่ต่ำควบคู่ไปกับความเหนือกว่าในระบบควบคุมการบิน ก็ยังเทียบชั้นเครื่องบินขับไล่ F-20 Tigershark ผู้พ่ายแพ้ในตำนานไม่ได้
ข้อมูลจำเพาะ เครื่องบินขับไล่ Northrop F-20 Tigershark
ประเภท : เครื่องบินขับไล่หลากบทบาท
บริษัทผู้ผลิต : Northrop
สัญชาติ : สหรัฐอเมริกา
ลูกเรือ: 1 นาย
ความยาว: 14.43 เมตร
ความกว้างช่วงปีก: 8.13 เมตร
ความสูง: 4.22 เมตร
น้ำหนักตัวเปล่า: 5,357 กก.
น้ำหนักสูงสุดในการขึ้นบิน: 12,474 กก.
เครื่องยนต์: เทอร์โบแฟน General Electric F404-GE-100 พร้อมสันดาปท้าย
แรงขับแห้ง: 49 กิโลนิวตัน
แรงขับเมื่อสันดาปท้าย: 76 กิโลนิวตัน
ความเร็วสูงสุด: มัค 2+
เพดานบิน: 56,800 ฟุต (17,300 เมตร)
อัตราไต่: 52,800 ฟุต/นาที (255 เมตร/วินาที)
พิสัยปฏิบัติการ: 590 กิโลเมตรในภารกิจครองอากาศ
อาวุธ
ปืนกลอากาศ 39A3
จุดติดอาวุธทั้ง 7 จุดติดตั้งได้ทั้งระเบิดหรือจรวด
กระเปาะจรวด
CRV7
LAU-10
Matra
ขีปนาวุธอากาศสู่อากาศ
AIM-7 SPARROW
AIM-9 SIDEWINDER
AIM-120 AMRAAM
อากาศสู่พื้น/ทะเล
AGM-65 MAVERICK
AGM-84 HARPOON
AGM-88 HARM
ระเบิดนำวิถี
ระเบิดไม่นำวิถี
เรดาร์ : AN/APG-67
F-20 ขณะเตรียมขึ้นบิน
เรื่องราวของ F-20 Tigershark ได้ถูกต่อยอดสู่เครื่องบินขับไล่ Gripen ที่นำแรงบันดาลใจในเรื่องของโครงสร้าง ระบบควบคุมการบินหรือแม้กระทั่งเครื่องยนต์มาปรับใช้ ซึ่งในบทความต่อไปผู้เขียนจะได้หยิบยกเรื่องราวของเครื่องบินขับไล่ Gripen ที่ได้แรงบันดาลใจมาจาก F-20 เล่าสู่กันฟังฟังแน่นอน หากบทความนี้ผู้เขียนผิดพลาดประการใดหรือแปลแล้วอ่านไม่สละสลวย ผู้เขียนจะนำข้อผิดพลาดจากบทความที่แปลจากภาษาต่างประเทศนี้ไปปรับใช้ในวันข้างหน้า สำหรับวันนี้ขอลาไปก่อน สวัสดีครับ
Credit บทความและภาพประกอบ
The National Interest
The National Security Journal
Los Angeles Times
1945
Military Watch Magazine
Gemini AI
เรียบเรียงโดย : แดง ภูมะเขือ
โฆษณา