Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
แปลนิยายกับ Love Love
•
ติดตาม
28 ก.ค. เวลา 09:17 • หนังสือ
บทที่ 345
หวายจิ่งจือตื่นเช้ามาก็รีบไปจัดการทันที
ถึงแม้ปกติแล้วตระกูลกู้จะเป็นคนไม่ชอบจัดงานใหญ่โต แต่ครั้งนี้ อย่างไรก็ต้องจัดอย่างยิ่งใหญ่
การแต่งงานเพื่อแก้เคล็ด ย่อมต้องมีความครึกครื้น ยิ่งมีความเป็นมงคลมากเท่าไร การแก้เคล็ดจึงจะสำเร็จ
หลังจากตรวจสอบรายชื่อแขกแล้ว เทียบเชิญจำนวนมากก็ถูกเขียนเสร็จอย่างรวดเร็ว และส่งไปยังจวนต่าง ๆ ทั่วเมืองหลวง
ดังนั้น หลังจากผ่านไปไม่กี่วัน ทั่วทั้งเมืองหลวงต่างก็รู้เรื่องที่ไท่ซุนจะไปสู่ขอคุณหนูใหญ่แห่งจวนเจิ้นเป่ยอ๋อง
อ้อ...ยังเป็นไท่ซุนที่แต่งเพื่อแก้เคล็ดอีกด้วย
อะไรนะ? แก้เคล็ดงั้นหรือ?!
แก้เคล็ด!
เดิมทียังมีบางคนไม่เชื่อ
แต่เมื่อเห็นเสนาบดีกรมพิธีการทำหน้าเศร้า นั่งค้นตำราโบราณทั้งคืน วิ่งวุ่นไปทั่วเพื่อหาว่าการที่ไท่ซุนแต่งงานเพื่อแก้เคล็ดควรใช้พิธีการรูปแบบใด ในที่สุดทุกคนก็เชื่อสนิท
“……”
และทุกคนต่างก็อึ้งไปหมด
มีคนพูดด้วยน้ำเสียงเต็มไปด้วยความอิจฉาริษยา
“อ๋องเฉินช่างอดทนอดกลั้นจริง ๆ หึ ๆ เพื่ออำนาจทางทหารของตระกูลกู้ ถึงกับยอมแต่งงานเพื่อแก้เคล็ดเลยหรือ”
เมื่อคำพูดนี้หลุดออกมา กลับไม่มีใครสนใจ
แต่ทุกคนกลับนึกถึงอีกเรื่องหนึ่งขึ้นมา
องค์ชายสามเซี่ยจิ่งเองก็กำหนดจัดงานเลี้ยงรับอนุภรรยาในวันที่สิบเดือนเก้าเช่นกัน
และผู้หญิงที่เขารับเข้าจวนก็คือสตรีผู้มีโชคชะตาแห่งฟ้า ผู้เคยเป็นไข่มุกแห่งเมืองหลวงอย่างจี้หนานเค่อ
เทียบเชิญขององค์ชายสามก็ส่งออกไปแล้ว
หรือว่าไท่ซุนจงใจเลือกวันเดียวกัน?
สำหรับคำกล่าวนี้ ผู้คนส่วนใหญ่ต่างหัวเราะเยาะ
ไท่ซุนไม่ได้บ้าเสียหน่อย จะไปแข่งกับงานรับอนุขององค์ชายสามทำไม?
แม้ว่าการแต่งงานของทั้งสองตระกูลจะถูกกำหนดไว้ตั้งแต่เนิ่น ๆ แล้ว แต่การรีบจัดพิธีสู่ขอในเวลานี้ก็ยังถือว่ากะทันหันอยู่ดี
เสียงวิพากษ์วิจารณ์ต่าง ๆ จึงดังขึ้นอย่างไม่ขาดสาย
เซี่ยอิ่งเฉินคาดการณ์เรื่องนี้เอาไว้อยู่แล้ว
ดังนั้น สำหรับคำว่า “แต่งงานเพื่อแก้เคล็ด” เขาจึงเปิดเผยอย่างตรงไปตรงมา ไม่ปิดบังแม้แต่น้อย
เพื่อป้องกันไม่ให้มีคนจิตใจต่ำช้าเอาเรื่องนี้ไปใส่ร้ายเยาเยา
เขาทุ่มเทความคิดทั้งหมดไปกับการจัดงานแต่งของตนเอง
เซี่ยอิ่งเฉินตรวจเทียบกับรายการของหมั้น
สำหรับหงส์ไม้ที่ใช้เป็นของหมั้น เขายังคงไม่ค่อยพอใจนัก
ในแคว้นต้าฉี ไม่ว่าจะเป็นพิธีสู่ขอหรือพิธีรับเจ้าสาว ล้วนต้องมอบห่านป่าเป็นของหมั้น
ห่านป่าตัวเป็น ๆ นั้นหายากอยู่แล้ว
ยิ่งช่วงเวลานี้ของปีก็ยิ่งหาได้ยากขึ้นไปอีก
เซี่ยอิ่งเฉินงอนิ้ว เคาะเบา ๆ ลงบนโต๊ะหนังสือ
หรือว่าจะใช้ห่านไม้ไปก่อน แล้วค่อยเตรียมห่านตัวเป็น ๆ ในวันรับเจ้าสาว?
“คุณชาย”
หวายจิ่งจือรู้ว่าเขาต้องการให้ทุกอย่างสมบูรณ์แบบที่สุด จึงเอ่ยเตือนอยู่ด้านข้าง
“อาจมีห่านตัวเป็น ๆ อยู่ที่ตงฉ่างขอรับ เดือนหน้าจะเป็นวันคล้ายวันพระราชสมภพของฮ่องเต้ ภายในวังก็น่าจะเตรียมฝูงนกนานาชนิดเอาไว้”
เซี่ยอิ่งเฉินเลิกคิ้ว
จริงด้วย!
เรื่องนี้เป็นข้อเสนอของกุนซือหลวงในสมัยฮ่องเต้ไท่จู่
ในวันคล้ายวันพระราชสมภพ จะปล่อยนกนับร้อย เพื่อขอพรให้บ้านเมืองสงบสุข ประชาชนอยู่เย็นเป็นสุข
“เตรียมตัว พวกเราเข้าวังกันก่อน”
เซี่ยอิ่งเฉินเก็บรายการของหมั้นอย่างทะนุถนอม ก่อนลุกขึ้นเดินออกจากประตู
ตอนนี้เข้าสู่เดือนเก้าแล้ว
เซี่ยอิ่งเฉินทนความหนาวไม่ได้ การออกจากจวนจึงจำเป็นต้องสวมเสื้อคลุมแล้ว
เขาขึ้นรถม้า มุ่งหน้าไปยังพระราชวังโดยตรง
คำพูดของหลี่ชินอ๋องมีส่วนถูกต้อง
ตอนนี้ฐานะของเขาช่างกระอักกระอ่วนเกินไป และยังไม่คู่ควรกับเยาเยา
จวนอ๋องเฉินอยู่ในเขตเมืองชั้นใน ห่างจากพระราชวังไม่ไกล
บริเวณหน้าประตูอู่เหมิน มีบัณฑิตมารวมตัวกันมากขึ้นเรื่อย ๆ
เมื่อเห็นรถม้าของจวนอ๋องเฉินเคลื่อนเข้ามา เหล่าบัณฑิตต่างหยุดบทสนทนา สายตาติดตามรถม้าคันนั้นไป
“พวกเจ้าว่า...อ๋องเฮินจะได้ขึ้นเป็นองค์รัชทายาทหรือไม่?”
บัณฑิตหนุ่มคนหนึ่งเอ่ยเสียงเบา
ประโยคนี้ทำให้บริเวณโดยรอบเงียบลงทันที
บนหอประตูอู่เหมิน เว่ยกั๋วกงก็เคยกล่าวถึงเรื่องนี้
แต่ผลคือฮ่องเต้ทรงกริ้วอย่างหนัก คิดดูแล้ว พระองค์คงไม่เต็มพระทัยแน่นอน
“ไท่ซุนมีฐานะถูกต้องตามธรรมเนียม”
“หากฮ่องเต้ไม่ทรงยอม ก็เท่ากับขัดพระราชโองการของฮ่องเต้องค์ก่อน”
“ใช่แล้ว”
“ตอนนี้ฮ่องเต้ยังไม่ได้แต่งตั้งรัชทายาท บางทีฮ่องเต้องค์ก่อนอาจมีพระราชพินัยกรรมเอาไว้แล้วก็ได้”
ตอนที่เซี่ยจิ่งควบม้าผ่านไป สิ่งที่เขาได้ยินก็คือคำพูดเหล่านี้
ภายในใจรู้สึกขมขื่นอย่างยิ่ง
เมื่อครั้งฮ่องเต้องค์ก่อนยังมีพระชนม์ชีพ พระองค์ทรงอนุญาตให้บัณฑิตวิพากษ์การเมืองได้
แม้เซี่ยจิ่งจะไม่พอใจเพียงใด ก็ไม่อาจขับไล่พวกเขาออกไปได้
เขากระตุกบังเหียน ม้าเร่งความเร็วขึ้น
แซงหน้ารถม้าของเซี่ยอิ่งเฉิน และเข้าสู่ประตูวังไปก่อน
หลังจากถูกบีบบังคับให้ประกาศคืนความบริสุทธิ์แก่ไท่จื่อที่ถูกปลด
บางทีเพราะเกรงว่าจะถูกบีบบังคับให้แต่งตั้งรัชทายาทอีก
ช่วงหลายวันนี้ฮ่องเต้จึงไม่เสด็จออกว่าราชการตอนเช้า
เอาแต่ประทับอยู่ที่ตำหนักหานจาง
แม้แต่ฎีกาถวายความเคารพที่ส่งมาเป็นจำนวนมาก พระองค์ก็ไม่ทรงสนพระทัยแม้แต่น้อย
สำหรับเรื่องนี้ เซี่ยอิ่งเฉินคุ้นเคยดีแล้ว
ฮ่องเต้ไม่ออกมาเสียอีกยิ่งดี
เขาสามารถเป็นฝ่ายไปหาเองได้
“เหมียว!”
เสียงร้องของแมวที่คุ้นเคยดังมาจากด้านบนศีรษะ
เสิ่นเหมียวกำลังยืนอยู่บนหลังคากระเบื้องสีเหลืองของกำแพงวัง มองลงมาที่เขาจากที่สูง
หางกิเลนของมันชูสูงอย่างภาคภูมิ ราวกับหยิ่งผยองเต็มที่
“เจ้าของเจ้าอยู่ที่ไหน?”
เซี่ยอิ่งเฉินถามมันด้วยรอยยิ้ม
เดิมทีเขาเพียงตั้งใจหยอกเล่นกับแมวเท่านั้น
แต่ทันทีที่เสียงของเขาจบลง
ร่างสีแดงสดราวกับเปลวเพลิงก็เดินออกมาจากทางเดินหินสีเขียวด้านหนึ่ง
แขนเสื้อยาวของเขาปล่อยลงอย่างเป็นธรรมชาติ
เขาเหลือบตามองมา
ความหยิ่งยโสและความไม่สบอารมณ์บนใบหน้านั้น ช่างเหมือนกับเสิ่นเหมียวไม่มีผิด
“เหมียว~”
เสิ่นเหมียวสะบัดหางกิเลนอย่างสบายอารมณ์ ทักทายเจ้านายของมัน
เดิมทีเซี่ยอิ่งเฉินตั้งใจว่าหลังจากออกมาจากตำหนักหานจางแล้วค่อยไปหาเขา
แต่เมื่อเจอกันก่อนล่วงหน้า ก็ไม่ได้เป็นปัญหาอะไร
เซี่ยอิ่งเฉินเป็นฝ่ายเดินเข้าไปหาเขาก่อน หยิบเทียบเชิญสีแดงประดับลายทองออกมาจากแขนเสื้อ แล้วยื่นให้ด้วยสองมือ
เสิ่นซวี่ก้มตามองเล็กน้อย ก่อนเลิกคิ้วขึ้นอย่างประหลาดใจ
“เจ้ามาเชิญข้าหรือ?”
กระดาษเชิญแผ่นบาง ๆ เมื่ออยู่ในมือของเขากลับให้ความรู้สึกหนักอึ้งอย่างประหลาด
“เจ้ามั่นใจหรือ?”
เสียงหัวเราะเย็นชาหลุดออกมาจากริมฝีปากของเสิ่นซวี่ หางตาที่เชิดขึ้นแฝงไว้ด้วยความสำรวจและเยาะเย้ย
“ท่านอ๋องเฉินไม่กลัวถูกผู้คนวิพากษ์วิจารณ์หรือ? เพื่อบัลลังก์ ถึงกับลดตัวมาประจบข้า ขันทีผู้ชั่วช้าคนนี้?”
รอยยิ้มของเซี่ยอิ่งเฉินยังคงไม่เปลี่ยน
“หากผู้บัญชาการอยากไปร่วมงานในฐานะแขกฝ่ายเจ้าสาว ก็สามารถไปที่จวนเจิ้นเป่ยอ๋องได้เช่นกัน”
เสิ่นซวี่ “...”
“ถ้ามีเวลาก็จะไป”
เขาเก็บเทียบเชิญเอาไว้ เซี่ยอิ่งเฉินจึงกล่าวต่อ
“ผู้บัญชาการ ปีนี้ในฝูงนกนับร้อย มีห่านป่าอยู่หรือไม่ ขอแบ่งให้ข้าสักสองตัว ถือเป็นของขวัญแสดงความยินดีจากท่าน”
“ข้ายังไม่เคยเห็นคนที่รีบมาขอของขวัญแสดงความยินดีถึงเพียงนี้”
เซี่ยอิ่งเฉินไม่สนใจคำพูดประชดประชันของเขาแม้แต่น้อย
“เลือกสองตัวที่อ้วนที่สุด ขนสวยที่สุด”
เสิ่นซวี่หัวเราะเย็นหลายครั้ง
“ต้องการให้ข้าให้คนเอามาเป็นตะกร้าให้เจ้าค่อย ๆ เลือกเองเลยหรือ?”
เซี่ยอิ่งเฉินไม่เกรงใจแม้แต่น้อย เขาประสานมือคารวะขอบคุณทันที
“ขอบคุณผู้บัญชาการ”
เสิ่นซวี่แค่นเสียงฮึ
เขาไม่ได้ตอบรับ และไม่ได้ปฏิเสธ เพียงเดินมุ่งหน้าไปข้างหน้าเอง
ดูจากทิศทางแล้ว เขาก็กำลังจะไปตำหนักหานจางเช่นกัน ดังนั้นเซี่ยอิ่งเฉินจึงเดินไปพร้อมกับเขา
แมวลายดอกตัวนั้นเดินวนอยู่ข้างเท้าของเสิ่นซวี่ไปมา ส่งเสียง “เหมียว เหมียว” อย่างสนิทสนม ทำให้เซี่ยอิ่งเฉินอดมองมันหลายครั้งไม่ได้
เมื่อเห็นเซี่ยอิ่งเฉินมองแมว สายตาของเสิ่นซวี่ก็เลื่อนไปตามเช่นกัน
ขอห่านไปแล้ว ยังคิดจะมาขอแมวของเขาอีกหรือ?
เพิ่งคิดเช่นนั้น เซี่ยอิ่งเฉินก็เอ่ยขึ้นจริง ๆ
“ผู้บัญชาการ ขอยืมเสิ่นเหมียวสักสองสามวันได้หรือไม่”
เสิ่นซวี่ “...”
เซี่ยอิ่งเฉินพูดอย่างเป็นธรรมชาติ ราวกับพวกเขาเป็นสหายที่คบหากันมาหลายปี ไม่จำเป็นต้องอ้อมค้อม
“เยาเยาอยู่ที่อารามค่อนข้างเบื่อ ให้เสิ่นเหมียวไปอยู่เป็นเพื่อนเล่นกับนางสักสองสามวัน”
เสิ่นซวี่หยุดฝีเท้า
“เป็นการมงคลเรียกโชคจริง ๆ หรือ?”
เซี่ยอิ่งเฉินพยักหน้า
เรื่องที่เกี่ยวข้องกับพี่น้องตระกูลอินและชะตาฟ้ามีความเกี่ยวพันลึกซึ้ง เขาจึงไม่ได้ปิดบัง เพียงเล่าเรื่องที่สามารถบอกได้ทั้งหมดออกมา
เสิ่นซวี่อดนึกย้อนกลับไปถึงครั้งก่อนบนรถม้าไม่ได้
ตอนนั้นกู้จือจั๋วเคยพูดเล่น ๆ ว่า บางทีนางอาจต้องวิญญาณแตกสลาย ไม่สามารถเข้าสู่ภพภูมิใหม่ได้
ในตอนนั้นเขาไม่เข้าใจว่านางหมายถึงอะไร
จนกระทั่งได้พบกับพี่สาวอีกครั้ง และพี่สาวบอกเรื่องบางอย่างแก่เขา ในที่สุดเขาจึงเข้าใจ
การไม่ยอมรับชะตาฟ้า ย่อมต้องแลกด้วยราคา
เสิ่นซวี่ก้มลงอุ้มแมวขึ้นมา
เสิ่นเหมียวเพิ่งจะเงยหน้าหมายจะถูคางกับเขา แต่ทั้งตัวกลับลอยขึ้นฟิ้ว แล้วตกลงไปในอ้อมแขนของอีกคน
แมวหันกลับไปเห็นว่าเป็นเซี่ยอิ่งเฉิน ก็ร้องเหมียว ๆ อย่างไม่พอใจทันที กางกรงเล็บดิ้นไปมา
“ข้าจะพาเจ้าไปหาเยาเยาเล่นกับนางดีหรือไม”
“เหมียว?”
กรงเล็บที่กำลังจะตะปบใบหน้าของเขาหยุดชะงักกลางอากาศ
แมวทำตัวเก้อเขิน ก่อนเลียอุ้งเท้าตัวเองเบา ๆ
จากนั้น กล่องไม้ดำใบหนึ่งก็ถูกโยนมาอีกครั้ง
เสิ่นซวี่กล่าว
“ของขวัญแสดงความยินดี”
เซี่ยอิ่งเฉินรับเอาไว้ เขาวางแมวไว้บนไหล่ แล้วเปิดกล่องออก
ภายในกล่องขนาดเท่าฝ่ามือ มีแท่งหมึกครึ่งแท่งอยู่หนึ่งชิ้น
จากตัวอักษรสีทองบนแท่งหมึก มันคือแท่งหมึกที่ฮ่องเต้เคยมอบถวายเป็นของขวัญวันพระราชสมภพแด่อดีตฮ่องเต้
ก่อนหน้านี้เซี่ยอิ่งเฉินเพียงเคยได้ยินว่ามีแท่งหมึกชิ้นนี้อยู่ จิ้นอ๋องเคยใช้มันข่มขู่ฮ่องเต้ แต่เขาไม่เคยเห็นด้วยตาตัวเองมาก่อน
เขาปิดกล่องลงอย่างเงียบ ๆ แล้วถอนหายใจเบา ๆ
“ของขวัญชิ้นนี้ หนักหนาจริง ๆ”
“ขอบคุณผู้บัญชาการ”
เสิ่นซวี่เพียงส่งเสียงฮึออกมาจากลำคออย่างไม่ใส่ใจ
ตำหนักหานจางอยู่ตรงหน้าแล้ว
เซี่ยอิ่งเฉินจึงกล่าวถึงเรื่องสุดท้ายที่เดิมตั้งใจจะหารือกับเขา
“ผู้บัญชาการ โรคระบาดตามฤดูกาลที่ชิงโจวแพร่กระจายรุนแรงมาก ตอนนี้มีสามถึงสี่มณฑลได้รับผลกระทบแล้ว”
หลังจากเซี่ยอิ่งเฉินเริ่มทำหน้าที่กำกับราชสำนัก เขาไม่ได้ยึดอำนาจไว้เอง ฎีกาจากท้องถิ่นยังคงต้องผ่านสำนักซือหลี่เจียนก่อน
ดังนั้นเสิ่นซวี่เองก็รู้เรื่องนี้
ครั้งนี้โรคระบาดเริ่มขึ้นจากอู่เจียงฝู่ หมู่บ้านและเมืองรอบ ๆ อู่เจียงฝู่ได้รับผลกระทบรุนแรงที่สุด
และเมื่อผู้ลี้ภัยกระจัดกระจายไปทั่ว มณฑลอื่น ๆ ในชิงโจวก็ไม่มีที่ใดรอดพ้น
“ยาลูกกลอนที่เยาเยาปรุงขึ้นมา ถูกทยอยส่งไปยังชิงโจวแล้ว เพียงแต่ตอนนี้ชิงโจวขาดผู้รับผิดชอบดูแลสถานการณ์ใหญ่ ความวุ่นวายจึงเกิดขึ้นมากมาย คนเบื้องล่างก็เอาแต่รับปากต่อหน้าแต่ไม่ทำตามอย่างร้ายแรง”
เมื่อพูดถึงเรื่องสำคัญ สีหน้าของเซี่ยอิ่งเฉินจริงจังมาก
“ไม่ทราบว่าผู้บัญชาการยินดีเดินทางไปสักครั้งหรือไม่?”
นี่คือการมอบอำนาจให้เขา
อำนาจในมือเสิ่นซวี่มีอยู่จริง แต่จำกัดอยู่เพียงในเมืองหลวงเท่านั้น
หากเขารับภารกิจนี้ ก็เท่ากับว่าเซี่ยอิ่งเฉินมอบชิงโจวไว้ในมือของเขา
คนผู้นี้ไม่กลัวว่าเขาจะรวบอำนาจจนยิ่งใหญ่ขึ้นจริง ๆ หรือ?
เสิ่นซวี่ครุ่นคิด
เซี่ยอิ่งเฉินกล่าวอย่างมีความหมาย
“ผู้บัญชาการ ภารกิจนี้สามารถบอกต่อผู้อื่นได้”
สายตาของเสิ่นซวี่คมกริบราวกับคมมีด
แต่ไม่นานนัก ภายในรอยยิ้มของเซี่ยอิ่งเฉิน ความคมกริยานั้นก็เปลี่ยนเป็นความหงุดหงิด
เขาไม่กล้าให้พี่สาวรู้ว่าเขาคือเสิ่นซวี่แห่งตงฉ่าง ผู้ที่ผู้คนหวาดกลัว รังเกียจ และเกลียดชังที่สุด
เขาก็ไม่กล้าบอกพี่สาวว่า ตลอดหลายปีที่ผ่านมา เขาใช้ชีวิตมาอย่างไร
ภารกิจที่ชิงโจว อย่างน้อยก็ถือเป็นงานที่ถูกต้อง และเป็นงานที่สามารถเล่าให้พี่สาวฟังได้
เมื่อเดินเข้าสู่ตำหนักหานจางแล้ว เซี่ยอิ่งเฉินก็ไม่ได้เร่งรัดเขา เพียงกล่าวว่า
“รอข้าออกมาแล้ว เราค่อยหารือกันอย่างละเอียด”
เซี่ยอิ่งเฉินลูบกล่องไม้ดำในแขนเสื้อเบา ๆ ก่อนให้ขันทีเข้าไปแจ้ง แล้วก้าวเข้าไปด้านในอย่างรวดเร็ว
เสิ่นซวี่ไม่ได้ตามเข้าไป
เขานั่งลงบนเก้าอี้วงกลมริมหน้าต่าง
ไม่นานนัก ขันทีน้อยก็นำชาที่เขาดื่มเป็นประจำมาให้
เสิ่นซวี่จิบชาอย่างไม่ใส่ใจ พลางพิจารณาข้อเสนอของเซี่ยอิ่งเฉินอย่างละเอียด
เงียบ ๆ
🖤 Love Love Story 🖤
🩸⬅️ บทก่อนหน้า
🔗ลิงค์:
https://www.blockdit.com/posts/6a646b43c67fbf419d890858
🥀➡️ บทถัดไป
🔗ลิงค์:
https://www.blockdit.com/posts/6a646b7a1c5a6a7daad798b1
────────────────
🩶 Love Love 🩶
🌙 ความรักผลิบานท่ามกลางความมืด
🩸 ทุกหัวใจล้วนมีบาดแผล
────────────────
🖤🥀 แปลไทยโดย Love Love 🥀🖤
💌 หากชื่นชอบผลงาน ฝากกดติดตาม กดไลก์ แสดงความคิดเห็น และแชร์เพื่อเป็นกำลังใจให้ทีม Love Love ด้วยนะคะ
📌 ห้ามคัดลอก ดัดแปลง หรือนำไปเผยแพร่ต่อโดยไม่ได้รับอนุญาต
🌙 ขอบคุณทุกการติดตามนะคะ 🖤
บันทึก
1
1
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย