Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
I see I write
•
ติดตาม
26 ก.ค. เวลา 11:26 • กีฬา
บอลโลก : โลกของบอลที่มีทั้งรอยยิ้ม น้ำตา และคุณค่าแฝง
🌎 การแข่งขันฟุตบอลโลกปี 2026 ครั้งที่ 23 สิ้นสุดลงเมื่อวันอาทิตย์ที่ 19 ก.ค.69 ที่ผ่านมา
กินเวลาไปทั้งสิ้น 39 วัน จากการแข่งขันทั้งหมด 104 นัด โดยมีทีมเข้าร่วมแข่งขัน รวม 48 ทีม
ในระหว่างการแข่งขัน มีหลายสิ่ง หลายอย่างเกิดขึ้น เป็นประเด็นให้แฟนบอล และชาวโลกพูดถึง มิใช่น้อย
รวมทั้ง ตัวผมเองด้วย ที่แม้จะติดตามเกมส์นี้ค่อนข้างห่าง ดูถ่ายทอดสดเพียงบางนัด
แถมรู้จักมักคุ้นหน้าตาผู้เล่น และทีมงานโค้ช ก็เพียงบางคน
แต่ก็ตั้งประเด็น พูดคุย สอบถามกับผู้รู้ลึกอยู่บ้าง หลังจบการแข่งขันแต่ละนัด พอให้ได้ชื่อว่า..ไม่ตกกระแสบอลโลก
อย่างไรก็ตาม พลันที่การแข่งขันรายการนี้จบลง โดยที่ประเทศเสปนคว้าแชมป์ไปครอง
ผมถูกตั้งคำถามกลับบ้าง จากที่เคยตั้งคำถามเป็นส่วนใหญ่
โดยเพื่อนบ้านคนหนึ่ง ตั้งประเด็นคำถามสั้น ๆ แต่ท้าทายความคิด ดีมากว่า..
"พี่ได้อะไรบ้าง จากการแข่งขันฟุตบอลโลกครั้งนี้ ?"
ผมใช้เวลาคิดตึกตรองอยู่หลายวัน ค่อย ๆ ลำดับความคิด ซึ่งปะปนด้วยความรู้สึกค่อนข้างมาก ถึงสิ่งที่ได้มา...?
สิ่งแรกที่เกิดขึ้นในหัว คือ...
ผิดหวัง และผิดหวัง...(อย่างแรง)
เป็นความผิดหวังที่มิได้เกิดจากทีมที่แอบเชียร์ พ่ายแพ้ พลาดแชมป์
แต่ผิดหวังในเกมส์ที่คู่ชิง ระหว่าง สเปน และอาร์เจนติน่า ฟาดแข้งกัน ไม่สมราคาคู่ชิง...!
โดยเฉพาะทีมแชมป์เก่าอย่าง อาร์เจนติน่า ที่ควรโชว์ลีลาให้คนดูสนุก ตื่นเต้น ประทับใจ ได้เรียนรู้ไปด้วยถึงกลวิธีที่จะงัดมาสู้ และแก้เกมส์ได้มากกว่านี้
1
ทำให้รู้สึกเสียดายเวลาที่สู้อุตส่าห์ตั้งใจ ตั้งนาฬิกาปลุก เพื่อชมการถ่ายทอดสด ตั้งแต่ ตีสอง ของวันใหม่
ซึ่งโดยปกติเป็นช่วงเวลาที่เข้าสู่โหมดการหลับสนิทแล้ว
สิ่งต่อมาที่เกิดขึ้นในหัว ลำดับที่ 2 คือ
เสียดาย และเสียดาย...
เสียดายที่ทีมชั้นนำในเอเซีย อย่างเกาหลีใต้ ตกรอบไปตั้งแต่ต้นทาง (รอบ 48 ทีม) สร้างความผิดหวังให้กับคนในประเทศที่ตั้งความหวังไว้ค่อนข้างมาก
และทีมญี่ปุ่นที่ตกรอบไปในช่วงก่อนถึงกลางทางอย่างน่าเสียดาย (รอบ 32 ทีม) เมื่อไปตัดเชือกเจอกับทีมกระดูกแข็งอย่างบราซิลก่อน
แทนที่จะไปเจอกันในรอบลึกกว่านี้
แต่ก็โชว์ฟอร์มประทับใจ ยิงนำบราซิลไปก่อน 1:0 และแพ้ไปอย่างสูงสี 2:1
ความรู้สึกเสียดายนี้
นอกจากจะเกี่ยวข้องกับการขาดทีมไว้อ้างอิงฝีมือในระดับเอเซีย เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้ทีมในเอเซียด้วยกันแล้ว
ยังผูกติดไปกับอารมณ์เสียดายการพัฒนาทีมฟุตบอลไทย
ที่เคยอยู่ในระนาบเดียวกับทั้ง 2 ชาตินี้ ในช่วง 50 ปีที่แล้ว (ในสมัยที่ผู้เขียนยังเรียนอยู่ชั้นประถมศึกษา)
วางรากฐาน
สิ่งที่เกิดขึ้นในหัว ลำดับที่ 3 คือ
ทึ่ง และทึ่ง...
ทึ่งไปกับผลงานของทีมบางทีมที่เข้ารอบมาเล่นฟุตบอลโลกเป็นครั้งแรก
โดยเฉพาะทีมจากหมู่เกาะขนาดเล็กในมหาสมุทรแอตแลนติก ชื่อ
เคปเวิร์ด หรือ กาบูเวร์ดี (Cabo Verde) ที่ผู้คนในโลกจำนวนไม่น้อย เพิ่งทราบว่ามีชื่อประเทศนี้ในแผนที่โลก
ด้วยผลงานเสมอทีมชั้นนำอย่าง เสปน 0:0 ในรอบแบ่งกลุ่ม 48 ทีม และแพ้อาร์เจนติน่าสูสี 3:2 ในรอบ 32 ทีม แพ้คัดออก เหลือ 16 ทีม
ผลงานแบบนี้ คนในชาติหยิบเอาไปเล่าขาน เขียนประวัติศาสตร์ให้คนรุ่นต่อไปภาคภูมิใจในตัวนักเตะได้อย่างดี
เพื่อสร้างความใฝ่ฝัน และแรงบันดาลใจ
แถมนำไปคุยเชิงเปรียบเทียบได้ว่า ครั้งหนึ่ง...
"ทีมของเราเคยเสมอกับแชมป์ และแพ้รองแชมป์โลก ปี 2026 อย่างสูสีมาแล้ว"
สิ่งที่เกิดขึ้นในหัว ลำดับ 4 คือ
เซ็ง และเซ็ง...
เซ็ง ที่มีผู้นำหลงอำนาจบางประเทศวางตัวเองเป็นมหาอำนาจในทุกเรื่อง ไม่เว้นแม้แต่เกมส์กีฬา
เมื่อเข้าไปแทรกแซงผลการตัดสินของกรรมการ โดยร้องขอให้ฟีฟ่าทบทวนการพิจารณาให้ผู้เล่นของชาติตัวเองรายหนึ่งที่ได้รับใบแดง
สามารถลงแข่งขันนัดต่อไปได้ ในรอบ 16 ทีม โดยอาศัยความสัมพันธ์ส่วนตัวกับประธานฟีฟ่า
สร้างรอยด่าง และลดทอนคุณค่าของเกมส์แห่งสปิริตในระดับนานาชาติ อย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน
โชคดีที่ผลการแข่งขันไม่เป็นใจ..
เพราะทีมของตนเองพ่ายแพ้ทีมเบลเยี่ยม ที่เล่นนัดนี้ได้อย่างยอดเยี่ยม ไปอย่างหมดรูป 4:1
สิ่งต่อมา ลำดับ 5 ที่เกิดขึ้นในหัว คือ
เห็นใจ และเห็นใจ
เห็นใจทีมที่พ่ายแพ้ ก้าวไปไม่ถึงเป้าหมายอย่างที่ตั้งใจไว้
เมื่อพินิจพิจารณาถึงสภาพจิตใจของนักเตะ และสต้าฟโค้ช โดยเฉพาะในตัวนักเตะที่รับบทบาทเป็นกัปตันทีมด้วยนั้น
มองจากภาพภายนอกที่ปรากฏ สื่อให้เห็นถึงจิตใจภายในว่า บอบช้ำเพียงใด
ไม่ว่า จะเป็น โรนัลโด้ ของโปรตุเกส
แฮรี่ เคนส์ ของอังกฤษ เอ็ม บัปเป้ ของฝรั่งเศส และเมสซี่ ของอาร์เจนติน่า
หรือ ฮาจิเมะ โมริยาสุ โค้ชทีมชาติญี่ปุ่น
โดยที่การรอกลับมาอีกครั้งใน 4 ปี ข้างหน้า เพื่อจะปิดฉากบอกลาให้ประทับใจ บางคนสามารถกลับมาได้
แต่บางคน โดยสภาพร่างกาย และวัย อาจกลับมาเล่นในมาตรฐานเดิมได้ยากแล้ว แม้ใจจะพร้อม ไม่ท้อถอย
ก็ได้แต่ภาวนาส่งใจช่วยหัวใจของนักเตะทุกคน ครับ...
กล่าวโดยเฉพาะในกรณีของ ลิโอเนล เมสซี่ ในบทบาทของกัปตันทีมชาติอาร์เจนติน่า นั้น
โดยส่วนตัวผม ซึ่งคงตรงกับความรู้สึกของแฟนบอลหลายล้านคนทั่วโลก ที่ต่างเห็นใจ และเอาใจช่วยนักเตะระดับโลกรายนี้
ไปให้ถึงฝั่งฝันในครั้งนี้ ที่เป็นความสำเร็จสูงสุด อีกครั้ง
ซึ่ง เมสซี่ เองก็ช่วยพาทีมฟ้าขาว ผ่านแต่ละด่านมาได้ก่อนเข้าสู่รองชิง
ชนิดที่ต้องลุ้นกันถึงช่วงทดเวลาบาดเจ็บ 5-6 นาที หรือต่อเวลาพิเศษ อีก 30 นาที หลังแข่งขัน ครบ 90 นาที
แต่สุดท้าย...
ก็ไปไม่ถึงจุดที่จะพิสูจน์ถึงคุณค่าของ คำว่า
One for all
All for one
ซึ่งหมายถึงว่า...
...เขาเป็นทุกสิ่งของทีม
ในขณะที่ทุกคนในทีม
ก็พร้อมเทใจ ทำทุกสิ่งให้เขา ปกป้องเขา ตลอดเส้นทางการแข่งขัน...
เพื่อความสำเร็จร่วมกัน
และ ทั้งหมด คือ ความคิด ปน ความรู้สึกที่มีต่อ "ลูกบอลกลม ๆ" ที่แต่ละทีมพยายามครอบครอง ลำเลียง
เข้าไปยิงให้ไปนอนที่ก้นตาข่ายของอีกฝ่ายอย่างภาคภูมิใจ 🥰
โดยทิ้งความเจ็บปวด และน้ำตาไว้ให้อีกฝ่ายรับมือ หาทางคลี่คลาย 😭
เตะ หรือขว้างออกไป ให้ได้ในที่สุด 🤾
ให้ภาพบรรยายความรู้สึก
(เครดิตภาพ : โมโนแมกซ์ สปอร์ท ทีวี)
🙏ขอบคุณมากครับ
มุมชัย นัยสอิ้ง /26 ก.ค.69
ไลฟ์สไตล์
ความคิดเห็น
แนวคิด
1 บันทึก
8
4
8
1
8
4
8
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย