Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
ส
สะรา
•
ติดตาม
25 ก.ค. เวลา 17:32 • การศึกษา
ตอนที่14 เก่งไม่กลัว กลัวช้า
หมากกระดาน เกมส์ที่เล่นได้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ หมากรุกจีน ตัวเดินทำจากไม้กลมๆ ทาสีแดงฝั่งหนึ่ง และสีดำอีกฝั่ง ไม้นั้นสลักด้วยอักษรจีน ทำสีส่วนที่นูนนั้นทำให้เห็นเป็นอักษรจีนเส้นผ่านศูนย์กลางไม่ถึงนิ้ว ตารางเป็นแผ่นกระดาษก็มีไม้ก็มี ส่วนหมากตัวเดินมีฝ่ายละ16ตัว ขุน ที่ปรึกษา ช้าง ม้า รถปืนใหญ่ และพลทหาร อย่างละ2ตัว เว้นแต่เบี้ยมี5ตัวและขุนมี1ตัว คนจีนแต้จิ๋วเวลาชวนกันเล่นจะเรียกคำนี้ว่า มา“เกี่ยกี๊”กันเถอะ ความหมายของตัวอักษรจีนลึกล้ำ คำนี้เป็นการตั้งกระดานหมาก ก็จริง
แต่ตัวอักษรจีนคำว่าเจี่ย ในภาษาแมนดาริน หรือคือเกี่ยในภาษาแติจิ๋ว แปลว่าผูก ผูกมิตรก็ได้ คนสูงวัยนอกจากอ่านหนังสือพิมพ์ กินกาแฟ และยังใช้ร้านเดินหมากรุกอีกด้วย
หมากกระดานยังมีหมากรุกไทย หมากฮอร์ส และหมากข้าม ไม่มีก็แต่หมากล้อมในตอนนั้น คนเก่งเดินหมากกระดานนั้นมีการวางแผน และเหมือนจะอ่านใจออกหรือรู้จักฝ่ายตรงข้าม แต่ถ้าคนมีฝีมือพบกัน บางทีคนรอเล่นอาจจะอดใจรอไม่ไหวได้ แพ้ออก คนใหม่เข้าไปสู้ต่อ แบบนี้ จึงเร่งรัดท้าทายกันได้ เพื่อทำลายสมาธิ “เก่งไม่กลัว กลัวช้า” แต่บางคู่ก็เล่นกันจนลืม ใช้เวลาคิด แพ้แล้วก็ขอแก้อีกสักตาสองตา พวกคนเก่าแก่ที่ใช้สมองคิดอยู่บ่อยๆ จึงไม่ได้เห็นการเป็นอัลไซเมอร์ของคนกลุ่มนี้ในเวลานั้น
การคิดเลข ผู้ใหญ่ใช้ลูกคิดจีน เพราะไม่มีเครื่องคิดเลข ลูกคิดสำคัญมากสำหรับคนทำการค้าที่ต้องใช้การคำนวณแบบละเอียด เพราะไม่ใช่มีแค่บวกลบ มีการคูณหารอีกด้วย ดังนี้ ลูกคิดรางเก่าเป็นสมบัติล้ำค่า แม้นไปค้าขายที่ใดลูกคิดยังคงต้องปรากฏอยู่ด้วย ถึงจะไม่ได้ใช้ลูกคิดนั้นแล้วก็ตาม ก่อนปี2530 มีการเรียนการสอนลูกคิดในโรงเรียนพาณิชย์ เพื่อให้จบไปเป็นนักการเงินบัญชี และต่อมามีการเปลี่ยนเป็นลูกคิดญี่ปุ่นซึ่งสอดคล้องกับเลขฐานสิบ ทำให้คิดเลขเร็วกว่าเดิม
การเรียนลูกคิดนั้นเป็นวิชาสำคัญมาก เพื่อนที่เรียนในวิยาลัยเล่าให้ฟังว่า เวลาสอบนั้นไม่ให้ใช้ลูกคิด ต้องคิดเป็นภาพใช้มือดีดลูกคิดกลางอากาศตามคำบอกตัวเลขของอาจารย์
ประมาณปี2540 วิชาจินตคณิตนั้นนำเข้ามาในไทยแล้วและมีการสอนเด็กมีสถาบันเรียก Smart brain และมีการจัดสอนในโรงเรียนกวดวิชาบางแห่ง การใช้ลูกคิดญี่ปุ่นตั้งแต่เด็กยังเล็กจนสามารถใช้จินตภาพในการดีดโดยไม่มีรางลูกคิดนั้น เป็นการฝึกหัดทั้งมือสมองสองข้าง และสมาธิที่ดีมากๆ เป็นที่อัศจรรย์สำหรับผู้พบเห็นผ่านสื่อทางทีวี
แต่เมื่อเครื่องคิดเลขและคอมพิวเตอร์มีบทบาทมากขึ้น การคิดเลขในใจกลับจะเลือนหายไป คงยังมีการเรียนการสอนในสถานที่กวดวิชาหรือสอนเด็กๆให้เห็นบ้าง หากถามว่า ดีดลูกคิดเป็นไหม แม้นไม่มีการสอนลูกคิดในสายสามัญ แต่ก็ใช้ลูกคิดของพ่อนั้นทดลองในตอนที่ยังเด็กจนได้ ส่วนลูกคิดญี่ปุ่นนั้นยังมีรางลูกคิดเหลือเป็นอนุสรณ์ เมื่อรู้จักคนญี่ปุ่น และตำรานั้นอยู่ที่ใดสักแห่งในบ้านนี้ เสียดายที่รางลูกคิดจีนของบ้านเรานั้นได้สลายไปในกองเพลิงเมื่อครั้งไฟไหม้ใหญ่แถบนั้น แต่ความทรงจำในรางลูกคิดนั้นยังคงไม่ลางเลือน
ไลฟ์สไตล์
การศึกษา
บันทึก
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย