26 ก.ค. เวลา 00:27 • ปรัชญา
มันดูไม่ยากหรอกมั้ง
คนที่ถูกใส่ร้ายจริงๆ แม่งดิ้นเพื่อหาความจริง
แต่คนที่ทำผิด หลายครั้งแม่งไม่ได้ดิ้นหาความจริง...มันดิ้นหาทางรอด รีบเปลี่ยนประเด็น รีบสร้างเรื่องใหม่ รีบทำให้คนงง รีบโยนความผิดให้คนอื่น รีบเล่นกับความรู้สึกคนก่อนที่คนจะได้เล่นกับข้อเท็จจริง
แล้วพอมาอยู่ในสังคมแบบไทยๆ ที่ระบบอุปถัมภ์แม่งฝังรากลึกเข้าไปทุกวงการ ยิ่งเห็นภาพ
พวกเดียวกันก็ช่วยกัน คนมีเส้นช่วยคนมีเส้น คนมีอำนาจช่วยคนมีอำนาจ จนคนอดตั้งคำถามไม่ได้ว่า...
ตกลงประเทศนี้ ความจริงมันใหญ่กว่าอำนาจ...หรืออำนาจมันใหญ่กว่าความจริงกันแน่วะ
ลองดูหลายคดีที่สังคมติดตามก็ได้ อย่างคดีคุณแตงโม หรือคดีน้องเมย ไม่ว่าทุกคนจะมีมุมมองต่อข้อเท็จจริงแตกต่างกันแค่ไหน สิ่งหนึ่งที่ปฏิเสธยากคือ คดีพวกนี้ทำให้คนจำนวนมากรู้สึกคาใจ และตั้งคำถามต่อกระบวนการยุติธรรม การตรวจสอบ และความโปร่งใสของระบบ
แม่งเลยไม่แปลกที่คนจะเริ่มหมดศรัทธา
ไม่ใช่เพราะไม่รู้ว่าอะไรถูกอะไรผิด แต่เพราะหลายครั้ง ต่อให้สังคมตั้งคำถามกันทั้งประเทศ ต่อให้มีการวิเคราะห์กันเป็นร้อยเป็นพันรอบ สุดท้ายหลายคนก็ยังรู้สึกว่า คำตอบที่ได้มันไม่สามารถคลายความสงสัยได้
นั่นแหละ...สิ่งที่น่ากลัวที่สุด
เพราะคนธรรมดาเริ่มรู้สึกว่า ความจริงอย่างเดียว อาจไม่พอ ถ้าความจริงนั้นไม่สามารถทำให้คนทั้งสังคมเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรมได้
1
โฆษณา