เมื่อวาน เวลา 03:57 • ปรัชญา
เราเป็นจิตดวงน้อยๆ มาอาศัยโลกชั่วขณะ แล้วต้องจากลาโลก .โลกนี้ไม่ใช่ของเรา เราเป็นเพียงมาอาศัย กินนอนอยู่ในสังขารกรรม มีกายเค้าเรียกว่ามนุษย์ มีอารมณ์นึกคิดปรุงแต่งกาย มีอารมณ์นั่นอารมณ์นี้เกิดขึ้น ก็ใช้กายไปตามอารมณ์นึกคิด อารมณ์อยาก ทะเยอทะยาน ไม่มีหยุด .จิตก็ยึดถือ อยู่อย่างนั้น ไม่เคย อยู่นิ่ง ให้กายอยู่นิ่ง เพื่อจับเอา สิ่งที่ปรุงแต่งที่ไหลในกาย หงายขึ้นมาดู ให้รู้จัก .กาย อารมณ์ จิต
1
กายนี้ .ที่จิตอาศัย . สิ่งที่ปรุงแต่งกาย จิตสมควรยึดมั่ย รูปร่างหน้าตาอารมณ์นึกคิดเป็นอย่างไร .เรีองราวอารมณ์ นึกคิด หาากเราเรียนรู้ได้ ก็จะเห็นศัตรูที่ ที่แท้จริง ของจิตที่อาศัยในกาย ก็คือ อารมณ์นึกคิด ที่นำพา ให้จิตมีกรรม มีทุกข์ สลัดมันออกไปได้ จิตก็มีความสุข กายก็เป็นสุข
เริ่่องราวของ กายที่เรา มีวิญญาณหก ที่วาาเค้ามาใช้ ..ใช้ไปสัมผัส เรียนรู้ ต่างๆ มันมีอารมณ์ พอใจไม่พอใจ วิตดวิจารณ์ ตำหนิ ติเตียน ในสิ่งต่างๆ เกิดทิฐิ ความคิดเห็น เรื่องนี้ ทำไม่ไม่เป็นอย่างนี้ อย่างนี้ เรื่องราวต่างๆ ที่เรารับรู้ อารมณ์นึกคิด กายวาจาใจ ต่างๆ มีมีสิ่งหนึ่ง ที่เก็บข้อมูล บันทึกลงไปที่ธาตุุทั้งสี่ ในตัวเรา อยู่ที่หน้าอกเรา
มีเรื่องราวพระที่เรานับถือ ท่านทำสมาธิ ทำจิต ..ขึ้นไปได้ ถึงชั้นดาวดึงส์ ที่นานๆจะมีมนุษย์ ทำจิตขึ้นไปถึง ท่านก็ได้ไปเจอ องค์ท้าวสักกะเทวราช ท่านถามว่า ไหนขึ้นมาแล้ว จะเข้าชมแดนพระนิพพานมั้ย พระท่านก็ยบอกว่า เข้าครับ ท้าวสักกะท่าน ก็เอื้อมมือมาหยิบ แท่งที่หน้าอก ออกไปวาง บอกว่า ออกมาแล้วก็มาเอาคืน เพราะการเข้าแดนพระนิพพาน จิตนั้นต้องบริสุทธิ์ใสเป็นแก้ว
เรื่องราวของจิต ..พระที่เรานับถือ .ท่านตัด .ตั้งแต่บวช ท่านก็ ไม่ติดต่อญาติพี่น้อง ไม่มีเครื่องอำนวยตวามสะดวกสบาย ครั้งแรกที่เจอท่าน .ห้องที่ท่านจำวัด ก็ไม่มีใครเข้าไป ห้องที่ท่านพัก ไม่มีอะไรเลย เห็นแล้ว ก็นึกได้ว่า โอ้วงง.พระที่ท่านครองผ้าสามผืน เป็นอย่างนี้เอง
คราวนี้มีนมีเรื่องราว โอ้ว .มีพระองค์หนึ่ง ไปอยู่ป่า บนเขา องค์เดียว เป็นสิบปีพอ พอลงมาจากเขา .โอ้ว..มีทำเครื่องรางของขลัง พระที่เรานับถือ ท่าน่บอกว่า เสียดายจัง อุตส่าห์ไปอยู่บนเขา ตั้งสิบปี .พอลงจากเขา ไปทำเสียอย่างนี้ ที่อยู่เขาสิบปี่ ติดลบ หนักกว่าเดิมเจ้าไปอีก
1
เรื่องราวที่ว่า ยมทูต .ครั้งหนึ่งตื่นมาลุกขึ้นนั่ง เหมือนมีใครเอาหน้ามาชน . เราก็อยู่นิ่งๆ มีชายนุ่่งผ่าแดง ออกไปยืน ห่างๆ ประมาณห้าเมตร หันข้างให้ เราพยายามมองดู .เค้าก้มหน้า .เราก็ไปถามพระ หลวงตา เค้ามาหาผมทำไม หลวงตา ท่านบอกว่า เค้่าผ่านมา ก็แวะมาดูตรวจสอบ หลักฐานทีหน้าอก เค้าถึงมาอ่านได้ ว่า สร้างสะสมอะไรไว้
1
การที่เราได้รับ คำชี้แนะต่างๆจากพระ แล้วเรา ก็มีเวลาปลีกตัว สละเวลา เวลาที่ทำมาหากินใช้อารมณ์ มาเป็นเวลาที่ เราปฏิบัติธรรม ไม่ต้องนึกคิดอะไร
.เราก็ได้เรียนรู้ จักคำว่าตัวเอง จิตของตัวเองมากขึ้น ได้เรียนรู้จัก ว่า สิ่งที่เรา ใช้อารมณ์ใช้กาย ทำมาหาหากิน ตั้งแต่เช้า จนเช้านอน . มันมีแต่เรื่องราว สะสมกรรม เป็นอณูละอองตกลงมา ที่กาย บันทึก สะสมลงไปที่ธาตุทั้งสี่ เป็นสีดำสีม่วง หลีกหนี คำว่า กรรมไม่ได้เลย แล้วจิตที่อาศัยอยู่กาย นั้น ก็เหมือนมีสภาพหลับใหล หลงใหลไปกับอารมณ์นึกคิดที่เกิดขึ้น ต่อเนื่อง ไม่หยุดหย่อนได้เลย
1
เรื่องราวของโลกที่ อยู่อาศัยชั่วขณะหนึ่ง ในยุคสมัยนี้ เราไม่ได้ ไปยึดถือ . เราก็พยายามรักษา ดูแลกาย ดูแล อารมณ์นึกคิดของเรา การที่เราเรียนรู้จักอารมณ์ที่ปรุงกาย รู้จักพิษของอารมณ์ ว่าเป็นตัวทุกข์ เป็นของหนัก นำพาให้ธาตุทั้งสี่มีกรรม มันก็ .มีแต่พยายาม .ชำระสะสาง เอาสิ่งต่างๆ ที่ว่า สะสมในกาย ..ก็ค่อยๆ วเอาออกทิ้งมันไป
วิธี ที่จะเอาออก .ทิ้ง กแบ่งเวลา มาสร้างบุญกุศล ปฏิบัติธรรม ขึ้นมา . โลกนี้มีแต่กรรม .เรารู้จักคำว่าโลกมาขึ้น โลกนี้วุ่นวายหนอ ตอนนี้ มันก็มีเรื่องราว วุ่นวาย รบราฆ่าฟัน ทำลายกัน แก่งแย่ง อากาศก็วิปริตแปรปรวนไปเรื่อย เชื้อโรคก็จะรุนแรง มากับอากาศ ภายในระยะห้าปีต่อไปนี้ เค้าจะเก็บจิตมนุษย์ ไปอีกมากมาย กายนี้ มันเกิดได้ ก็ดับได้ กายมันดับ แต่จิตไม่ดับไปตามกาย จิตได้อะไร จะไปทางไหน สุขยาวนาน หรือ ทุกข์ยาวนาน .
1
หากเราไม่หันหัว มาสร้างบุญกุศลบารมี เราก็เรียนรู้จักกรรม รู้จักบุญไม่ได้ . แล้วที่สำคัญ วันหนึ่งเราต้องตาย หากเราไม่สร้างบุญกุศลบารมี จิตเราก็ต้องหนัก จมลงอบายภูมิ .แล้วมันก็ไม่ใครสามารถช่วยเหลือกันได้เลย . แล้วสิ่งที่เคยเห็น เวลาจิตไม่มีกายมันน่ากลัว ทุกข์ทรมาน ด้วยสังขารที่แปรสภาพไป ที่ไปเป็นเปรต ก็ร้องช่วยด้วยๆ ช่วยส่งบุญกุศลให้ด้วย
.ก็มีเรื่องราวที่พบเห็น ตอนมีชีวิต พระท่านบอกใก้สร้างบุญกุศล พอไม่มีกาย กลายเป็นเปรต ก็มาขอ .พระท่านก็บอกว่า ฉันช่วยแล้ว ตอนมีชี้อยู่ บอกให้สร้างบุญกุศล ตอนนี้ไม่มีกายช่วยไม่ได้แล้ว
1
โฆษณา