27 ก.ค. เวลา 09:59 • หุ้น & เศรษฐกิจ

ตลาดผันผวนจากภูมิรัฐศาสตร์ จับตา Fed และ Big Tech

ภาพรวม
  • ตลาดถูกกดดันจากความตึงเครียดในตะวันออกกลาง
  • การลงทุนด้าน AI กดดันหุ้น Big Tech แม้งบยังแข็งแกร่ง
  • ราคาน้ำมันผ่อนคลาย แต่ความเสี่ยงยังคงอยู่
  • ตลาดจับตาการประชุม Fed, BOJ และ BOE
  • เงินเฟ้อสหรัฐฯ และงบ Big Tech ยังเป็นปัจจัยที่ต้องติดตาม
สถานการณ์ตลาด
  • สัปดาห์ที่ผ่านมา ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปรับตัวลดลง จากแรงขายหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี และความกังวลต่อสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลาง ซึ่งส่งผลให้ราคาน้ำมัน และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ปรับตัวสูงขึ้น ขณะที่ตลาดยังติดตามผลกระทบจากมาตรการภาษีนำเข้าชุดใหม่ของสหรัฐฯ
- ดัชนี S&P 500 -0.6% และ Nasdaq -2% จากแรงขายในหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี
- ราคาน้ำมันที่เพิ่มขึ้นระหว่างสัปดาห์ ทำให้ตลาดกลับมากังวลว่าเงินเฟ้ออาจเร่งตัว ส่งผลให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปี เพิ่มขึ้น 0.14% มาอยู่ที่ 4.64%
- ประธานาธิบดีทรัมป์ประกาศใช้มาตรการภาษีอัตรา 10–12.5% ภายใต้มาตรา 301 ครอบคลุมประมาณ 60 ประเทศ มีผลตั้งแต่วันที่ 24 ก.ค. เพื่อทดแทนภาษีนำเข้าชั่วคราวอัตรา 10% ที่หมดอายุลง
  • ราคาน้ำมันและสถานการณ์ตะวันออกกลาง
- ราคาน้ำมันปรับตัวขึ้นแรงจากความกังวลว่า การโจมตีตอบโต้ระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านอาจกระทบต่อปริมาณน้ำมันในตลาดโลก อย่างไรก็ตาม ราคาน้ำมันเริ่มปรับตัวลดลงในช่วงปลายสัปดาห์ หลังจีนผลักดันให้ทั้งสองฝ่ายกลับมาเจรจาสันติภาพ
- ช่วงเช้าวันนี้ (27 ก.ค.) ราคาน้ำมันลดลงต่อประมาณ 5% หลังมีรายงานว่าสหรัฐฯ และอิหร่านระงับการโจมตีชั่วคราว ทำให้นักลงทุนคาดหวังว่าสถานการณ์อาจคลี่คลายผ่านการเจรจา
- ทิศทางราคาน้ำมันยังเป็นประเด็นสำคัญที่ต้องติดตาม เนื่องจากมีผลต่อเงินเฟ้อและแนวทางการกำหนดดอกเบี้ยของ Fed
  • Alphabet
- Alphabet รายงานผลประกอบการโดยรวมดีกว่าที่ตลาดคาด โดยรายได้ธุรกิจ Cloud เติบโต 82% ขณะที่ยอดงานและสัญญาที่ยังรอรับรู้รายได้เพิ่มขึ้นเป็น 5.14 แสนล้านดอลลาร์
- ความต้องการโครงสร้างพื้นฐานและบริการด้าน AI จากลูกค้าองค์กรยังแข็งแกร่ง และอยู่ในระดับสูงกว่ากำลังการให้บริการในปัจจุบัน
- อย่างไรก็ตาม ราคาหุ้น Alphabet ปรับตัวลดลง หลังบริษัทเพิ่มงบลงทุนปีนี้จาก 180–190 พันล้านดอลลาร์ เป็น 195–205 พันล้านดอลลาร์ ทำให้นักลงทุนกังวลเรื่องกระแสเงินสดและระยะเวลาที่การลงทุนด้าน AI จะเริ่มสร้างผลกำไร
- การลงทุนของบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ยังสะท้อนว่า ความต้องการด้าน AI อยู่ในระดับสูง และอาจส่งผลดีต่อธุรกิจที่เกี่ยวข้องตลอดห่วงโซ่ ตั้งแต่ศูนย์ข้อมูลไปจนถึงผู้ผลิตชิปและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์
  • Tesla
- Tesla รายงานรายได้สูงกว่าคาดจากยอดส่งมอบรถยนต์ที่เพิ่มขึ้น แต่กำไรต่ำกว่าคาด ขณะที่อัตรากำไรจากการขายลดลงจากการลดราคาเพื่อกระตุ้นยอดขาย
- กระแสเงินสดอิสระ (Free Cash Flow) ของ Tesla ติดลบ สะท้อนการลงทุนที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยรายจ่ายเพื่อการลงทุนเพิ่มขึ้นประมาณ 142% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน
  • รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ของบริษัทในดัชนี S&P 500
- รายงานผลประกอบการไปแล้วประมาณ 27% โดย 86% มีกำไรดีกว่าที่ตลาดคาด
- กำไรของบริษัทใน S&P 500 ที่รายงานแล้วเติบโตเฉลี่ย 37.9% จากปีก่อน สูงกว่าที่ตลาดเคยคาดไว้ราว 23%
  • ยุโรป
- ECB มีมติคงอัตราดอกเบี้ยตามที่ตลาดคาด โดยประธาน ECB ระบุว่า ราคาพลังงานยังมีความไม่แน่นอนจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง และอาจส่งผลต่อเงินเฟ้อ
- สำหรับทิศทางนโยบายการเงิน ECB จะพิจารณาการปรับดอกเบี้ยตามข้อมูลเศรษฐกิจในแต่ละช่วง และตัดสินใจเป็นรายครั้งในการประชุมแต่ละครั้ง
- ปัจจุบันตลาดคาดว่า ECB อาจปรับขึ้นดอกเบี้ยอีกครั้งในการประชุมเดือน ก.ย.
คำเตือน
  • เอกสารฉบับนี้จัดทำขึ้นจากแหล่งข้อมูลต่างๆ ที่น่าเชื่อถือได้ ณ วันที่แสดงข้อมูล แต่บริษัทฯ มิอาจรับรองความถูกต้องความน่าเชื่อถือ และ ความสมบูรณ์ของข้อมูลทั้งหมด โดยบริษัทฯขอสงวนสิทธิ์เปลี่ยนแปลงข้อมูลทั้งหมดโดยไม่จำเป็นต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า
  • ควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทนและความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน | ผลการดำเนินงานในอดีตของกองทุนรวมมิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต
  • ผู้ลงทุนสามารถขอข้อมูลหนังสือชี้ชวนได้ที่สำนักงานของบริษัทจัดการ หรือจาก www.krungsriasset.com หรือตัวแทนสนับสนุนการขาย หรือเจ้าหน้าที่ขายหน่วยลงทุน
ติดตามกองทุนกรุงศรี อัปเดตข่าวสาร และกิจกรรมต่างๆ ได้ที่
#KrungsriAsset #กองทุนกรุงศรี #Weeklymarketview #สรุปภาวะตลาดรายสัปดาห์
โฆษณา