เมื่อวาน เวลา 09:38 • ประวัติศาสตร์

ความฝันในหอแดง 118 สิงสิ้วเอียน

ถึงวันเกิดของแม่น้าเซวีย ทุกคนนับแต่แม่เฒ่าเจี่ยต่างส่งของอวยพรวันเกิด ไต้วี่ก็เช่นกันเตรียมงานเย็บปักสองชิ้นมอบมาให้ แม่น้าเซวียว่าจ้างคณะอุปรากร เชิญแม่เฒ่าเจี่ย หวางฮูหยินและคณะ มีเพียงเป่าวี่และไต้วี่ที่ไม่ได้มาร่วมงาน ตกเย็นงานเลี้ยงเลิกราแม่เฒ่าเจี่ยแวะเยี่ยมทั้งสองก่อนจะกลับเรือน วันรุ่งขึ้นแม่น้าเซวียให้เซวียเคอ 薛蝌 จัดเลี้ยงสมาชิกอื่นของจวนหนึ่งวัน วุ่นอยู่สามสี่วันงานวันเกิดจึงผ่านไป
แม่น้าเซวียเห็นสิงสิ้วเอียน 邢岫烟 สุภาพอ่อนโยนสุขุมนุ่มนวล ทว่าทางบ้านยากจน นับเป็นกุลสตรีติดดินปิ่นหนาม จึงใคร่จะสู่ขอเป็นภรรยาเซวียผาน 薛蟠 แต่มาตรองดูว่าเซวียผานเจ้าสำราญสุรุ่ยสุร่าย เกรงจะเป็นการย่ำยีกุลสตรีบ้านอื่น จึงลังเลใจ พลันนึกได้ว่าเซวียเคอก็ยังไม่มีภรรยา ทั้งสองดูเหมาะเจาะดังคู่สร้างคู่สม จึงเชิญพี่เฟิ่งมาหารือ
พี่เฟิ่งยิ้มว่า “อาหญิงก็รู้ว่าไท่ไท่เป็นคนถือทิฐิ รอข้าวางแผนให้ดีก่อน”
พอแม่เฒ่าเจี่ยแวะมาเยี่ยมพี่เฟิ่ง พี่เฟิ่งจึงกล่าวกับแม่เฒ่าเจี่ยว่า
“ท่านอาหญิงมีเรื่องใคร่ขอร้องบรรพชน แต่ไม่กล้าเอ่ยปาก”
แม่เฒ่าเจี่ยถามว่าเรื่องอันใดกัน พี่เฟิ่งจึงนำเรื่องจะสู่ขอเล่าให้ฟัง
แม่เฒ่าเจี่ยยิ้มว่า “เรื่องนี้มีอะไรไม่กล้าพูด เรื่องดีเช่นนี้ ไว้ข้าพูดกับแม่สามีเจ้าเอง มีหรือจะไม่ยินยอม”
ทันทีที่กลับถึงเรือน แม่เฒ่าเจี่ยสั่งให้คนไปตามสิงฮูหยินมา แล้ววางตัวเป็นแม่สื่อ 保山 สิงฮูหยินตรองดูเห็นว่า บ้านสกุลเซวียมีฐานะมั่นคง ร่ำรวย เซวียเคอก็หน้าตาหล่อเหลา ทั้งยังมีแม่เฒ่าเจี่ยเป็นแม่สื่อ จึงตอบตกลง
แม่เฒ่าเจี่ยชอบใจยิ่งนัก รีบให้คนไปเชิญแม่น้าเซวียมาพบกับสิงฮูหยิน ทั้งสองพบหน้ากัน สนทนากันตามมารยาท สิงฮูหยินให้คนไปแจ้งข่าวแก่สิงจงสามีภรรยา 邢忠夫妇 สองสามีภรรยามาเมืองกรุงเที่ยวนี้ หวังพึ่งพาสิงฮูหยิน ย่อมยินยอมโดยดี ออกปากว่า
“วิเศษนัก”
แม่เฒ่าเจี่ยยิ้มว่า “ข้าละชอบนักยุ่งเรื่องชาวบ้าน วันนี้ก็นับว่ายุ่งจนได้เรื่อง ไม่รู้ว่าจะได้ค่าตอบแทนแม่สื่อสักกี่มากน้อย”
แม่น้าเซวียยิ้มว่า “เรื่องนี้แน่นอน ยกมาสักหมื่นตำลึงยังได้ไม่แปลก ทว่ายังมีอีกเรื่อง เหล่าไท่ไท่เป็นแม่สื่อ แต่ยังต้องมีผู้ใหญ่ฝ่ายเจ้าสาว”
แม่เฒ่าเจี่ยยิ้มว่า “อย่างอื่นไม่มี คนงอมืองอเท้าในบ้านนี้ยังมีอีกสอง”
ว่าแล้ว ก็ให้คนไปตามนางอิ๋วสื้อกับสะใภ้มาบอกว่าจะให้เป็นผู้ใหญ่ฝ่ายเจ้าสาว ทั้งสองรับปากพร้อมทั้งแสดงความยินดีกับแม่เฒ่าเจี่ยและแม่น้าเซวีย
แม่เฒ่าเจี่ยกำชับว่า “บ้านเรามีระเบียบอยู่ซึ่งพวกเจ้าต่างรู้ดีว่า ไม่ให้บ้านบ่าวสาวสองฝ่ายชิงดีกันเรื่องสินสอดทองหมั้น ตอนนี้เจ้ามาจัดการแทนข้า คอยดูอย่าให้ตระหนี่เกินไป อย่าให้ฟุ่มเฟือยเกินไป ดูแลให้เหมาะสมทั้งสองบ้านแล้วรายงานข้า”
นางอิ๋วสื้อรับคำ
นางอิ๋วสื้อรู้อัธยาศัยสิงฮูหยินดี ไม่อยากยุ่งด้วยแต่แรก แต่เมื่อรับปากแม่เฒ่าเจี่ยแล้ว ก็ต้องคาดเดาความคิดของสิงฮูหยินจัดการอย่างระมัดระวัง ส่วนทางแม่น้าเซวียไม่ใช่คนจู้จี้จุกจิก อย่างไรก็ได้ จึงไม่เป็นปัญหา
ข่าวแม่น้าเซวียหมั้นหมายสิงสิ้วเอียนเป็นหลานสะใภ้ รับรู้กันทั้งสองจวน สิ้วเอียนขณะนี้พำนักอยู่ในอุทยานร่วมกับหยิงชุนและเป่าไช (เซวียเคอเป็นน้องชายของเป่าไช) สิงฮูหยินจึงดำริจะแยกให้สิ้วเอียนมาพำนักกับนาง
แม่เฒ่าเจี่ยแย้งว่า “ถึงแม้สิ้วเอียนกับเซวียเคอไม่ควรพบหน้ากันตามธรรมเนียม แต่ว่าที่พี่สะใภ้พำนักกับอาหญิงใหญ่ อาหญิงเล็ก จะเป็นไรไป ต่างเป็นหญิงสาวอยู่ด้วยกัน ยิ่งใกล้ชิดสนิทสนมกันยิ่งขึ้น”
สิงฮูหยินจึงไม่โต้แย้ง
เซวียเคอกับสิ้วเอียนเคยพบหน้ากันมาก่อนระหว่างเดินทาง ทั้งสองต่างรู้สึกผูกพันกันทางใจมาก่อน แต่สิ้วเอียนจำต้องสงวนท่าที ไม่กล้าพูดหรือแสดงออกมากนักให้เป่าไช เป่าฉินรู้ โดยเฉพาะกับเซียงหยุนซึ่งชอบล้อเลียน นางเป็นคนมีการศึกษารู้ขนบธรรมเนียม ถึงเป็นหญิงสาว ก็ไม่ใช่พวกชอบเสแสร้งเอียงอาย
ตั้งแต่พบกันครั้งแรก เป่าไชรู้สึกเห็นใจในชีวิตของสิ้วเอียน ฐานะทางบ้านยากจน บิดามารดาเป็นปีศาจสุราทั้งคู่ไม่สนใจใยดีบุตรสาว แทนที่จะเป็นผู้มีคุณธรรมเช่นบ้านอื่น สิงฮูหยินก็ปฏิบัติต่อนางเพียงเพื่อรักษาหน้าของตนเองเท่านั้น หาได้มีความเอ็นดูนางอย่างจริงใจ หยิงชุนก็เป็นคนซื่อดูแลตัวเองยังไม่ค่อยจะได้ อย่าว่าแต่ดูแลนาง ขาดแคลนข้าวของเครื่องใช้สิ่งใดก็ไม่รู้จะเอ่ยปากขอกับใคร เป่าไชจึงมักช่วยเหลือนางในสิ่งที่ขาดอยู่เสมอโดยไม่ให้สิงฮูหยินรู้เกรงว่านางจะมากความ
บัดนี้ชะตาชักนำให้มาดองกัน สิ้วเอียนซึ่งถูกชะตากับเป่าไชอยู่แล้ว จึงมักมาสนทนากับเป่าไช เป่าไชก็เรียกนางว่าน้องสาว
วันนี้ เป่าไชมาเยี่ยมไต้วี่ ระหว่างทางพบสิ้วเอียนที่กำลังมาหาไต้วี่เช่นกัน ทั้งสองจึงร่วมทางกันมาจนถึงหลังแนวกำแพงหิน
เป่าไชยิ้มถามว่า “อากาศยังหนาวอยู่ ทำไมเจ้าเปลี่ยนใส่เสื้อเข้ารูปเสียแล้ว”
สิ้วเอียนก้มหน้าไม่ตอบ
เป่าไชคิดว่าพอคาดเดาสาเหตุได้ จึงยิ้มว่า
“คงเป็นเพราะเงินเดือนเดือนนี้ยังไม่ได้ ตอนนี้พี่เฟิ่งก็ไม่ใส่ใจดูแลเลยหรือ”
สิ้วเอียนรีบบอกว่า “นางจ่ายตรงเวลาอยู่ แต่ท่านอาหญิงให้คนมาบอกว่า เดือนหนึ่งข้าคงไม่ต้องใช้ถึงสองตำลึง ให้ข้าแบ่งไปให้ท่านพ่อท่านแม่หนึ่งตำลึง หากขาดเหลือต้องใช้ของสิ่งใด มีของพี่สาวรอง (หยิงชุน) ที่พอใช้ได้ ก็แบ่งมาใช้ พี่ลองคิดดู พี่สาวรองเป็นคนซื่อ ไม่ค่อยใส่ใจอะไรนัก ข้าใช้ของของนาง นางไม่ว่าอะไร แต่พวกสาวใช้แม่บ้านของนางเรื่องน้อยเสียเมื่อไร แต่ละคนปากคอร้ายนัก
ถึงข้าจะพักอยู่บ้านเดียวกัน ข้าก็ไม่กล้าเรียกใช้พวกนาง ทุกสามวันห้าวัน ยังต้องแบ่งเงินให้พวกนางเป็นค่าเหล้าค่าของว่าง เงินเดือนละสองตำลึงยังไม่ค่อยจะพอใช้ ตอนนี้หายไปหนึ่งตำลึง วันก่อนข้าจึงแอบให้คนเอาเสื้อบุฝ้ายไปจำนำเอาเงินมาใช้จ่าย”
เป่าไชขมวดคิ้วถอนหายใจว่า “บ้านเหมย 梅家 ไปรับหน้าที่ใหม่ย้ายไปทั้งบ้าน กว่าจะกลับก็อีกสองปี หากฉินเอ๋อออกเรือนไปแล้ว จึงค่อยถึงคราวหารือเรื่องเจ้า แต่งไปเมื่อไรก็พ้นจากที่นี้ แต่ตอนนี้เรื่องของน้องสาวยังไม่เรียบร้อย (เซวียเคอ)จึงไม่อาจแต่งเจ้าตัดหน้า ตอนนี้เรื่องของเจ้าจึงจัดการลำบาก หากต้องรออีกสองปี ปัญหาคงรุมเร้าเจ้าจนล้มป่วยเสียก่อน ไว้ข้าจะหารือกับท่านแม่ดู”
เป่าไชชี้ไปยังหยกพกที่กระโปรงของนางถามว่า
“ใครให้เจ้ามา”
สิ้วเอียนว่า “พี่สาวสาม (ทั่นชุน) ให้มา”
เป่าไชพยักหน้าว่า “นางเห็นคนอื่นมีกันหมดเว้นแต่เจ้า เกรงคนจะเยาะเย้ย จึงมอบมาให้ นี่เพราะนางฉลาดรอบคอบ”
สิ้วเอียนถามว่า “พี่กำลังจะไปที่ไหน”
เป่าไชว่า “ข้าไปเรือนเซียวเซียง เจ้ากลับไปก่อน เอาตั๋วจำนำฝากสาวใช้ไปให้ข้าที่นั่น ข้าจะให้คนลอบไปไถ่มา แอบเอาไปให้เจ้าเย็นนี้ไว้ใส่ ไม่เช่นนั้น ถูกลมนานเข้าคงเอาไม่อยู่ ไม่รู้ว่าเจ้าไปจำนำไว้ที่ไหน”
สิ้วเอียนว่า “ร้านชื่ออะไรว่า เหิงซู 恒舒 อยู่บนถนนใหญ่ทางตะวันตกของหอกลอง”
เป่าไชพ่นลมหายใจยิ้มว่า “ไปถึงที่บ้านจนได้ พวกคนงานรู้เข้าคงว่า ตัวยังไม่มา เสื้อผ้ามาถึงก่อน”
สิ้วเอียนจึงรู้ว่าที่แท้เป็นร้านของบ้านเซวียเอง ไม่พูดอะไร หน้าแดงแล้วเดินกลับไป
เป่าไชมาถึงเรือนเซียวเซียง พอดีกับมารดาของนางก็มาเยี่ยมไต้วี่เช่นกัน กำลังสนทนากันอยู่
เป่าไชยิ้มว่า “ท่านแม่มาถึงเมื่อไร ข้าไม่รู้ว่าท่านจะมา”
แม่น้าเซวียว่า “ช่วงนี้ข้างานยุ่ง ไม่มีเวลามาเยี่ยมเป่าวี่กับนาง วันนี้จึงตั้งใจมาหาทั้งสองคน หายดีกันแล้วนี่”
ไต้วี่รีบเชิญเป่าไชนั่ง แล้วกล่าวกับเป่าไชว่า “เรื่องราวในใต้หล้านี้เหลือคะเน อย่างเช่นครอบครัวของท่านน้าหญิงกับท่านน้าชาย ทำไมมาเกี่ยวดองกันได้”
แม่น้าเซวียว่า “ลูกเอ๋ย พวกเจ้าเป็นเด็กผู้หญิงจะไปรู้อะไร โบราณว่า
“千里姻缘一线牵
บุพเพพันลี้มีเพียงเส้นด้ายผูกพัน”
มีผู้เฒ่าเงาจันทร์ 月下老儿 คอยดูแลเรื่องบุพเพสันนิวาสซึ่งลิขิตเอาไว้ล่วงหน้าแล้ว ผู้เฒ่าจะลอบเอาเส้นด้ายแดงผูกข้อเท้าทั้งสองเข้าด้วยกัน ถึงจะอยู่ห่างกันมีสมุทรคั่น หากบุพเพมั่นหมาย ลงท้ายก็ได้เป็นสามีภรรยาดังลิขิต เรื่องเช่นนี้อยู่พ้นคนคาดคิด ถึงแม้พ่อแม่และเจ้าตัวจะยินยอม หรืออยู่ใกล้ชิดกันทั้งปี หรือกระทั่งได้หมั้นหมายกันเอาไว้ หากเฒ่าเงาจันทร์มิได้นำด้ายแดงมาผูก อย่างไรก็มิอาจได้เคียงคู่ อย่างเช่นคู่ครองของเจ้าสองพี่น้อง ตอนนี้ยังไม่รู้ว่ามาอยู่ตรงหน้า หรือยังอยู่ขุนเขาใต้ทะเลเหนือ”
เป่าไชว่า “ท่านแม่พูดไปพูดมาก็มาลงที่พวกเราจนได้”
ว่าแล้วก็ฟุบลงกับอกมารดา ยิ้มว่า
“พวกเราไปกันเถิด”
ไต้วี่ยิ้มว่า “ท่านดู อยู่ห่างท่านน้า นางก็เหมือนคนกร้านโลก พออยู่กับท่านน้าก็กลายเป็นเด็กขี้อ้อน”
แม่น้าเซวียเอามือลูบไล้เป่าไชอย่างเอ็นดู ถอนหายใจกับไต้วี่ว่า
“พี่สาวเจ้าคนนี้ก็เหมือนกับพี่เฟิ่ง อยู่ต่อหน้าเหล่าไท่ไท่ ถึงเวลามีงานมีการก็เป็นเหมือนที่ปรึกษา เวลาไม่มีกิจธุระนางก็คอยกระเซ้าเย้าแหย่ เห็นนางอย่างนี้แล้ว แม้ทุกข์เพียงใดมีหรือไม่ผ่อนคลาย”
ไต้วี่ได้ฟัง หลั่งน้ำตานึกทอดถอนใจว่า “พวกนางจงใจให้เกิดภาพนี้ที่นี่เพื่อสะท้อนให้ข้าเคืองว่าข้าเป็นคนขาดมารดา”
เป่าไชยิ้มว่า “ท่านแม่ ท่านดูนางอิจฉามาว่าข้าขี้อ้อน”
แม่น้าเซวียว่า “เรื่องนี้ว่านางไม่ได้ นางน่าสงสารไม่มีทั้งพ่อแม่ญาติพี่น้อง”
แล้วยื่นมือมาลูบไต้วี่อย่างอ่อนโยน ยิ้มว่า
“เด็กดี อย่าร้องไห้ เจ้าเห็นข้ารักพี่สาวเจ้า เจ้ารู้สึกเสียใจ เจ้าไม่รู้หรอกว่าข้าก็รักและเห็นใจเจ้ายิ่งกว่า พี่สาวเจ้าขาดพ่อแต่ยังมีข้า ยังมีพี่ชายแท้ ๆ ดีกว่าเจ้ามาก ข้าเคยบอกนางเสมอว่า ในใจข้ารักเจ้าเพียงใด ทว่าภายนอกมิอาจแสดง ที่นี่มากคนมากความ พูดดีมีน้อย ว่าร้ายมีมาก เขาจะไม่พูดกันว่าพวกเราเมตตารักใคร่เพราะเจ้าขาดที่พึ่ง แต่จะว่าพวกเราว่ายทวนกระแสหาต้นธาร 洑上水 ทำทีเป็นรักเจ้าเพื่อเอาหน้ากับเหล่าไท่ไท่”
ไต้วี่ยิ้มว่า “ท่านน้ากล่าวดังนี้ พรุ่งนี้ข้าจะยอมรับท่านเป็นท่านแม่ หากท่านน้าปฏิเสธแสดงว่าท่านรักโดยเสแสร้ง”
แม่น้าเซวียว่า “เจ้าไม่รังเกียจข้า ข้ายินดียอมรับเจ้า”
เป่าไชรีบบอกว่า “ยอมรับไม่ได้”
ไต้วี่ว่า “เหตุใดยอมรับไม่ได้”
เป่าไชยิ้มว่า “ข้าขอถามเจ้า พี่ชายของข้า (เซวียผาน) ยังไม่ได้แต่งงาน ทำไมจึงหมั้นหมายน้องสิง (สิ้วเอียน) ให้น้องชาย (เซวียเคอ) ของข้าได้ เพราะเหตุใดกัน”
ไต้วี่ว่า “เพราะเขาไม่อยู่บ้าน หรือว่าวันเดือนปีไม่สมพงษ์ จึงให้น้องชายแซงไปก่อน”
เป่าไชยิ้มว่า “ไม่ใช่เช่นนั้น พี่ชายของข้าสมพงษ์กับคนผู้หนึ่ง เพียงแต่รอวันกลับมาค่อยสู่ขอหมั้นหมาย ข้าจึงว่าเจ้าจะเรียกท่านแม่ไม่ได้ เจ้าคิดดูให้ดี”
ว่าแล้วก็ขยิบตาแอบยิ้มให้มารดา
ไต้วี่ได้ฟังก็ฟุบหน้าซุกแม่น้าเซวียว่า “ท่านน้าไม่ตีนาง ข้าไม่ยอม”
แม่น้าเซวียกอดนางไว้ยิ้มว่า “เจ้าอย่าไปเชื่อพี่สาวเจ้า นางล้อเจ้าเล่น”
เป่าไชยิ้มว่า “พรุ่งนี้ท่านแม่ไปสู่ขอกับเหล่าไท่ไท่ หมั้นหมายนางเป็นสะใภ้ ดีกว่าไปหาเอาข้างนอก”
ไต้วี่โน้มร่างมาจะตะครุบตัวนาง ด่ายิ้มๆ ว่า
“เจ้าบ้าขึ้นทุกที”
แม่น้าเซวียรีบยิ้มหย่าศึก ใช้มือกั้นแยกพวกนาง แล้วบอกเป่าไชว่า
“ถึงเป็นคุณหนูสิง ข้ายังกลัวพี่ชายเจ้าย่ำยีนาง ข้าจึงให้น้องชายเจ้าแทน อย่าว่าแต่เด็กคนนี้ ข้าไม่ให้พี่ชายเจ้าเป็นอันขาด วันก่อนเหล่าไท่ไท่จะขอน้องสาวของเจ้า (เป่าฉิน) ให้เป่าวี่ แต่น้องสาวเจ้ามีคู่หมั้นแล้ว มิเช่นนั้น กลับเป็นเรื่องมงคลภายใน วันที่ข้าสู่ขอคุณหนูสิง เหล่าไท่ไท่ยังล้อเลียนข้าว่า
“แรกข้าจะขอคนของเขา ไม่ได้คนของเขามา กลับถูกเขาเอาคนของเราไป”
ถึงจะเพียงพูดเล่น แต่ตรองให้ดีก็มีความหมาย เป่าฉินมีคู่หมั้นแล้ว ตอนนั้นข้าไม่มีคนอื่นจะยกให้ แต่จะไม่ให้เสนออะไรบ้างเชียวหรือ ข้าคิดว่าเหล่าไท่ไท่รักน้องเป่าของเจ้าถึงเพียงนั้น จะไปสู่ขอคนข้างนอกคงไม่ถูกใจเหล่าไท่ไท่ มิสู้ยกน้องหลินให้เขา นับว่าลงตัวงดงามทั้งสองฝ่าย”
ไต้วี่ตอนแรกยังงงอยู่ แต่พอฟังเรื่องวกมาลงที่นาง จึงพ่นน้ำลายให้เป่าไชทีหนึ่ง หน้าแดง คว้ามือเป่าไชยิ้มว่า
“ข้าควรตีเจ้า ทำไมชักนำท่านน้ามาพูดเรื่องไม่เป็นเรื่องได้”
เป่าไชยิ้มว่า “แปลก ท่านแม่พูด ทำไมมาตีข้า”
จื่อเจวียนรีบวิ่งมายิ้มว่า “ท่านน้าไท่ไท่มีความคิดที่ดีเช่นนี้ ทำไมไม่ไปเรียนเหล่าไท่ไท่เสียเลย”
แม่น้าเซวียยิ้มว่า “เด็กคนนี้จะรีบไปไหน คงอยากให้คุณหนูออกเรือนไวไว ตัวเองจะได้หาเขยบ้าง”
จื่อเจวียนยิ้มหน้าแดงว่า “แม่น้าถือว่าอาบน้ำร้อนมาก่อน” แล้วกลับหลังเดินหนี
ไต้วี่ว่าตามหลัง “เรื่องนี้เกี่ยวอะไรกับม้าดีดกะโหลกอย่างเจ้า”
พอลับหลังหายไปแล้วก็ยิ้มว่า “อามิตาภพุทธ สมน้ำหน้า ชนกำแพงจนดั้งหักหนีไปแล้วนั่น”
แม่น้าเซวียกับคนอื่นในห้องพากันหัวเราะ
ตอนก่อนหน้า : น้องหลินจะกลับบ้าน
ตอนถัดไป : สิบสองนางรำแตกรัง

ดูเพิ่มเติมในซีรีส์

โฆษณา