9 ชั่วโมงที่แล้ว • ประวัติศาสตร์

ขากรรไกรมรณะ วิธีที่ทหาร 50,000 นายสยบกองทัพโรมัน 80,000 นายในวันเดียว

*ภาพจำลองโดย AI เพื่อความสวยงาม
ในช่วงฤดูร้อน 216 ปีก่อนคริสตกาล ในช่วงสงครามพูนิคครั้งที่สอง (Second Punic War) “ฮันนิบาล บาร์กา (Hannibal Barca)” แม่ทัพแห่งคาร์เธจ ต้องเผชิญหน้ากับแสนยานุภาพของสาธารณรัฐโรมันใน “ยุทธการที่กันไน (Battle of Cannae)” ซึ่งได้กลายเป็นตัวอย่างอันโดดเด่นที่สุดของอัจฉริยภาพทางยุทธวิธีในประวัติศาสตร์สงครามยุคโบราณ
แม้จะมีกำลังพลน้อยกว่าเกือบสองเท่า โดยฮันนิบาลมีทหารราว 50,000 นาย ขณะที่กองทัพโรมันภายใต้การนำของกงสุล “ลูซิอุส เอมิลิอุส เปาบลุส (Lucius Aemilius Paullus)” และ “กายอุส เตเรนติอุส วาร์โร (Gaius Terentius Varro)” มีกำลังพลมากถึงราว 80,000 นาย ทว่าด้วยการวางแผนอย่างรอบคอบและกลลวงศึกอันแยบยล ฮันนิบาลก็สามารถบรรลุสิ่งที่แม่ทัพหลายยุคหลายสมัยยกย่องให้เป็น "สมรภูมิที่สมบูรณ์แบบที่สุด"
ฮันนิบาลจัดวางกำลังพลในรูปแบบที่แหวกแนว นั่นคือแนวรบรูปนูนที่โค้งนูนเข้าหาฝ่ายโรมัน โดยตรงใจกลางคือทหารราบชาวสเปนและกอล ขณะที่ทหารราบชาวแอฟริกันซึ่งโชกโชนการศึก และติดอาวุธสไตล์โรมันที่ยึดมาได้จากศึกก่อนหน้านี้ ได้ตั้งมั่นเป็นปีกซ้ายขวาอย่างมีระเบียบ และทหารกองเล็กกว่าก็ไม่ควรล้อมกองทัพที่ใหญ่กว่า ดังนั้นบริเวณปีกทั้งสองข้าง ฮันนิบาลจึงจัดวางกองทหารม้า โดยมีทหารม้านูมิเดียอยู่ด้านหนึ่ง และกองทหารม้าชาวสเปนกับกอลอยู่อีกด้านหนึ่ง
เมื่อกองทัพโรมันรุกคืบเข้ามาในรูปแบบขบวนทัพหนาแน่นขนาดมหึมา ทหารที่ศูนย์กลางของฮันนิบาลจึงถอยร่นอย่างตั้งใจทีละก้าวๆ โดยกองกำลังของเขาถอยร่นในรูปแบบที่ควบคุมได้พร้อมกับดัดแนวรบให้โค้งเว้าเข้าด้านใน ในขณะที่ฝ่ายโรมันซึ่งเชื่อว่าชัยชนะอยู่แค่เอื้อม ต่างพากันรุกคืบอย่างดุดันจนทำให้แถวทหารของตนอัดแน่นเข้าหากันและสูญเสียความสามารถในการเคลื่อนพล
ณ ช่วงเวลาอันเป็นจุดเปลี่ยนนั้น ปีกกองทัพของคาร์เธจก็หันเข้าประชิดด้านในราวกับขากรรไกรที่กำลังหุบเข้าหากัน ในขณะเดียวกัน กองทหารม้าของฮันนิบาลก็สามารถตีโฉบอ้อมมาจากด้านหลังหลังจากที่กวาดล้างทหารม้าโรมันจนแตกพ่ายไปแล้วและเข้าโจมตีกองทหารราบโรมันจากด้านหลัง
ทหารโรมันที่ถูกต้อนจนมุมทุกด้านต่างเบียดเสียดกันแน่นขนัดจนแทบจะยกดาบขึ้นมาไม่ได้ และเป็นเวลาหลายชั่วโมงที่กองทหารของฮันนิบาลทำการสังหารศัตรูอย่างเป็นระบบ จากกำลังพล 80,000 นายของโรม เกือบ 50,000 นายต้องเสียชีวิต 10,000 นายถูกจับกุม และมีเพียงส่วนน้อยเท่านั้นที่หลบหนีออกไปได้
ยุทธการที่กันไนกลายเป็นตัวอย่างในตำราสำหรับการเคลื่อนพลแบบโอบล้อมสองด้าน (Double-envelopment) ซึ่งเป็นยุทธวิธีที่ยังคงมีการสอนกันในโรงเรียนทหารมาจนถึงทุกวันนี้ และเหตุการณ์นี้ได้พิสูจน์ให้เห็นว่า วินัย จังหวะเวลา และการลวงศึก สามารถทำลายล้างกองทัพที่ใหญ่ที่สุดได้ และมันยังได้จารึกชื่อของฮันนิบาลให้อยู่ในทำเนียบแม่ทัพที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์อีกด้วย
โฆษณา