28 ก.ค. เวลา 04:07 • สิ่งแวดล้อม
สวนป่าตื่น

Ethical Water Governance: เมื่อการบริหารน้ำที่ “ได้ผล” อาจยังไม่เพียงพอ

มีกรณีศึกษาหนึ่งที่น่าสนใจมากในการบริหารน้ำลุ่มเจ้าพระยา
เมื่อเกิดน้ำมาก เรามักเริ่มต้นด้วยคำถามว่า
จะระบายน้ำออกให้เร็วขึ้นอย่างไร?
จะสูบน้ำเพิ่มได้อีกเท่าไร?
จะทำอย่างไรไม่ให้น้ำเข้าเมืองและพื้นที่เศรษฐกิจ?
ทั้งหมดเป็นคำถามที่ถูกต้องในทางวิศวกรรม
แต่ถ้ามองผ่านกรอบ Ethical Water Governance อาจมีคำถามอีกชุดหนึ่งที่ต้องถามพร้อมกัน
น้ำที่เราไม่ต้องการให้ไปพื้นที่หนึ่ง จะถูกส่งไปอยู่ที่ไหน?
ใครเป็นผู้รับน้ำ?
ใครได้รับประโยชน์จากการตัดสินใจนั้น?
ใครต้องเสียรายได้ เสียโอกาส หรือรับความเสี่ยงแทน?
และคนที่รับภาระเหล่านั้น มีส่วนร่วมในการตัดสินใจเพียงใด?
นี่คือจุดที่ “การบริหารน้ำ” เริ่มกลายเป็นเรื่องของ “จริยธรรม”
เพราะน้ำไม่ได้หายไปจากระบบเมื่อเราปิดประตูน้ำ สูบน้ำ หรือเบี่ยงทางน้ำ
เราเพียงกำลัง เปลี่ยนตำแหน่ง เวลา และผู้ที่ต้องรับภาระของน้ำ
ดังนั้น ประสิทธิภาพของระบบจึงไม่ควรวัดเพียงว่า
“ระบายน้ำได้กี่ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที”
แต่อาจต้องถามต่อว่า
เรากำลังกระจายความเสี่ยงอย่างเป็นธรรมหรือไม่
ตัวอย่างที่ชัดมากคือ พื้นที่รับน้ำหรือ floodplain
ในทางชลศาสตร์ พื้นที่เหล่านี้อาจเป็นพื้นที่หน่วงน้ำที่มีคุณค่ามหาศาลต่อทั้งลุ่มน้ำ
แต่ในชีวิตจริง พื้นที่นั้นไม่ใช่ช่องว่างบนแผนที่
ที่นั่นมีบ้าน
มีนา
มีสวน
มีอาชีพ
และมีชีวิตของผู้คน
หากสังคมต้องการให้พื้นที่หนึ่งทำหน้าที่รับน้ำเพื่อช่วยลดความเสียหายของอีกพื้นที่หนึ่ง นั่นอาจเป็นการตัดสินใจที่สมเหตุสมผลในระดับลุ่มน้ำ
แต่คำถามทางจริยธรรมคือ
เรากำลังใช้ floodplain อย่างเป็นธรรมหรือไม่
ใครเป็นผู้รับน้ำ
ใครได้รับประโยชน์
ใครได้รับค่าชดเชย
และเราคืนพื้นที่ให้น้ำเมื่อใด
ขณะเดียวกัน อีกด้านหนึ่งของระบบก็ต้องถามว่า
เราจะลดการพึ่งพาการสูบอย่างเดียวได้อย่างไร
คลอง พื้นที่เก็บกัก พื้นที่ซึมน้ำ ทางน้ำเดิม การควบคุมระดับน้ำ เขื่อน ทุ่งรับน้ำ และจังหวะน้ำทะเล ควรแบ่งหน้าที่กันอย่างไร
นี่ทำให้โจทย์ใหญ่กว่าการถามว่า
“ควรสูบเพิ่มหรือไม่”
แต่กลายเป็นคำถามว่า
ระบบเจ้าพระยาควรให้เขื่อน แม่น้ำ คลอง ทุ่งรับน้ำ เมือง และทางออกทะเล แบ่งหน้าที่กันอย่างไร และใครควรรับต้นทุนของการบริหารน้ำแต่ละแบบ
ในมุมนี้ Ethical Water Governance จึงไม่ได้บอกว่า วิธีใด “ดี” หรือ “ไม่ดี” โดยตัวมันเอง
การสูบน้ำอาจจำเป็น
การใช้ทุ่งรับน้ำอาจจำเป็น
การเก็บน้ำในเขื่อนอาจจำเป็น
การผันน้ำอาจจำเป็น
และการเร่งระบายออกทะเลก็อาจจำเป็น
แต่จริยธรรมเรียกร้องให้เราเห็น ผลของการตัดสินใจทั้งระบบ
น้ำก้อนหนึ่งควร
เก็บ–หน่วง–ผัน–ผ่าน–ระบาย
ที่ไหน
เมื่อไร
เท่าไร
และที่สำคัญไม่แพ้กันคือ
ต้นทุนของการตัดสินใจนั้นตกอยู่กับใคร
นี่อาจเป็นความแตกต่างเล็ก ๆ ระหว่าง
Water Management
กับ
Ethical Water Governance
อย่างแรกถามว่า
“เราจะจัดการน้ำอย่างไร?”
แต่อย่างหลังถามเพิ่มว่า
“เราจะจัดการน้ำอย่างไร โดยไม่ผลักภาระของการแก้ปัญหาไปให้คนบางกลุ่มอย่างไม่เป็นธรรม?”
เพราะระบบน้ำที่ดี อาจไม่ใช่ระบบที่ทำให้น้ำหายไปจากพื้นที่ที่เราให้ความสำคัญได้เร็วที่สุด
แต่อาจเป็นระบบที่ทำให้ทั้งลุ่มน้ำร่วมกัน
รับประโยชน์ แบ่งภาระ และรับผิดชอบต่อผลของการตัดสินใจอย่างเป็นธรรม
#EthicalWaterGovernance
#ความเป็นธรรมในการบริหารน้ำ
#CPYWholeSystem

ดูเพิ่มเติมในซีรีส์

โฆษณา