30 ก.ค. เวลา 13:00 • วิทยาศาสตร์ & เทคโนโลยี

เมื่อ "ไม่มีคนทำงาน" กลายเป็นโจทย์ใหญ่กว่าภาวะเศรษฐกิจ

ช่วงหลายปีที่ผ่านมา หากพูดถึงปัญหาใหญ่ของญี่ปุ่น หลายคนอาจนึกถึงเศรษฐกิจที่เติบโตช้า หรือสังคมผู้สูงอายุ
แต่สำหรับภาคธุรกิจญี่ปุ่นในวันนี้ ปัญหาที่เร่งด่วนไม่แพ้กันคือ "คนทำงานไม่พอ"
ญี่ปุ่นกำลังเผชิญภาวะประชากรลดลงต่อเนื่อง จำนวนเด็กเกิดใหม่ลดลง ขณะที่ประชากรสูงอายุเพิ่มขึ้นทุกปี ส่งผลให้แรงงานวัยทำงานหายไปจากตลาดแรงงานอย่างต่อเนื่อง
ในอดีต เมื่อธุรกิจเติบโต บริษัทสามารถรับคนเพิ่มได้ แต่ในปัจจุบัน หลายองค์กรพบว่า ต่อให้มีงบประมาณก็อาจหาคนไม่ได้
โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมที่ต้องใช้แรงงานจำนวนมาก เช่น
• การผลิต
• โลจิสติกส์
• การขนส่ง
• ร้านค้าปลีก
• การดูแลผู้สูงอายุ
• งานบริการ
ปัญหานี้รุนแรงถึงระดับที่รัฐบาลญี่ปุ่นและภาคธุรกิจต่างมองว่า การใช้ AI และหุ่นยนต์ไม่ใช่เพียง "ทางเลือก" อีกต่อไป แต่เป็น "ความจำเป็น"
สิ่งที่น่าสนใจคือ ญี่ปุ่นไม่ได้มอง AI เป็นเครื่องมือสำหรับแทนที่พนักงานทั้งหมด
ในทางกลับกัน แนวคิดหลักของญี่ปุ่นคือ
"ใช้ AI ทำงานที่คนไม่อยากทำ หรือไม่มีคนทำ"
มากกว่าการลดจำนวนพนักงาน
ตัวอย่างเช่น ในโรงงานอุตสาหกรรม หุ่นยนต์ถูกนำมาใช้ในงานที่ต้องทำซ้ำ ๆ งานที่มีความเสี่ยง หรือกะกลางคืน
ในคลังสินค้า ระบบ AI ถูกนำมาใช้ช่วยคำนวณเส้นทางการขนส่ง จัดการสต็อก และช่วยคัดแยกสินค้า
ขณะที่ในธุรกิจบริการ หลายแห่งเริ่มใช้ AI ช่วยตอบคำถามลูกค้า รับจองคิว และจัดการงานเอกสารเบื้องต้น
เป้าหมายสำคัญไม่ใช่การลดคน แต่เป็นการทำให้พนักงานที่มีอยู่สามารถดูแลงานได้มากขึ้น
กล่าวอีกแบบหนึ่งคือ
ญี่ปุ่นกำลังใช้ AI เพื่อ "เพิ่มกำลังคน" มากกว่าการ "แทนที่คน"
และนี่อาจเป็นจุดแตกต่างสำคัญระหว่างแนวทางของญี่ปุ่นกับภาพที่หลายคนกังวลว่า AI จะเข้ามาแย่งงานมนุษย์ทั้งหมด
ในตอนต่อไป เราจะมาดูกันว่า ญี่ปุ่นนำ AI ไปใช้จริงในอุตสาหกรรมใดบ้าง และมีตัวอย่างที่น่าสนใจอย่างไรค่ะ
**********************
References:
Robotics & Regional Initiative Networking Group (RING Project)
(รายงานวิเคราะห์เศรษฐกิจแรงงานญี่ปุ่น เน้นประเด็นข้อจำกัดด้านกำลังแรงงานและการเพิ่มผลิตภาพด้วย AI)
(นโยบายการนำ AI มาใช้ในบริการจัดหางานของภาครัฐ)
โฆษณา