28 ก.ค. เวลา 10:49 • ไลฟ์สไตล์
เกาะเต่า

เกาะเต่าในวันที่เติบโต: เมื่อความงามทางทะเลต้องการการดูแลอย่างยั่งยืน

เมื่อเอ่ยถึง “เกาะเต่า” ภาพของสวรรค์แห่งการดำน้ำระดับโลก โลกใต้ทะเลที่คึกคักไปด้วยฝูงปลา ปะการังอันสมบูรณ์ และจุดชมวิวที่งดงาม มักเป็นจุดหมายปลายทางอันดับต้นๆ ของนักเดินทางเสมอ เสน่ห์ดึงดูดใจนี้เองที่ทำให้เศรษฐกิจท้องถิ่นเติบโตอย่างก้าวกระโดด เกิดธุรกิจ โรงเรียนสอนดำน้ำ ร้านอาหาร และที่พักมากมายเพื่อรองรับผู้คนจากทั่วทุกมุมโลก
ทว่า เบื้องหลังความคึกคักและรายได้มหาศาลจากการท่องเที่ยว ทรัพยากรธรรมชาติทางทะเลกลับต้องแบกรับภาระที่หนักอึ้ง ทั้งปริมาณขยะที่เพิ่มขึ้นตามจำนวนนักท่องเที่ยว และความเสื่อมโทรมของแนวปะการังชายฝั่ง ซึ่งสอดคล้องกับ เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนระดับโลก SDG ข้อที่ 14: Life Below Water (การใช้ประโยชน์จากมหาสมุทรและทรัพยากรทางทะเลอย่างยั่งยืน) ที่เตือนใจเราว่า ทะเลไม่ใช่แค่สถานที่ท่องเที่ยว แต่คือระบบนิเวศสำคัญที่ต้องปกป้อง
จากการลงพื้นที่พูดคุยกับ พี่สมศักดิ์ (นามสมมติ) ชาวบ้านและผู้ประกอบการเรือนำเที่ยวท้องถิ่นบนเกาะเต่า ได้สะท้อนมุมมองสั้นๆ แต่ชวนคิดไว้
"เมื่อก่อนมองแค่ว่านักท่องเที่ยวมาเยอะๆ เราก็ดีใจเพราะมีรายได้ แต่พอเห็นขยะพลาสติกซุกซ่อนตามปะการังบ่อยขึ้น ก็เริ่มตระหนักว่าถ้าทะเลพัง อาชีพพวกเราก็จบกัน ทุกวันนี้พวกเราเลยพยายามชวนกันเก็บขยะ และรณรงค์ให้นักท่องเที่ยวไม่ทิ้งขยะลงทะเล เพื่อให้เกาะเต่าสวยงามแบบนี้ไปนานๆ"
คำบอกเล่านี้สะท้อนว่าทางออกของปัญหาไม่ได้อยู่ที่การหยุดท่องเที่ยว แต่คือ "การท่องเที่ยวอย่างรับผิดชอบ" ที่ทุกคนต้องช่วยกัน ทั้งนักท่องเที่ยวที่ช่วยกันลดขยะ และชาวบ้านกับหน่วยงานที่ร่วมมือกันบริหารจัดการอย่างจริงจัง เพื่อให้เกาะเต่าเติบโตไปพร้อมกับธรรมชาติที่ยั่งยืนตลอดไป
#SPUCAหนีเรียนไปเที่ยว #เกาะเต่า #SDG14 #การท่องเที่ยวยั่งยืน
โฆษณา