29 ก.ค. เวลา 02:09 • ท่องเที่ยว
BangkokThailand

วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร จังหวัดนครศรีธรรมราช มรดกโลกทางวัฒนธรรม

มื่อวันที่ 25 กรกฎาคม 2569 เวลา 15:03 น. ตามเวลาประเทศไทย
ชาวนครศรีธรรมราชหลายพันคนรวมตัวกันที่หน้าองค์พระบรมธาตุเจดีย์
วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหารมือถือทุกคนเปิดไปที่หน้าจอถ่ายทอดสดจากเมืองปูซาน ประเทศเกาหลีใต้ ทุกสายตาจับจ้องไปที่หน้าจอเดียวกันและแล้ว
เสียงประกาศดังขึ้น:
"วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร จังหวัดนครศรีธรรมราช ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรม!"
เสียงฆ้องดังขึ้น เสียงโห่ร้องผสมกับเสียงสวดมนต์ ชาวบ้านร้องไห้ด้วยความดีใจ เด็กๆ วิ่งเล่นท่ามกลางกลิ่นธูปและเสียงระฆัง
องค์พระบรมธาตุเจดีย์ยอดทองคำ วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร จังหวัดนครศรีธรรมราช
มรดกโลกแห่งแรกของภาคใต้
เมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม 2569 ที่ประชุมคณะกรรมการมรดกโลกสมัยสามัญ ครั้งที่ 48 ณ เมืองปูซาน ประเทศเกาหลีใต้ มีมติเป็นเอกฉันท์ให้ขึ้นทะเบียน "วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร" จังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นแหล่งมรดกโลกทางวัฒนธรรม
การขึ้นทะเบียนครั้งนี้มีความหมาย 3 ประการดังนี้
  • มรดกโลกแห่งแรกของภาคใต้ เป็นแหล่งมรดกโลกแห่งแรกในภูมิภาคตอนใต้ของประเทศไทย
  • มรดกโลกทางวัฒนธรรมแห่งที่ 6 ของไทย ต่อจากสุโขทัย, อยุธยา, บ้านเชียง, ศรีเทพ และภูพระบาท
  • มรดกโลกลำดับที่ 9 ของประเทศไทย รวมทั้งทางธรรมชาติและวัฒนธรรม
เกณฑ์การพิจารณาของยูเนสโก
วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหารได้รับการขึ้นทะเบียนภายใต้ เกณฑ์ข้อที่ 2 และข้อที่ 6 ของ UNESCO
  • เกณฑ์ข้อที่ 2 แสดงถึงอิทธิพลของศาสนาพราหมณ์ ฮินดู พุทธศาสนามหายาน และพุทธศาสนาเถรวาท ที่มีต้นแบบมาจากศิลปะปาละในนาลันทา ชวาภาคกลาง ลังกา และมอญจากภาคใต้ของเมียนมา และส่งอิทธิพลให้กับศาสนสถานในประเทศไทย มาเลเซีย และแหล่งอื่นๆ
  • เกณฑ์ข้อที่ 6 เป็นประจักษ์พยานของระบบความเชื่ออันหลากหลายและเป็นศูนย์กลางทางจิตวิญญาณของนครศรีธรรมราช เป็นแหล่งประเพณีทางศาสนาที่ยังคงดำเนินอยู่ มีความโดดเด่นระดับสากลในทางศิลปะและวรรณกรรม อาทิ การแสดงโนรา และตำนานท้องถิ่น
วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร: หัวใจของพุทธศาสนาภาคใต้
วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร หรือที่ชาวบ้านเรียกกันว่า "วัดพระธาตุ" หรือ "วัดพระบรมธาตุ" เป็นพระอารามหลวงชั้นเอก ชนิดวรมหาวิหาร ในประเทศไทยมีเพียง 6 วัดเท่านั้น ตั้งอยู่ริมถนนราชดำเนิน ตำบลในเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช
ประวัติโดยสังเขป:
  • ราว พ.ศ. 854 สร้างวัดและองค์พระบรมธาตุเจดีย์ครั้งแรก ด้วยศิลปะแบบศรีวิชัย
  • พ.ศ. 1098 พระเจ้าศรีธรรมาโศกราชโปรดฯให้สร้างเจดีย์ทรงสาญจีครอบพระบรมธาตุองค์เดิม
  • พ.ศ. 1770 พระภิกษุจากลังกาบูรณะองค์พระบรมธาตุให้เป็นทรงลังกา (ทรงโอคว่ำ) ดังที่เห็นในปัจจุบัน
องค์พระบรมธาตุเจดีย์
หัวใจสำคัญของวัดคือ องค์พระบรมธาตุเจดีย์ยอดทองคำ ซึ่งบรรจุพระทันตธาตุ (พระเขี้ยวแก้ว) อันเป็นที่เคารพสักการะของพุทธศาสนิกชน
ข้อมูลขององค์พระบรมธาตุ:
  • ทรงลังกา องค์ระฆังสูง 9.80 เมตร
  • สูงรวม 55.78 เมตร เป็นเจดีย์ทรงลังกาขนาดใหญ่องค์แรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
  • ยอดทองคำหนักกว่า 725 กิโลกรัม
  • เจดีย์บริวาร 153 องค์ล้อมรอบ
1. 14 ปีแห่งความพยายาม
การขึ้นทะเบียนวัดพระมหาธาตุวรมหาวิหารเป็นมรดกโลกไม่ใช่เรื่องที่เกิดขึ้นในชั่วข้ามคืน นับตั้งแต่ปี 2555 วัดแห่งนี้ถูกบรรจุในบัญชีรายชื่อเบื้องต้น (Tentative List) ของ UNESCO และใช้เวลากว่า 14 ปี ในการผลักดันอย่างต่อเนื่อง
Bangkok Post และ Globe News Bangkok รายงานคำพูดของ ซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ที่ร่วมคณะผู้แทนไทยในการประชุมครั้งนี้ ตรงกันว่า:
"The temple is not merely a heritage site belonging to Thailand, but a cultural legacy with value to all humanity. Its inscription is both a source of pride and a shared responsibility to ensure its preservation for future generations."
(วัดแห่งนี้ไม่ได้เป็นเพียงมรดกของประเทศไทยเท่านั้น แต่เป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่มีคุณค่าต่อมนุษยชาติทั้งมวล การขึ้นทะเบียนครั้งนี้เป็นทั้งความภาคภูมิใจและความรับผิดชอบร่วมกันในการอนุรักษ์ให้คงอยู่กับคนรุ่นต่อไป)
2. ชาวนครศรีธรรมราชร่วมเฉลิมฉลอง
ตั้งแต่วันที่ 25 กรกฎาคม 2569 ชาวนครศรีธรรมราชเดินทางมารวมตัวที่วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหารเพื่อเฝ้าติดตามการประกาศผลและเตรียมจัดพิธีเฉลิมฉลอง
เสียงสวดมนต์ดังขึ้นเพื่อความเป็นสิริมงคล ตามมาด้วยเสียงฆ้องและเสียงเพลงแสดงความยินดีที่แทรกปนกันไปทั่วลานวัด ขณะเดียวกันการเตรียมพิธีสมโภชครั้งใหญ่ก็เริ่มขึ้นแล้วในวันเดียวกันนั้นเอง
3. "มรดกที่มีชีวิต" (Living Heritage)
วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหารเป็นมากกว่าสถาปัตยกรรมโบราณ เป็นศูนย์กลางพุทธศาสนาที่สืบทอดความศรัทธาต่อเนื่องมากว่า 1,250 ปี
หัวใจของความเป็น "มรดกที่มีชีวิต" คือ ประเพณีแห่ผ้าขึ้นธาตุ (Hae Pha Khuen That) ซึ่งพุทธศาสนิกชนร่วมกันอัญเชิญผ้าพระบฏไปห่มรอบองค์พระบรมธาตุ ตามตำนานท้องถิ่นเชื่อว่าประเพณีนี้เริ่มขึ้นในสมัยพระเจ้าศรีธรรมาโศกราช ราว พ.ศ. 1773 และยังคงจัดต่อเนื่องมาเกือบ 800 ปีจนถึงปัจจุบัน โดยจัดขึ้นทุกวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 3 ตรงกับวันมาฆบูชา
ความเชื่อมโยงกับมรดกที่จับต้องไม่ได้อื่นๆ:
  • การแสดงโนรา ได้รับการรับรองจาก UNESCO เป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้
  • ความเชื่อและพิธีกรรมท้องถิ่น ที่ผสานพุทธศาสนาเข้ากับความเชื่อดั้งเดิม
ความหมายของมรดกโลก: มากกว่าการท่องเที่ยว
1. ความภาคภูมิใจของชาติ
UNESCO ระบุไว้ในคำประกาศว่าวัดแห่งนี้ "served as a major regional Buddhist centre since its founding in the 8th century" (ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางพระพุทธศาสนาระดับภูมิภาคมาตั้งแต่การก่อตั้งในคริสต์ศตวรรษที่ 8)
2. การอนุรักษ์และจัดการ
การขึ้นทะเบียนมรดกโลกจะช่วยเสริมสร้างความร่วมมือในการอนุรักษ์และจัดการแหล่งมรดกอย่างยั่งยืน และจะช่วยให้วัดแห่งนี้ได้รับการอนุรักษ์ให้คงอยู่กับคนรุ่นต่อไป
3. มรดกที่ส่งต่อให้ลูกหลาน การอนุรักษ์และส่งต่อคุณค่าทางวัฒนธรรมให้กับลูกหลานคือหัวใจของคำว่า Legacy
การเป็นมรดกโลกมาพร้อมกับความรับผิดชอบ:
  • การจัดการการท่องเที่ยว การท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้นอาจส่งผลกระทบต่อความสงบและความศักดิ์สิทธิ์ของวัด
  • การอนุรักษ์อย่างยั่งยืน ต้องรักษาสมดุลระหว่างการอนุรักษ์และการพัฒนาการท่องเที่ยว
  • การมีส่วนร่วมของชุมชน การบริหารจัดการต้องให้ชุมชนมีส่วนร่วมเพื่อความยั่งยืน
สำหรับคนไทยทุกคนที่ภาคภูมิใจในมรดกชาติ:
1. เรียนรู้ประวัติศาสตร์ของวัด
  • ศึกษาเกี่ยวกับองค์พระบรมธาตุเจดีย์ ประวัติศาสตร์ และความสำคัญทางศาสนา
  • เรียนรู้เกี่ยวกับสถาปัตยกรรมทรงลังกาและอิทธิพลทางศิลปวัฒนธรรมจากอินเดีย ชวา ลังกา และมอญ
2. เยี่ยมชมวัดและสนับสนุนการอนุรักษ์
  • หากมีโอกาส ควรไปสักการะพระบรมธาตุและสัมผัสบรรยากาศของวัด
  • สนับสนุนการอนุรักษ์ด้วยการปฏิบัติตามกฎระเบียบและเคารพความศักดิ์สิทธิ์ของวัด
3. สืบสานประเพณีและวัฒนธรรม
  • เรียนรู้และร่วมสืบสานประเพณี เช่น การแห่ผ้าขึ้นธาตุ
  • สนับสนุนศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่น เช่น การแสดงโนรา
4. ภูมิใจในมรดกชาติและเผยแพร่ แบ่งปันเรื่องราวของวัดพระมหาธาตุฯ ให้คนรุ่นหลังและเพื่อนต่างชาติได้รู้จัก
5. ดูแลและรักษามรดก ช่วยกันอนุรักษ์ทั้งตัวอาคารสถานที่และ "มรดกที่มีชีวิต" (Living Heritage) ที่เชื่อมโยงกับวัด
การประกาศขึ้นทะเบียนวัดพระมหาธาตุวรมหาวิหารเป็นมรดกโลกเป็นบทพิสูจน์ว่ามรดกทางวัฒนธรรมของไทยมีคุณค่าระดับโลก และความพยายามของคนไทยในการผลักดันมาตลอด 14 ปีไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ที่สำคัญที่สุด การเป็นมรดกโลกไม่ได้หมายถึงแค่การมีป้ายติดตั้งหรือการดึงดูดนักท่องเที่ยว เป็นการรักษามรดกให้คงอยู่กับคนรุ่นต่อไป
ถ้าเราอนุรักษ์วัดพระมหาธาตุฯ ไว้ได้ เราก็กำลังส่งต่อมรดกให้กับลูกหลานของเรา
คุณเคยไปสักการะพระบรมธาตุที่วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหารหรือไม่ และถ้ายังไม่เคย คุณจะไปเมื่อไหร่?
แหล่งอ้างอิงหลัก
  • Post Today — วัดพระมหาธาตุ นครศรีธรรมราช ศูนย์กลางศรัทธากว่าพันปี สู่ "มรดกโลก" แห่งแรกของภาคใต้ (ยืนยันความสูง 55.78 เมตร) https://www.posttoday.com/general-news/745971
  • ไทยรัฐ — 'สุชาติ-ซาบีดา' นำทัพทีมไทยแลนด์ (ยืนยันเวลาพิจารณา 15.00 น. เกาหลี / 13.00 น. ไทย) https://www.thairath.co.th/news/politic/2948625
เขียนโดย: P.Kunyabut (วางแนวคิด เรียบเรียงและตรวจสอบข้อเท็จจริง) ร่วมกับ Claude (Anthropic)/DeepSeek ในบทบาทผู้ช่วยร่างและเรียบเรียง
นอกจากงานเขียน เรายังให้บริการ OB และ Live Streaming
Line OA @170nugaa (OnTheBridge)
โฆษณา