29 ก.ค. เวลา 03:53 • ประวัติศาสตร์
เทศบาลนครหาดใหญ่

ตอนที่ 91 แรงขับเคลื่อนผ่านตำนานและคำทำนาย: เบื้องหลังจิตวิทยาในมหากาพย์การพิชิตกรุงคอนสแตนติโนเปิล

🔹คำทำนายเกี่ยวกับการพิชิตกรุงคอนสแตนติโนเปิลถือเป็นหนึ่งในแรงขับเคลื่อนทางจิตวิทยาและจิตวิญญาณที่ทรงอิทธิพลที่สุดในประวัติศาสตร์โลกมุสลิม การที่รัฐมุสลิมในประวัติศาสตร์ทั้งในยุคคอลีฟะห์อาหรับและยุคออตโตมันเติร์ก ต่างมุ่งมั่นและยอมหลั่งเลือดนับครั้งไม่ถ้วนเพื่อยึดกรุงคอนสแตนติโนเปิลให้ได้นั้น
🔹มีแรงขับเคลื่อนผ่านตำนาน และคำทำนายโบราณ ซึ่งส่งผลอย่างลึกซึ้งต่อขวัญกำลังใจและชะตากรรมของทั้งสองฝ่าย
🔹ตลอดประวัติศาสตร์ยุคกลางสงครามระหว่าง 2 ศาสนาอย่างคริสต์และอิสลามหากกองทัพครูเสดมีเป้าหมายคือกรุงเยรูซาเลม ฝั่งชาวมุสลิมก็ถือ คอนสแตนติโนเปิลและโรม เป็นเป้าหมายสูงสุด
🔹ในมุมมองฝั่งจักรวรรดิอิสลามการยึดกรุงคอนสแตนติโนเปิลคือภารกิจศักดิ์สิทธิ์ที่ถูกกำหนดไว้ล่วงหน้าแรงบันดาลใจสูงสุดมาจาก "ฮะดีษ" (พระวจนะของพระศาสดามูฮัมหมัด) ที่ถูกบันทึกไว้ตั้งแต่ศตวรรษที่ 7 ซึ่งกล่าวว่า:
"พวกเจ้าจะพิชิตกรุงคอนสแตนติโนเปิลได้อย่างแน่นอน ผู้นำที่พิชิตเมืองนั้นคือผู้นำที่ดีเยี่ยม และกองทัพที่พิชิตเมืองนั้นคือกองทัพที่ดีเยี่ยม"
เมห์เหม็ดที่ 2 ภายใต้การบ่มเพาะของ อัคเชมเซดดิน ในฐานะ "ผู้ถูกเลือก" ตามคำทำนายทางศาสนา
🔹คำทำนายนี้เป็นเสมือน "ฉายาศักดิ์สิทธิ์ " ที่ผู้นำมุสลิมทุกยุคสมัยปรารถนาจะได้ครอบครองแต่นอกจากเกียรติยศที่ว่าด้วย "ผู้นำที่ดีเยี่ยมและกองทัพที่ดีเยี่ยม" แล้วในมิติทางจิตวิทยาเมืองนี้ยังมีฐานะพิเศษอีก 2 ประการ
🟨ประการแรก "ศัตรูหมายเลขหนึ่ง" ของอิสลามจักรวรรดิโรมันตะวันออก (ไบแซนไทน์) คือมหาอำนาจคริสเตียนที่เผชิญหน้ากับโลกอิสลามมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 7 (นับ 700 ปี) อีกทั้งเป็นจุดรวมทัพครูเสดรุกคืบเข้ามาในรัฐมุสลิม ดังนั้นการล้มคอนสแตนติโนเปิลได้จึงเท่ากับการประกาศชัยชนะอย่างเบ็ดเสร็จของศาสนาอิสลามเหนืออาณาจักรคริสต์ที่เก่าแก่เป็นศัตรูมาอย่างยาวนาน
นั้นเป็นเหตุที่จักรวรรดิอิสลามต่างพยายามกรีธาทัพเข้าล้อมเมืองนี้
🟥 ยุคที่ 1: ยุคคอลิฟะห์อาหรับ (Umayyad & Abbasid)
ในยุคนี้เป็นการกรีธาทัพของชาวอาหรับเพื่อขยายดินแดนอิสลาม มีการล้อมเมืองครั้งใหญ่ 3 ครั้ง
🔸ครั้งที่ 1 (ค.ศ. 674–678): นำโดยคอลิฟะห์มูอาวิยาห์ที่ 1 (Muawiyah I)
แห่งราชวงศ์อุมัยยาดเป็นการล้อมที่ยาวนานหลายปีแต่ล้มเหลวเพราะกำแพงเมืองที่แข็งแกร่งและการถูกกองทัพเรือไบแซนไทน์เผาทำลายด้วย "เพลิงกรีก" ในการล้อมครั้งนี้เองที่ อบู อัยยูบ อัลอันศอรี (Abu Ayyub al-Ansari) สหายของพระศาสดาได้เสียชีวิตลงและฝังศพไว้ข้างกำแพงเมือง (ซึ่งสุลต่านเมห์เมดที่ 2 มาค้นพบศพในภายหลัง)
การปิดล้อมโดยคอลิฟะห์มูอาวิยาห์
🔸 ครั้งที่ 2 (ค.ศ. 717–718): นำโดยมัสลามา บิน อับดุล มาลิก (Maslama) ขุนศึกแห่งราชวงศ์อุมัยยาด ครั้งนี้ถือเป็นการล้อมครั้งใหญ่ที่สุดของชาวอาหรับโดยใช้กำลังพลนับแสนนายแต่ต้องพ่ายแพ้ต่อฤดูหนาวที่ทารุณ การขาดแคลนเสบียง โรคระบาด และการเข้าแทรกแซงของชาวบัลแกเรีย
การปิดล้อม นำโดยมัสลามา บิน อับดุล มาลิก
🔸 ครั้งที่ 3 (ค.ศ. 782): นำโดยเจ้าชายฮารูน อัล-ราชิด (Harun al-Rashid) แห่งราชวงศ์อับบาซิด แม้จะไม่ได้ตั้งค่ายล้อมเมืองในระยะยาว แต่กองทัพสามารถบุกทะลวงมาถึงแถบสคูตารี (ฝั่งเอเชียตรงข้ามเมือง) จนจักรพรรดินีไอรีนแห่งไบแซนไทน์ต้องยอมลงนามสงบศึกและจ่ายบรรณาการจำนวนมหาศาล
การปิดล้อม นำโดยเจ้าชายฮารูน อัล-ราชิด
🟥 ยุคที่ 2: ยุคจักรวรรดิออตโตมัน
🔹เมื่อชาวเติร์กออตโตมันเริ่มเรืองอำนาจในอนาโตเลียและคาบสมุทรบอลข่าน คอนสแตนติโนเปิลก็กลายเป็นไข่แดงที่ถูกล้อมรอบด้วยดินแดนออตโตมันหากเรามองดูแผนที่โลก คอนสแตนติโนเปิลตั้งอยู่ในจุดที่เรียกได้ว่า
🔹 "คอคอดแห่งประวัติศาสตร์"เมืองนี้ขวางอยู่ตรงช่องแคบบอสฟอรัส ซึ่งเป็นจุดเชื่อมระหว่างทวีปยุโรปและเอเชีย และเชื่อมทะเลดำเข้ากับทะเลเมดิเตอร์เรเนียน
🔹 ในยุคออตโตมันตอนต้น พวกเขาขยายดินแดนไปไกลมาก ยึดได้ทั้งฝั่งอนาโตเลีย (เอเชีย) และฝั่งบอลข่าน (ยุโรป) แต่คอนสแตนติโนเปิลกลับตั้งตระหง่านอยู่ตรงกลางเป็นเสมือน "ไข่แดง" คอยขัดขวางไม่ให้ออตโตมันเชื่อมโยงดินแดนฝั่งตะวันออกและตะวันตกเข้าหากันได้อย่างสมบูรณ์ การยึดเมืองนี้จึงเป็นการทลายกำแพงชิ้นสุดท้ายเพื่อหลอมรวมจักรวรรดิออตโตมันให้เป็นหนึ่งเดียว
ดังนั้น ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไรไม่ช้าก็เร็วคอนสแตนติโนเปิล จะต้องถูกออตโตมันกลืนกินเพื่อแก้ปัญหาหลังบ้านกวนใจนี้ให้จบสิ้น
🔸 ครั้งที่ 4 (ค.ศ. 1391–1392): นำโดยสุลต่านบายาซิดที่ 1 (Bayezid I) เริ่มต้นด้วยการปิดล้อมทางเศรษฐกิจและการสกัดกั้นไม่ให้เสบียงเข้าสู่เมือง
🔸 ครั้งที่ 5 (ค.ศ. 1394–1402): ยังคงนำโดยสุลต่านบาเยซิดที่ 1 ครั้งนี้เป็นการปิดล้อมที่ยาวนานเกือบ 8 ปี ออตโตมันสร้างป้อมปราการอนาโดลู ฮิซาริ เพื่อคุมช่องแคบบอสฟอรัส ไบแซนไทน์จวนจะล่มสลายอยู่แล้ว แต่โชคช่วยเพราะ "ติมูร์" จอมทัพมองโกลบุกโจมตีออตโตมันจากทางตะวันออก สุลต่านบายาซิดต้องถอนทัพไปทำศึกและพ่ายแพ้ในยุทธการที่อังการา (1402) ทำให้ไบแซนไทน์ยืดอายุไปได้อีก
สร้างป้อมปราการอนาโดลู ฮิซาริในสมัยบาเยซิดที่ 1
🔸 ครั้งที่ 6 (ค.ศ. 1411): นำโดยมูซา เชเลบี (Musa Çelebi) หนึ่งในเจ้าชายออตโตมันในช่วงสงครามกลางเมืองแย่งชิงบัลลังก์ การล้อมสั้น ๆ นี้ยุติลงเมื่อจักรพรรดิไบแซนไทน์หันไปสนับสนุนเจ้าชายเมห์เมดที่ 1 (บิดาของมูราดที่ 2) ให้ขึ้นสู่อำนาจแทน
🔸 ครั้งที่ 7 (ค.ศ. 1422): นำโดยสุลต่านมูราดที่ 2 (Murad II - บิดาของเมห์เมดที่ 2) เพื่อลงโทษที่ไบแซนไทน์พยายามแทรกแซงการเมืองภายในของออตโตมัน ครั้งนี้ออตโตมันเริ่มนำปืนใหญ่ยุคแรกมาใช้ยิงถล่มกำแพง แต่ต้องยกทัพกลับไปเพราะเกิดกบฏภายในหนุนหลังโดยเจ้าชายมุสตาฟา น้องชายของสุลต่านเอง
สุลต่านมูราดที่ 2 ถอยทัพเพราะเกิดกบฏภายในหนุนหลังโดยเจ้าชายมุสตาฟา น้องชายของสุลต่านเอง
🟨ประการสอง ตั๋วใบแรกสู่ตำแหน่ง "คอลิฟะห์" สำหรับสุลต่านออตโตมัน (โดยเฉพาะเมห์เมดที่ 2) การพิชิตเมืองนี้จะมอบความชอบธรรมสูงสุดหนึ่งในโลกมุสลิม ทำให้จักรวรรดิออตโตมันสามารถสั่งสมบารมีเตรียมประกาศตนเป็นผู้นำสูงสุดของชาวมุสลิมทั้งมวลได้ ซึ่งจะสถาปนาอย่างเต็มภาคภูมิในสมัยสุลต่านเซลิมที่1 หลังเอาชนะรัฐสุลต่านมัมลุกแห่งไคโร
🟩ในมุมมองของสุลต่านเมห์เมดที่ 2 ที่ ทรงเติบโตมาพร้อมกับการเคี่ยวเข็ญของพระอาจารย์ "อัคเซมเซดดิน" (Akshamsaddin) ผู้ซึ่งเฝ้าย้ำคำทำนายนี้กับพระองค์ตั้งแต่ทรงพระเยาว์และย้ำว่าพระองค์คือผู้ที่ถูกเลือกตามคำทำนาย
🚩 บทสรุป -> เมื่อคำทำนายกลายเป็นการปฏิบัติ
เมห์เมดที่ 2เคยตรัสไว้ว่า "ในโลกนี้ควรมีจักรวรรดิเดียว ศรัทธาเดียว และกษัตริย์องค์เดียว" และไม่มีเมืองใดในโลกที่จะเหมาะสมในการเป็นศูนย์กลางของจักรวรรดินั้น มากไปกว่ากรุงคอนสแตนติโนเปิลอีกแล้ว
ไม่ช้าก็เร็วนครหลวงแห่งโลกเก่า คอนสแตนติโนเปิลก็ต้องถูกยึด
การยึดคอนสแตนติโนเปิลจึงไม่ใช่แค่การชนะศึกสงคราม แต่สำหรับรัฐมุสลิมแล้วมันคือการได้ครอบครอง "หัวใจของโลกยุคเก่า" ที่จะเปลี่ยนพวกเขาจากจักรวรรดิระดับภูมิภาคให้ก้าวขึ้นสู่การเป็นมหาอำนาจโลกอย่างแท้จริง
ตอนที่ 92 ภารกิจพิชิตคอนสแตนติโนเปิล เฟสที่ 1 (6 – 17 เม.ย. 1453) ประชิดหน้าด่านและการทดสอบปราการ

ดูเพิ่มเติมในซีรีส์

โฆษณา