30 ก.ค. เวลา 05:45 • สุขภาพ

เคล็ดลับเลือกโภชนาการผู้ป่วยมะเร็ง กุญแจสำคัญเสริมร่างกายแข็งแรง

มะเร็งไม่ใช่แค่เรื่องยา อาหารก็สำคัญ เปิดแนวทางโภชนาการผู้ป่วยมะเร็ง กินให้พอ เสริมแรงกายระหว่างรักษา
เมื่อได้รับการวินิจฉัยโรคมะเร็ง ไม่ว่าจะเกิดขึ้นกับตัวเองหรือคนในครอบครัว ย่อมสร้างความวิตกกังวลเป็นอย่างมาก นอกจากการรักษาทางการแพทย์แล้ว การดูแลเรื่องอาหารการกินเป็นสิ่งที่ผู้ป่วยและผู้ดูแลควรให้ความสำคัญเท่ากัน เพราะการกินดีมีประโยชน์ในระหว่างการรักษามะเร็ง คือส่วนสำคัญที่จะช่วยให้ร่างกายแข็งแรงพอที่จะต่อสู้กับโรค
ผลกระทบขาดสารอาหาร
  • ร่างกายอ่อนแอลง ทำให้ไม่สามารถทนต่อการรักษาได้ดีเท่าที่ควร และอาจต้องหยุดพักการรักษาชั่วคราว
  • ภูมิต้านทานต่ำ เพิ่มความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ
เคล็ดลับเลือกโภชนาการผู้ป่วยมะเร็ง
  • คุณภาพชีวิตแย่ลง เหนื่อยง่าย อ่อนเพลีย ไม่มีแรงทำกิจกรรมต่างๆ
  • อันตรายถึงชีวิต มีการประมาณการว่าร้อยละ 10-20 ของผู้ป่วยมะเร็งเสียชีวิตจากภาวะขาดสารอาหาร ไม่ใช่จากโรคมะเร็งเอง
ดังนั้น การดูแลเรื่องอาหารการกินจึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง และควรเริ่มตั้งแต่ได้รับการวินิจฉัยโรคมะเร็ง
สัญญาณเตือนขาดสารอาหาร
การสังเกตตัวเองเป็นสิ่งสำคัญ ผู้ป่วยและผู้ดูแลควรใส่ใจสัญญาณเหล่านี้เพื่อประเมินภาวะโภชนาการเบื้องต้นและรายงานให้แพทย์ทราบ
  • น้ำหนักลดลงอย่างรวดเร็ว (มากกว่า 2-3 กิโลกรัมต่อสัปดาห์)
  • ไม่มีความหิวหรือสูญเสียความต้องการอาหาร
  • อาหารไม่อร่อย หรือเปลี่ยนไป
  • ท้องอืด ท้องเสีย หรือท้องผูก
  • ความเหนื่อยและอ่อนแรงที่ไม่หายไป
  • มีแผลในช่องปากหรือคอที่ทำให้รับประทานอาหารได้ลำบาก
หลักโภชนาการสำหรับผู้ป่วยมะเร็ง
เป้าหมายหลักของการกินในผู้ป่วยมะเร็งคือ การได้รับพลังงานและสารอาหารให้เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย เพื่อรักษาน้ำหนักตัว และเสริมสร้างความแข็งแรง
พลังงานและโปรตีน
การได้รับพลังงานและโปรตีนที่เพียงพอต่อวัน คือหัวใจสำคัญของโภชนาการที่ดี ผู้ป่วยมะเร็งส่วนใหญ่ต้องการปริมาณแคลอรี่และโปรตีนมากขึ้น เพื่อชดเชยปริมาณที่ร่างกายหลั่งไหลออกมา ในผู้ป่วยมีน้ำหนักลดลงมากและมีภาวะดื้อต่ออินซูลิน (ซึ่งพบได้บ่อยในผู้ป่วยมะเร็ง) การเพิ่มสัดส่วนพลังงานจากไขมันและลดคาร์โบไฮเดรตเพียงเล็กน้อยอาจเป็นประโยชน์
แหล่งโปรตีนที่ดี
  • เนื้อไก่ เนื้อปลา เนื้อแดง
  • ไข่ นม และผลิตภัณฑ์นมอื่นๆ
  • ถั่วต่างๆ ถั่วลิสง
  • ธัญพืชและเมล็ดพืช
  • วิตามินและแร่ธาตุ
ควรได้รับวิตามินและแร่ธาตุในปริมาณที่เพียงพอตามคำแนะนำในแต่ละวันซึ่งสามารถอ้างอิงได้จากปริมาณสารอาหารที่แนะนำต่อวัน (Dietary Reference Intakes) ไม่แนะนำให้เสริมวิตามินหรือแร่ธาตุในปริมาณสูงเป็นพิเศษหากไม่มีภาวะขาดสารอาหารเฉพาะเจาะจง เพราะงานวิจัยหลายชิ้นแสดงว่า การเสริมในปริมาณสูงอาจเป็นอันตรายต่อผู้ป่วย
การกินอาหารให้ได้เพียงพอ
ผู้ป่วยมะเร็งมีก้อนในช่องท้อง หรือมีภาวะท้องมาน ส่งผลให้กินอาหารได้น้อยในแต่ละมื้อ การแบ่งกินเป็นมื้อเล็ก ๆ บ่อย ๆ (5-6 มื้อต่อวัน) จะช่วยให้ได้รับปริมาณอาหารที่เพียงพอกว่า
  • กินอาหารเมื่อมีความหิวเท่านั้น
  • เลือกอาหารที่ชอบ
  • ลองเมนูใหม่ๆ เพื่อให้อาหารไม่น่าเบื่อ
  • เลือกรับประทานอาหารภายใน 1 ชั่วโมงหลังจากทำกิจกรรมหรือพบแพทย์
  • ดื่มน้ำให้เพียงพอ
นอกจากนี้ การเสริมด้วยผลิตภัณฑ์อาหารทางการแพทย์ ในกรณีที่กินอาหารปกติได้ไม่เพียงพอ แพทย์หรือนักโภชนาการอาจแนะนำให้ใช้ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารทางการแพทย์หรือสูตรพิเศษสำหรับผู้ป่วยมะเร็ง
ในบางกรณีที่ผู้ป่วยไม่สามารถรับประทานอาหารทางปากได้อย่างเพียงพอ แม้จะพยายามปรับเปลี่ยนพฤติกรรมแล้ว อาจต้องพิจารณาการให้อาหารทางเส้นเลือดหรือผ่านท่อให้อาหาร
หลีกเลี่ยงอาหารที่อ้างว่า "รักษามะเร็งได้"
อาหารสูตรพิเศษเหล่านี้ไม่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์รองรับ และอาจทำให้ร่างกายขาดสารอาหารมากขึ้นและเป็นอันตรายต่อการรักษา
  • อาหารดีท็อก (Detox) ไม่มีประโยชน์ต่อการรักษามะเร็ง
  • แคโรทีนอิด (Carotenoid) ในปริมาณสูง อาจมีความเสี่ยงในบางประเภทของมะเร็ง
  • โซเดียมซีลีไนต์ (Sodium Selenite) ต้องใช้เฉพาะภายใต้การดูแลแพทย์เท่านั้น
  • สารต้านอนุมูลอิสระในปริมาณสูง ต้องระมัดระวังเพราะอาจขัดขวางการรักษา
หากไม่แน่ใจว่าอาหารเสริมหรือสูตรอาหารใดปลอดภัย ควรปรึกษาแพทย์หรือนักโภชนาการก่อนใช้เสมอ
การออกกำลังกายควบคู่กับการดูแลโภชนาการ
การออกกำลังกายอย่างเหมาะสมเป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยเสริมสร้างสุขภาพที่ดีของผู้ป่วยมะเร็ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการ รักษาหรือหลังการรักษา
  • ลดความเสี่ยงในการเกิดภาวะซึมเศร้า
  • ช่วยปรับปรุงการไหลเวียนของเลือด
  • ลดอาการวิตกกังวลและความเครียด
  • เพิ่มความมั่นใจและพลังใจ
  • รักษาน้ำหนักตัวและกล้ามเนื้อ
ควรปรึกษาแพทย์เสมอก่อนเริ่มโปรแกรมออกกำลังกาย เพื่อให้ได้คำแนะนำที่เหมาะสมกับสภาวะของผู้ป่วย
อาหารที่ควรกิน
  • เนื้อสัตว์ โปรตีนจากทะเล (ปรุงสุก สะอาด)
  • นม ไข่
  • ผักและผลไม้
  • น้ำสะอาด น้ำต้มสุก
  • ธัญพืชและผลิตภัณฑ์เต็มเมล็ด (Wholegrain)
อาหารที่ควรเลี่ยง
  • เนื้อแดงมากเกินไป
  • นมที่มีน้ำตาลสูง
  • ผักแห้งที่แต่งรส
  • เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิด
  • อาหารแปรรูป (Processed food)
เมื่อไหร่ต้องไปหาแพทย์?
หากคุณหรือคนที่คุณดูแลกำลังเผชิญกับโรคมะเร็ง และมีข้อกังวลเกี่ยวกับโภชนาการ หรือมีอาการเหล่านี้ ควรติดต่อแพทย์หรือนักโภชนาการทันที
  • น้ำหนักลดลงกว่า 5% ภายในเดือนหนึ่ง
  • ไม่สามารถรับประทานอาหารปกติได้มากกว่า 1 สัปดาห์
  • มีอาการไม่เข้าใจ เช่น อาเจียน ท้องเสีย
  • มีแผลในช่องปากหรือคอที่เกี่ยวข้องกับการรับประทานอาหาร
  • มีความหวาดระแวงเกี่ยวกับการดูแลตัวเองในเรื่องโภชนาการ
สำคัญคือการทำงานร่วมกันเป็นทีมกับบุคลากรทางการแพทย์ เพื่อให้มั่นใจว่าคุณจะได้รับการดูแลทางโภชนาการที่ถูกต้องและเหมาะสมตามภาวะของคุณ
อ่านเนื้อหาต้นฉบับได้ที่ : https://www.pptvhd36.com/health/food/7960
ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมที่เว็บไซต์ https://www.pptvhd36.com
และช่องทาง Social Media
โฆษณา