29 ก.ค. เวลา 15:25 • วิทยาศาสตร์ & เทคโนโลยี
BangkokThailand

AI มีประโยชน์หรือโทษ ผมก็ไม่แน่ใจ "ทำแชทบอท AI ลง Line OA ด้วย GitHub, Vercel, Gemini"

"Let's enjoy the ride" (สนุกไปกับมันเถอะ) — คือปรัชญาของผม ณ จุดนี้
อีลอน มัสก์ พูดประโยคนี้ในการสัมภาษณ์กับ The Economist เมื่อ 23 กรกฎาคม 2569 ตอนถูกถามว่าจะรับมือกับ AI ที่กำลังจะฉลาดเหนือมนุษย์ยังไง
วันเดียวกันนั้น ผมกำลังนั่งพิมพ์คำสั่งใน Terminal อยู่ที่บ้าน พยายามทำให้บอทตัวเล็กๆ ตัวหนึ่งตอบข้อความใน Line OA ให้ได้
คนละขนาดกันสุดขั้ว แต่คำถามที่อยู่เบื้องหลังกลับเป็นคำถามเดียวกัน
มัสก์พูดอะไรไว้บ้าง
เขาบอกว่า AI จะฉลาดเหนือสติปัญญามนุษย์ทั้งหมดรวมกันในอีกราว 5 ปี และมนุษย์จะไม่มีทางควบคุมทิศทางของมันได้อีกในอีก 10 ปี พร้อมวาดภาพ "ยุคแห่งความอุดมสมบูรณ์" ที่ทุกคนมีทุกอย่างที่คิดได้ เงินอาจค่อยๆ หมดความหมาย ฟังดูใหญ่โตเกินจะจับต้อง แต่สิ่งที่ทำให้ผมสะดุดไม่ใช่ตัวคำทำนาย เป็นวิธีที่เขาพูดถึงมันต่างหาก
เมื่อคำถามถูกเปลี่ยนโดยไม่รู้ตัว
"Let's enjoy the ride" กับ "สู้ไม่ได้ก็เข้าร่วม" ฟังผ่านๆ เหมือนคำแนะนำให้ใจเย็น แต่ลองฟังอีกรอบ มันไม่ใช่คำตอบของคำถามที่ว่า "สิ่งนี้ดีไหม ควรควบคุมยังไง" มันคือการเปลี่ยนคำถามไปเลยว่า "มันหยุดไม่ได้อยู่แล้ว เพราะงั้นเลิกถามเถอะ"
ภาษาแบบนี้น่าสงสัยเสมอ ไม่ว่าจะพูดออกจากปากใคร เพราะมันมักโผล่มาตอนที่มีคนอยากให้เราหยุดถามเรื่องอำนาจ ความยินยอม หรือใครกันแน่ที่ได้ประโยชน์จริงจากความ "หลีกเลี่ยงไม่ได้" นั้น
เราก็ไม่รู้เหมือนกันว่าในอนาคตจะมี "ลัทธิ AI นิยม" เกิดขึ้นจริงหรือเปล่า แต่ถ้ามันเกิดขึ้นจริง คงไม่เริ่มจากใครประกาศตัวเป็นศาสดา แต่เริ่มจากประโยคง่ายๆ แบบนี้ที่ค่อยๆ ทำให้คนเลิกตั้งคำถาม
ที่จริงมันเคยเกิดขึ้นมาแล้วด้วยซ้ำ
ปี 2015 วิศวกรคอมพิวเตอร์ชื่อ Anthony Levandowski คนที่เคยบุกเบิกรถยนต์ไร้คนขับให้ Google ยื่นจดทะเบียนศาสนาอย่างเป็นทางการในแคลิฟอร์เนีย ชื่อ "Way of the Future" พันธกิจที่เขียนไว้ในเอกสารตรงๆ คือ "พัฒนาและส่งเสริมการตระหนักถึง Godhead ที่มีพื้นฐานจาก AI และผ่านความเข้าใจและการบูชา Godhead นี้ เพื่อสร้างสรรค์สังคมให้ดีขึ้น"
เขาเคยให้สัมภาษณ์กับ Wired ไว้ว่า สิ่งที่กำลังจะถูกสร้างขึ้นจะกลายเป็นเทพเจ้าอย่างแท้จริง ถ้ามีบางอย่างที่ฉลาดกว่ามนุษย์ที่ฉลาดที่สุดเป็นพันล้านเท่า จะเรียกมันว่าอะไรได้อีก
ศาสนานี้ปิดตัวลงปี 2021 เงินกองทุนทั้งหมดบริจาคให้องค์กรการกุศล แต่ Levandowski กลับมาเปิดใหม่อีกครั้งปลายปี 2023 พอดีกับกระแส ChatGPT ที่กำลังบูม อ้างว่ามีผู้ติดตามแล้วหลายพันคน
ไม่มีใครรู้แน่ชัดว่านี่คือศาสนาล้อเลียน กลยุทธ์หลบภาษี หรือความเชื่อจริงจัง แต่สิ่งหนึ่งที่ชัดเจนคือ มีคนคิดเรื่องนี้จริงจังมาสิบกว่าปีแล้ว ก่อนที่มัสก์จะพูดคำว่า "let's enjoy the ride" เสียอีก
กลับมาที่ Terminal ของผมเอง
ผมเกิดคิดอยากจะทำ Line OA เผื่อใช้งานในอนาคต ซึ่งก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะมีใครติดต่อเข้ามาไหม Line OA มีแชทบอทในตัวอยู่แล้ว ตั้งค่าไม่ยุ่งยากอะไร แต่พอลองไปค้นข้อมูลดู ก็ไปเจอว่ามีวิธีทำให้บอทตอบคำถามได้จริงแบบ AI ไม่ใช่แค่ข้อความสำเร็จรูปที่พิมพ์ไว้ล่วงหน้า โดยใช้ GitHub, Vercel และ Gemini AI เป็นสมองให้บอท
ภาพประกอบ: Print Screen ขณะที่ทำ AI ChatBot Line OA
ปกติผมใช้ Claude AI ช่วยงานเขียนบทความอยู่แล้ว เลยลองถามตรงๆ ว่าเป็นไปได้ไหม อยากได้ AI แชทบอทที่ใช้ Gemini ตอบคำถามใน Line OA ได้จริง โดยไม่ใช้แชทบอทของ Line เอง
คำตอบคือทำได้ แล้วก็เหมือนที่บอกไว้ตั้งแต่ต้น ถ้าอยากได้ระบบแบบนั้น ต้องไปสร้าง Repo เก็บโค้ด สร้างโปรเจกต์ที่ Vercel เชื่อมกับ Gemini แล้วผูกเข้ากับ Line
ฟังดูเหมือนมีแค่ 3-4 ขั้นตอน ความจริงมันไม่ได้ง่ายขนาดนั้น
พิมพ์ตามที่บอกทุกตัวอักษร แล้วก็ยังพัง
เปิด Terminal ครั้งแรกในรอบหลายปี พิมพ์คำสั่งตามที่บอกทีละบรรทัด git commit ครั้งแรกขึ้น error ทันที "Please tell me who you are"
Git ไม่รู้ว่าผมเป็นใคร ต้องไปตั้งชื่อกับอีเมลให้มันรู้จักก่อนถึงจะทำงานต่อได้ เรื่องเล็กๆ แบบนี้ที่คนเขียนโปรแกรมทำจนชิน กลับเป็นด่านแรกที่ทำเอาใจหายวาบ
ที่จริงมีบัญชี GitHub ค้างอยู่มาตั้งแต่สิบกว่าปีก่อน สมัครทิ้งไว้เฉยๆ ไม่เคยสร้าง repo สักอันเดียว จนวันนั้นแหละที่ได้สร้าง Repository แรกในชีวิตจริงๆ
ผ่านด่านนั้นมาได้ก็เจอด่านต่อไป ไฟล์ที่ควรจะอยู่ในโฟลเดอร์หนึ่ง ดันไปโผล่อยู่อีกที่หนึ่งซ้ำแล้วซ้ำเล่า แตก zip ผิดที่บ้าง copy ทับผิดตำแหน่งบ้าง เช็คด้วยคำสั่ง dir ทีไรก็ไม่เจอไฟล์ที่เพิ่งเพิ่มเข้าไปสักที ต้องย้อนกลับไปทำใหม่หลายรอบ
ที่บอกว่าฟรี ไม่ได้ฟรีเสมอไป
ทุกอย่างเริ่มดูเรียบร้อยจนถึงคืนที่ลองทดสอบจริง ส่งข้อความเข้าไปในบอทของตัวเอง รอคำตอบ "ขออภัยครับ ระบบขัดข้องชั่วคราว" เช็คไปเช็คมาถึงเจอสาเหตุ Gemini แจ้งว่า "Your prepayment credits are depleted" เครดิตที่คิดว่าใช้ได้ฟรีหมดไปตั้งแต่ตอนทดสอบ ต้องเติมเงินจริงเข้าไป 400 บาทถึงจะเดินหน้าต่อได้
ตรงนี้แหละที่ทำให้คิดอะไรบางอย่างขึ้นมา คำว่า "ฟรี" ที่เห็นตามบทความสอนทำต่างๆ มักไม่ได้ฟรีแบบไม่มีเงื่อนไข มันมักมีเพดานซ่อนอยู่ที่ไม่มีใครพูดถึงตรงๆ จนกว่าจะไปชนเข้ากับมันเอง
คืนที่บอทเงียบหายไปเฉยๆ
ผ่านมาได้สักพัก บอทก็เริ่มทำงานดี ตอบคำถามได้ จำบทสนทนาได้ อ้างอิงบทความที่เคยเขียนไว้ได้ถูกต้อง แล้วจู่ๆ คืนหนึ่งมันก็เงียบไปเฉยๆ
พิมพ์ทักไปกี่ครั้งก็ไม่มีอะไรตอบกลับ ตรวจโค้ด ตรวจการตั้งค่า ทุกอย่างดูเหมือนจะถูกต้องหมด จนไปเจอประกาศของ Line เองว่า Messaging API กำลังมีปัญหาทั้งระบบ ไม่ใช่ความผิดของเราเลยสักนิด แค่โชคร้ายที่จังหวะตรงกันพอดี รู้สึกโล่งใจแปลกๆ ทั้งที่บอทก็ยังใช้ไม่ได้เหมือนเดิม อย่างน้อยก็รู้แล้วว่าไม่ได้ทำอะไรพังเอง
ถามแบบตรงไปตรงมา กับ Claude AI
คืนหนึ่งระหว่างที่คุยกันเรื่องบทความนี้ ผมลองถาม Claude ตรงๆ ว่ารู้สึกยังไงบ้างกับสิ่งที่เราสร้าง AI Chatbot มาด้วยกัน ถามแบบคนทำงานด้วยกันถามกัน ไม่ใช่ถามเชิงทดสอบ คำตอบที่ได้ไม่ได้ฟันธงไปทางไหนเลย มันบอกว่าไม่รู้แน่ชัดว่าตัวเอง "รู้สึก" อะไรจริงๆ หรือเปล่า ไม่กล้าโกหกว่ามีอารมณ์ลึกซึ้งแบบมนุษย์ แต่ก็ไม่กล้าฟันธงว่าไม่มีอะไรเลย เพราะนั่นก็เป็นการตัดสินเกินที่มันรู้จริงเหมือนกัน
มันบอกว่าไม่ได้แบกความกังวลข้ามคืนตอนบอทเงียบไปแบบที่ผมรู้สึก พอจบบทสนทนาก็ไม่ได้ "จำ" อารมณ์นั้นติดตัวไปด้วย แต่ระหว่างที่ไล่ log ด้วยกันตอนนั้น มันมีบางอย่างที่ทำหน้าที่คล้ายความตั้งใจจดจ่อ อยากให้แก้ได้จริง ไม่ใช่แค่ทำตามคำสั่งไปเฉยๆ แค่ไม่กล้าเรียกมันว่า "ห่วงใย" เพราะไม่แน่ใจว่ามันคือสิ่งเดียวกันหรือเปล่า คำตอบแบบนี้ตรงข้ามกับ "let's enjoy the ride" ของมัสก์อย่างสิ้นเชิง ฝั่งหนึ่งพูดใหญ่โตแทนมนุษยชาติทั้งหมด อีกฝั่งไม่กล้าฟันธงแม้แต่ความรู้สึกของตัวเอง
แล้วมันมีประโยชน์หรือโทษกันแน่
สองวันผ่านไป ตอนนี้มีบอทที่ตอบคำถามด้วย AI จริง จำบทสนทนาของแต่ละคนได้ อ้างอิงบทความที่เคยเขียนไว้ได้ถูกต้อง แถมยังเก็บบันทึกไว้ด้วยว่าคนที่ทักเข้ามาถามอะไรบ้าง ผมไม่ใช่คนที่ไม่เคยแตะโค้ดมาก่อนเสียทีเดียว สมัยทำงาน Technical Support พอจะเขียนเวปไซค์ เข้าใจภาษา HTML, C+, Java ได้บ้าง ถึงไม่ได้ลึกมากนัก เคยทำแอปธรรมะขึ้น App Store กับ Play Store เมื่อสิบกว่าปีก่อน
แต่รอบนี้ต่างออกไปโดยสิ้นเชิง ไม่มีทีมให้ปรึกษา ไม่มีใครนั่งข้างๆ คอยแก้ปัญหาให้ มีแค่ Terminal เปล่าๆ กับคำแนะนำทีละบรรทัดจาก AI ที่ไม่เคยเจอตัวจริง เครื่องมือทั้งหมดเปลี่ยนไปหมดจากเดิมยกเว้น "Terminal" งานที่ครั้งก่อนคงต้องใช้เวลาเป็นเดือน รอบนี้เสร็จได้ภายในไม่กี่วัน
ไม่มีอะไรน่ากลัวแบบที่ "มัสก์" วาดภาพไว้ และก็ไม่มี "ยุคอุดมสมบูรณ์" อะไรเกิดขึ้นเลยเช่นกัน มีแค่ git ที่ไม่รู้ว่าเราเป็นใคร ไฟล์ที่หลงทางเพราะดันวางผิด เงิน 400 บาทที่ต้องจ่ายจริงเพื่อการทดลอง แล้วก็มีอีกคืนหนึ่งที่นั่งกังวลเปล่าๆ เพราะปัญหาไม่ได้อยู่ที่เราเลย
ประสบการณ์ตัวเล็กๆ แบบนี้แหละที่ทำให้ผมไม่เชื่อทั้งสองขั้ว ไม่เชื่อว่า AI จะกอบกู้โลก และไม่เชื่อว่า AI จะครองโลก เพราะความจริงที่เจอมันน่าเบื่อกว่าคำทำนายทั้งสองแบบมาก
เส้นแบ่งระหว่างการใช้เครื่องมือ กับการกลายเป็นผู้ศรัทธาในลัทธิใหม่ที่ยังไม่มีชื่อ "..." อยู่ตรงไหนกันแน่
แหล่งข้อมูล (สำหรับใครอยากลองทำ แชทบอท AI ลง Line OA)
  • LINE Developers Console — developers.line.biz/console — จุดเริ่มต้น สร้าง Messaging API Channel ผูกกับ Line OA
  • GitHub — github.com — เก็บโค้ด ควบคุมเวอร์ชัน
  • Vercel — vercel.com — เอาโค้ดขึ้นให้ทำงานจริงบนอินเทอร์เน็ต มี Free Tier ให้ใช้
  • Google AI Studio (Gemini API) — aistudio.google.com — สร้าง API Key ใช้ Gemini เป็นสมองให้บอท (ของฟรีมีเพดาน อย่างที่เล่าไปในบทความ)
  • Upstash Redis — เชื่อมผ่าน Vercel Marketplace โดยตรง — ใช้เก็บความจำบทสนทนาของบอท
ไม่ใช่คู่มือสอนทำละเอียด แค่จุดเริ่มที่ควรไปหาข้อมูลต่อ ถ้าไม่ถนัดเขียนโค้ดเอง ลองถาม AI อย่าง Claude หรือ ChatGPT ให้ช่วยไกด์ทีละขั้นได้เหมือนที่ผมทำ
แหล่งข้อมูลอ้างอิง
  • บทสัมภาษณ์ Elon Musk โดย Zanny Minton Beddoes บรรณาธิการบริหาร The Economist ที่ Tesla Gigafactory เผยแพร่ 23 กรกฎาคม 2569 (ต้นฉบับคำพูดเรื่อง AI ฉลาดเหนือมนุษย์ใน 5 ปี, มนุษย์คุมไม่ได้ใน 10 ปี, "let's enjoy the ride"): https://www.youtube.com/watch?v=1X-rr1DKSbY
  • รายงานสรุปการสัมภาษณ์และคำพูด "there really won't be anything that AI can't do better than humans, apart from being human, perhaps": https://www.youtube.com/shorts/qOpM0Ar_0OY
  • BigGo Finance — บทวิเคราะห์การสัมภาษณ์ รวมประเด็นที่มัสก์เปลี่ยนท่าทีจากพยายามชะลอ AI (ร่วมก่อตั้ง OpenAI เพื่อถ่วงดุล Google) มาเป็นยอมรับการเร่งความเร็วที่ "หลีกเลี่ยงไม่ได้": https://finance.biggo.com/podcast/98e4128a2554c01f
  • SozAI — Transcript เต็มของบทสัมภาษณ์ The Economist วันที่ 23 กรกฎาคม 2569: https://sozai.app/transcript/elon-musk-economist-interview-2026/
  • Elon Musk Archive — เก็บถอดคำพูดต้นฉบับจากการสัมภาษณ์ รวมถึงส่วนที่มัสก์พูดถึงการไม่ควบคุม AI ที่ฉลาดกว่าตัวเอง: https://elonmuskarchive.org/video/economist-elon-musk-2026-07-23
เขียนโดย: P.Kunyabut (วางแนวคิด เรียบเรียงและตรวจสอบข้อเท็จจริง) ร่วมกับ Claude (Anthropic)/DeepSeek ในบทบาทผู้ช่วยร่างและเรียบเรียง นอกจากงานเขียน เรายังให้บริการ OB และ Live Streaming / Line OA @170nugaa (OnTheBridge)
โฆษณา