วันนี้ เวลา 09:41 • ประวัติศาสตร์

ความฝันในหอแดง 119 สิบสองนางรำแตกรัง

ระหว่างสนทนากันครื้นเครงอยู่นั้น เซียงหยุนเดินเข้าห้องมา ในมือถือตั๋วจำนำ ยิ้มถามว่า
“นี่บัญชีอะไร”
ไต้วี่มองไปไม่รู้จัก พวกแม่บ้านพอเห็นต่างยิ้มว่า
“นี่ของดีมีค่าเชียว”
เป่าไชรีบรับมาดู เห็นว่าเป็นตั๋วจำนำของสิ้วเอียนจึงรีบพับเก็บในแขนเสื้อ
แม่น้าเซวียว่า “คงเป็นตั๋วจำนำที่แม่บ้านคนไหนทำตกไว้ เดี๋ยวคงรีบมาหา เก็บได้ที่ไหน”
เซียงหยุนว่า “อะไรคือ ตั๋วจำนำ”
พวกแม่บ้านหัวเราะว่า “คุณหนูโง่จริง ไม่รู้จักตั๋วจำนำ”
แม่น้าเซวียถอนหายใจว่า “อย่าไปว่านาง เป็นคุณหนูอายุยังน้อย จะเคยเห็นที่ไหนกัน มีแต่พวกบ่าวที่เห็นกันบ่อย เอาไปถามคุณหนูของพวกเจ้าคนไหนก็โง่กันไปหมด”
พวกแม่บ้านว่า “คุณหนูหลินก็ไม่รู้จัก อย่าพูดถึงท่านอื่นเลย ต่อให้เป็นเป่าวี่ที่ออกไปเที่ยวข้างนอกบ่อย ๆ ยังไม่แน่ว่าจะรู้จัก”
แม่น้าเซวียจึงชี้แจงให้เซียงหยุน ไต้วี่ฟังว่าคืออะไร จึงได้ยิ้มออกถามว่า
“คนผู้นี้คงร้อนเงิน ที่โรงรับจำนำของแม่น้าก็มีตั๋วแบบนี้มัง”
พวกแม่บ้านหัวเราะว่า “อีกาในโลกก็สีดำเหมือนกันหมด จะไปมีแบบอื่นได้อย่างไร”
แม่น้าเซวียถามว่า “เก็บได้ที่ไหน”
เซียงหยุนไม่ทันตอบ เป่าไชชิงบอกว่า
“ตั๋วเก่าหมดอายุแล้ว คงเป็นตอนปิดบัญชี เซียงหลิงเอาไปหลอกคนเล่น”
แม่น้าเซวียเชื่อว่าจริง จึงไม่ถามต่อ มีคนมาแจ้งว่า
“คุณนายใหญ่ให้คนมาเชิญท่านน้าไท่ไท่ไปสนทนา”
แม่น้าเซวียจึงลุกขึ้นเดินออกไป
พอปลอดคน เป่าไชก็ถามเซียงหยุนว่า “เก็บได้ที่ไหน”
เซียงหยุนยิ้มว่า “ข้าเห็นจ้วนเอ๋อ 篆儿 สาวใช้ของน้องสะใภ้เจ้าแอบส่งให้อิงเอ๋อ อิงเอ๋อแอบเหน็บไว้ในหนังสือคิดว่าข้าไม่เห็น พอพวกเขาออกไป ข้าจึงแอบเอามาดู แต่ไม่รู้จัก เลยเอามาถามพวกเจ้า”
ไต้วี่ว่า “ทำไมต้องจำนำเสื้อ จำนำแล้วทำไมต้องเอาตั๋วมาให้เจ้า”
เป่าไชเห็นปิดความไม่ได้ จึงเล่าเรื่องให้ฟัง
ไต้วี่อดไม่ได้ถอนหายใจว่า
“兔死狐悲,物伤其类
กระต่ายตายจิ้งจอกชอกช้ำ
ขะตากรรมเรามิต่างกัน”
(กระต่ายกับจิ้งจอกร่วมสาบานรับมือนายพราน กระต่ายตายก่อน จิ้งจอกสะท้อนใจว่าชะตากรรมของตนในภายหน้าคงมิต่างกัน)
เซียงหยุนฟังแล้วโมโหว่า “ข้าจะไปถามพี่สาวรอง (หยิงชุน) ข้าจะไปด่าพวกแม่บ้านสาวใช้สักตั้ง ระบายโทสะให้พวกเจ้า”
ว่าแล้วก็จะเดินออกไป
เป่าไชรีบคว้าตัวไว้ ยิ้มว่า “เจ้าบ้าอีกแล้ว นั่งลงก่อน”
ไต้วี่ยิ้มว่า “ถ้าเจ้าเป็นชาย ออกไปปกป้องความยุติธรรม เจ้าคงเป็นตัวแทนจิงเคอ 荆轲 เนี่ยเจิ้ง 聂政 น่าขำจริง”
(สองในสี่มือสังหารยุครณรัฐ สุดท้ายตายทั้งคู่
จิงเคอ 荆轲 ลอบสังหารฉินอ๋องเจิ้ง 秦王政 ไม่สำเร็จ
เนี่ยเจิ้ง 聂政 ลอบสังหารหานกุย 韩傀 สำเร็จ)
เซียงหยุนว่า “ในเมื่อไม่ให้ไปถาม พรุ่งนี้เราไปรับนาง (สิ้วเอียน) มาอยู่กับพวกเราดีไหม”
เป่าไชยิ้มว่า “ไว้พรุ่งนี้ค่อยหารือกัน”
มีคนเข้ามาแจ้งว่า “คุณหนูสาม คุณหนูสี่มา”
ทั้งสามจึงหยุดพูดกันถึงเรื่องสิ้วเอียน
(จบบทที่ห้าสิบเจ็ด)
ทั่นชุน ซีชุนเพียงแวะมาเยี่ยม สนทนากันสักพักแล้วต่างแยกย้าย
เหล่าไท่เฟย 老太妃 ในวังทรงสิ้นพระชนม์ บรรดาคุณหญิงตราตั้งจักต้องเข้าวังเพื่อร่วมพระราชพิธีไว้อาลัย บ้านบรรดาขุนนางห้ามจัดมหรสพงานเลี้ยงรื่นเริงเป็นเวลาหนึ่งปี สามัญชนห้ามจัดงานมงคลสมรสกำหนดเวลาสามเดือน แม่เฒ่าเจี่ยและเหล่าสะใภ้ต้องเข้าวังทุกเช้า กระทั่งยามเว่ยตรง 未正 (14:00 น.) จึงกลับ พระศพตั้งไว้ในวังยี่สิบเอ็ดวันจึงย้ายไปยังสุสานหลวงที่เสี้ยวฉือเสี้ยน 孝慈县 ระยะทางห่างจากกรุงสิบกว่าวัน ตั้งพระศพไว้อีกหลายวันจึงฝัง รวมระยะเวลาไปกลับทั้งสิ้นราวหนึ่งเดือน
ที่จวนหนิง เจี่ยเจินสองสามีภรรยาก็ต้องโดยเสด็จ ที่จวนทั้งสองจึงไม่มีผู้ใหญ่อยู่ หลังจากหารือกันแล้ว จึงให้ใช้ข้ออ้างว่านางอิ๋วสื้อต้องดูแลครรภ์ เหลือนางไว้ดูแลกิจธุระทั้งสองจวน
แม่น้าเซวียได้รับไหว้วานให้ดูแลพวกคุณหนูและสาวใช้ จึงให้ย้ายเข้าไปอยู่ในอุทยาน แต่จะไปอยู่ที่ไหนดี
ที่อยู่ของเป่าไช มีเซียงหยุน เซียงหลิงร่วมพำนัก
ที่หลี่หวานนั้น อาสะใภ้หลี่มักพาครอบครัวแวะเวียนมาพักคราวละสามวันบ้างห้าวันบ้างไม่แน่นอน แม่เฒ่าเจี่ยยังให้เป่าฉินมาอยู่ในความดูแลด้วยในระยะนี้
ที่หยิงชุน มีสิ้วเอียน
ที่ทั่นชุน เรื่องทางบ้านวุ่นวาย มักมีปากเสียงกับน้าหญิงเจ้าและเจี่ยหวน จึงไม่สะดวก
ที่ซีชุน เรือนเล็กคับแคบ
แม่เฒ่าเจี่ยฝากฝังแม่น้าเซวียให้ช่วยดูแลไต้วี่ ตัวนางเองก็รักและสงสารไต้วี่ ตรองดูแล้วจึงย้ายไปอยู่กับไต้วี่ที่เรือนเซียวเซียง 潇湘馆 ได้คอยดูแลนางกินข้าวกินยา ไต้วี่เองรู้สึกซาบซึ้ง จากนั้นเวลาเรียกเป่าไช จากที่เคยเรียกว่า พี่เป่า 宝姐姐 ก็ละคำว่าเป่าทิ้งไปเหลือเพียง พี่ หรือ พี่สาว 姐姐 ส่วนเป่าฉิน จากที่เคยเรียก น้องฉิน 琴妹妹 ก็เหลือเพียง น้อง หรือ น้องสาว 妹妹 เหมือนเช่นคนพี่น้องท้องเดียวกันเรียกขานกัน แม่เฒ่าเจี่ยรู้เข้า ยิ่งชอบใจใหญ่
แม่น้าเซวียนอกจากดูแลพวกสาว ๆ พี่น้อง กับสาวใช้ของพวกนางแล้ว เรื่องอื่นในบ้านไม่ว่าน้อยใหญ่ก็ไม่อยากว่ากล่าวเนื่องจากนางเป็นเพียงญาติที่มาพำนักที่จวน นางอิ๋วสื้อต้องดูแลจวนหนิงของนางเอง แม้จะข้ามมายังจวนหยงทุกวัน ก็เพียงตรวจรายชื่อเข้างาน ไม่อยากก้าวก่ายเรื่องอื่น อีกทั้งต้องคอยดูแลเรื่องอาหารการกินของแม่เฒ่าเจี่ยและหวางฮูหยินหลังกลับจากวัง
ในยามที่ เจ้านายจวนหยงหนิงไม่ว่างทั้งสองจวน พวกพ่อบ้านก็ต้องติดตามเข้าเฝ้าบ้าง ดูแลเรื่องที่พักการเดินทางในระหว่างพระราชพิธีศพบ้าง บริวารในจวนทั้งสองจึงขาดหัวหน้าดูแลอย่างทั่วถึง อู้งานบ้าง ตั้งก๊วนหาผลประโยชน์บ้าง ถึงขนาดแอบอ้างชื่อนางอิ๋วสื้อไปใช้ก็มี ที่จวนหยงเหลือเพียงไล่ต้า 赖大 กับพ่อบ้านไม่กี่คน ลูกน้องที่คล่องงานส่วนใหญ่ต้องติดตามแม่เฒ่าเจี่ยเวลาเข้าวัง คนงานที่หามาทดแทนก็ล้วนมือใหม่ใช้งานไม่คล่อง ทั้งยังขาดประสบการณ์มักถูกหลอกหาผลประโยชน์เนือง ๆ
เนื่องจากราชสำนักห้ามมหรสพและงานเลี้ยงรื่นเริง คณะนางรำตามบ้านขุนนางต่าง ๆ จึงมักถูกยุบกันไป ที่จวนหยง พอหวางฮูหยินกลับจากวัง นางอิ๋วสื้อก็หารือถึงเรื่องสิบสองนางรำกับคณะของจวนว่า
“เด็กสาวทั้งสิบสองคนนี้ เราซื้อตัวมา ถึงจะไม่ได้ฝึกร้องรำทำเพลงแล้ว ยังพอใช้สอยงานอื่นได้ เพียงเลิกจ้างครูผู้ฝึกสอนเท่านั้นก็พอ”
หวางฮูหยินว่า “ฝึกการแสดงไม่เหมือนงานรับใช้ พวกนางเป็นลูกหลานตระกูลที่ดี เพราะทางบ้านมีปัญหาจึงขายพวกนางมาฝึกการแสดงกันคนละหลายปี ตอนนี้มาประสบเหตุนี้ มิสู้จ่ายเงินให้พวกนางคนละหลายตำลึงเป็นค่าเดินทาง ต่างคนต่างไป เมื่อก่อน บรรพชนก็มีตัวอย่างเคยทำเช่นนี้ ตอนนี้พวกเรามารั้งพวกนางไว้ขัดหลักคุณธรรมทั้งยังเป็นความใจแคบ จริงอยู่ที่มีนักแสดงเก่าบางคนยังคงอาศัยอยู่ที่จวน แต่นั่นเป็นเพราะพวกนางเลือกอยู่เองไม่ไปไหน จึงอยู่เป็นคนรับใช้ พออายุมากขึ้นก็ตกแต่งกับพวกบ่าวในจวน”
นางอิ๋วสื้อว่า “เช่นนั้นเราควรถามพวกนางทั้งสิบสองคนดู ใครอยากกลับ ก็ทำหนังสือไปแจ้งบิดามารดาของพวกนางให้มารับด้วยตนเอง ให้เงินค่าเดินทางไปสักหลายตำลึง หากไม่ให้ญาติสนิทมารับ อาจมีคนแอบอ้างพาพวกนางไปขายต่อ จะกลายเป็นการขัดต่อหลักเมตตาธรรม หากใครไม่อยากกลับ ก็สามารถอยู่ต่อได้”
หวางฮูหยินยิ้มว่า “เช่นนี้เหมาะสมอยู่”
นางอิ๋วสื้อให้คนไปแจ้งแก่พี่เฟิ่งให้แจ้งฝ่ายการเงินจ่ายเงินครูผู้ฝึกสอนคนละแปดตำลึงแล้วให้แยกย้าย ข้าวของในลานหอมสาลี่ 梨香院 ให้ลงบัญชีไว้และจัดเวรยามเฝ้ารักษา เรียกเด็กสาวทั้งสิบสองนางมาสอบถาม มีมากกว่าครึ่งที่ไม่อยากกลับบ้าน บ้างว่าแม้บิดามารดายังอยู่แต่ขายพวกนางมาแล้ว หากกลับไปก็คงถูกขายอีก บ้างว่าบิดามารดาเสียไปแล้ว ญาติพี่น้องเป็นผู้ขายพวกนางมา บ้างว่าทางบ้านไม่มีใครแล้ว บ้างไม่อยากจากไป
สรุปแล้ว ที่เต็มใจกลับไปมีเพียงสี่ห้าคน ให้ไปอยู่กับแม่เลี้ยง 干娘 ก่อน รอบิดามารดาตนมารับกลับ พวกที่เหลือหวางฮูหยินให้อยู่รับใช้ในอุทยาน
แม่เฒ่าเจี่ยเก็บเหวินกวน 文官 ไว้รับใช้
ตัวนางใหญ่ฟางกวน 正旦芳官 ให้เป่าวี่
ตัวนางเล็กหยุ่ยกวน 小旦蕊官 ให้เป่าไช
พระเอกโอ่วกวน 小生藕官 ให้ไต้วี่
หน้าลายใหญ่ขุยกวน 大花脸葵官 ให้เซียงหยุน
หน้าลายเล็กโต้วกวน 小花脸豆官 ให้เป่าฉิน
ผู้เฒ่าอ้ายกวน 老外艾官 ให้ทั่นชุน
ยายเฒ่าเฉียกวน 老旦茄官 ให้นางอิ๋วสื้อ
พวกนางเหมือนนกแตกรังอยู่ในอุทยานโฉบฉายไปมา ถึงจะมาเป็นสาวใช้แต่ไม่เคยฝึกงานเย็บปักถักร้อยหรืองานอื่นของสตรี จึงไม่รู้จะเรียกใช้ให้ทำอะไร ทว่ามีอยู่หนึ่งหรือสองคนที่รู้จักคิดถึงอนาคตของตนเองว่าต่อไปจะเลี้ยงชีพอย่างไร จึงยอมละทิ้งการแสดงหันมาฝึกฝนงานเย็บปักของสตรี
วันหนึ่ง เป็นวันสักการะใหญ่ในวัง พวกแม่เฒ่าเจี่ยเข้าวังไปแต่ยามห้า กินอาหารว่างยังที่พักชั่วคราวก่อนเข้าวัง เสร็จพิธีสักการะเช้า กลับออกมากินอาหารเช้ายังที่พัก พักผ่อนจนถึงหลังอาหารเที่ยง กลับเข้าวังสักการะบ่ายและเย็นอีกสองรอบ กลับออกมายังที่พักกินอาหารเย็นแล้วจึงกลับ
ที่พักชั่วคราวแห่งนี้เป็นอารามประจำบ้านของครอบครัวขุนนางใหญ่ท่านหนึ่ง เป็นสถานที่ปฏิบัติธรรมของเหล่าภิกษุณี 比丘尼 จึงมีห้องหับมากสะอาดสะอ้าน แบ่งเป็นลานด้านตะวันออกและตะวันตก จวนหยงเช่าฟากตะวันออก จวนเป่ยจิ้งอ๋อง 北静王府 เช่าฟากตะวันตก ไท่เฟย เส้าเฟยมาแวะพักทุกวัน จึงพบปะกับพวกแม่เฒ่าเจี่ยอย่างสนิทสนมเข้าออกวังพร้อมกันทุกวัน
แม่เฒ่าเจี่ยกับหวางฮูหยินต้องเข้าวังทุกวัน หลังจากนี้ยังต้องส่งพระศพอีกร่วมเดือน พวกแม่บ้านสาวใช้ในสุทัศนอุทยาน 大观园 จึงมีเวลาว่างกันมาก พวกแม่บ้านจากลานหอมสาลี่ที่ยุบไปย้ายมาอยู่ด้วย ในอุทยานจึงมีคนเพิ่มอีกหลายสิบคน
พวกเหวินกวนเคยฝึกแต่การแสดงมีความสามารถด้านเดียว แต่มักไม่รู้ตัว หยิ่งยโส ยกตนข่มท่าน ช่างเลือกเรื่องการกินอยู่ พวกแม่เฒ่าที่เคยรับใช้พวกนางได้แต่อดกลั้นไม่กล้าแสดงออก มาบัดนี้ คณะการแสดงถูกยุบ พวกแม่เฒ่าไม่จำต้องเกรงใจอีก คนที่ทำใจได้ก็มิกระไร แต่พวกใจคอคับแคบก็ยังจ้องเอาคืน เพียงแต่พวกเหวินกวนแยกย้ายไปสังกัดตามเรือนต่าง ๆ จึงไม่กล้าบุกมาหาเรื่อง
ถึงวันชิงหมิง 清明 เจี่ยเหลียนตระเตรียมเครื่องเซ่นไหว้ นำเจี่ยหวน เจี่ยฉง เจี่ยหลานสามคนไปจุดธูปเผากระดาษเซ่นไหว้ที่วัดลูกกรงเหล็ก 铁槛寺 (วัดเถี่ยเจี้ยน) เจี่ยหยงพาคนจากจวนหนิงมาเซ่นไหว้เช่นกัน
เป่าวี่ป่วยยังไม่หายดีจึงไม่มาเซ่นไหว้ กินอาหารเช้าเสร็จก็จะกลับเข้านอน สีเหยินชวนว่า
“อากาศดีอย่างนี้ ท่านน่าจะออกไปเดินเล่นบ้าง วางชามข้าวแล้วเข้านอน อาหารจะไม่ย่อย”
เป่าวี่จึงฉวยไม้เท้า สวมรองเท้าแล้วเดินออกจากเรือนมา
นับแต่มีการมอบหมายหน้าที่รับผิดชอบงานในอุทยานแล้ว พวกแม่บ้านที่ได้รับมอบหมายต่างทำงานอย่างขยันขันแข็ง ปลูกไผ่ ตัดแต่งต้นไม้ เพาะดอกไม้ ปลูกถั่ว ในสระยังมีพวกที่พายเรือลอกสระปลูกบัว เซียงหยุน เซียงหลิง เป่าฉินกับพวกสาวใช้นั่งกันบนเขาจำลองดูพวกนางพายเรืออยู่
เซียงหยุนเห็นเป่าวี่ค่อยเดินมา จึงชี้ไปยังเรือในสระบอกว่า
“รีบไล่เรือพวกนั้นไป พวกเขามารับน้องหลิน”
ทุกคนนึกถึงสภาพของเป่าวี่ในวันก่อนแล้ว ต่างพากันหัวเราะ
เป่าวี่หน้าแดงยิ้มว่า “คนเขาป่วย ใช่ว่าจงใจ เจ้ากลับเอามาล้อเล่น”
เซียงหยุนยิ้มว่า “ป่วยไม่เหมือนใคร ทำให้คนขำเอง กลับมาต่อว่าคนอื่น”
เป่าวี่เดินมานั่งด้วยดูพวกแม่บ้านทำงาน เซียงหยุนว่า
“ที่นี่ลมแรง หินก็เย็น นั่งสักพักแล้วไปที่อื่นเถิด”
เป่าวี่กำลังจะไปหาไต้วี่อยู่ จึงลุกขึ้นใช้ไม้เท้าโขยกเขยกบอกลาพวกนาง เดินตามเขื่อนมาทางสะพานหอมซาบซ่าน 沁芳桥 เห็นใบหลิ่วลิ่วลู่ลมทองอร่าม ดอกท้องามแต้มแต่งแดงสดใส เบื้องหน้าต้นซิ่งออกผลอยู่เต็มต้น เป่าวี่คิดว่า
“ป่วยไปหลายวัน พลาดเพลาดอกซิ่งบานผ่านเสียได้ มาถึงยาม 绿叶成阴子满枝 ใบเขียวดกหนา ผลงามดกดื่น”
แหงนมองต้นซิ่งไม่วางตา พลันนึกถึงเรื่องครองคู่ของสิงสิ้วเอียน ถึงจะเป็นเรื่องสำคัญในชีวิตของชายหญิง แต่อดเสียดายไม่ได้ว่าสาวน้อยถดถอยไปอีกหนึ่ง ไม่พ้นสองปี ก็ถึงครา 绿叶成阴子满枝 ใบเขียวดกหนา ผลงามดกดื่น (ลูกดก) อีกไม่กี่วัน ผลซิ่งร่วงหล่น กิ่งบนต้นว่างเปล่า อีกไม่กี่ปี ผมดำขลับของสิ้วเอียนกลายเงินยวง ใบหน้าแดงเปล่งปลั่งเปลี่ยนเป็นซีดเซียวเหี่ยวชรา คิดขึ้นมาแล้วใจหาย จำทอดถอนใจ
พลันมีนกตัวหนึ่งบินมาเกาะกิ่งร้องว้าวุ่น เป่าวี่ใจลอยตรองว่า
“นกนี้คงเคยเชยชมดอกซิ่งบานตระการตา มาบัดนี้ดอกร่วงดินเสียสิ้นเหลือเพียงใบ จึงได้ร้องวุ่นวาย สุ้มเสียงทำนองนี้คงเป็นเสียงร้องไห้ เสียดายที่กงเหย่ฉาง 公冶长 ไม่ได้อยู่ตรงนี้ให้ไต่ถาม ไม่รู้ว่าปีหน้าถึงคราดอกซิ่งบาน นกนี้จักจำได้ไหมว่ามีนัดหมายกับดอกซิ่งที่นี่”
(กงเหย่ฉาง 公冶长 ศิษย์ผู้รู้ภาษานกของขงจื่อ)
ตอนก่อนหน้า : สิงสิ้วเอียน
ตอนถัดไป : มายาชีวิตนางรำ

ดูเพิ่มเติมในซีรีส์

โฆษณา