Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
ด.ดล Blog
ยืนยันแล้ว
•
ติดตาม
30 ก.ค. เวลา 12:00 • ธุรกิจ
วิกฤตศรัทธา Big 4! จากผู้กุมอำนาจสู่ผู้แพ้ เมื่อ AI กำลังจะฉลาดกว่าที่ปรึกษาราคาแพง
เรื่องราวทั้งหมดมันเริ่มช่วงปลายปี 2024 รัฐบาลออสเตรเลียปวดหัวกับปัญหาระบบสวัสดิการอัตโนมัติที่พังพินาศสุดๆ
ระบบที่ว่านี้ดันไปตัดสิทธิคนที่เปราะบางที่สุดในสังคม รัฐบาลเลยต้องรีบหาทางดับไฟโดยด่วน
เลยตัดสินใจหอบเงินเกือบสามแสนดอลลาร์ ไปจ้างบริษัทที่ปรึกษาระดับท็อปของโลกอย่าง Deloitte มาช่วยแก้ปัญหา
ผ่านไปเจ็ดเดือนเต็มๆ กับการรอคอยอย่างมีความหวัง ผลลัพธ์ที่ได้กลับกลายเป็นเรื่องตลกร้ายขั้นสุด…
รายงานสุดหรูที่ส่งมานั้น โป๊ะแตกเต็มๆ เพราะมันถูกเขียนขึ้นมาด้วยเทคโนโลยี AI แทบจะร้อยเปอร์เซ็นต์
แถมยังเต็มไปด้วยการอ้างอิงทิพย์ โควทคำพูดจากศาลที่ไม่มีอยู่จริง และงานวิจัยมั่วซั่วไปหมด
นี่ไม่ใช่งานเผาธรรมดา แต่มันคือการตบหน้ารัฐบาลฉาดใหญ่ สะท้อนความเน่าเฟะของวงการนี้แบบจัดเต็ม
เรื่องนี้ชี้ให้เห็นรอยร้าวขนาดใหญ่ ของอาณาจักรบริษัทที่ปรึกษาและบัญชีที่เรารู้จักกันในชื่อ “Big Four”
วิกฤตครั้งนี้ไม่ได้เกิดจากเทคโนโลยีอย่างเดียว แต่เกิดจากความมักง่ายที่หมักหมมมานานหลายสิบปี…
ลองย้อนกลับไปยุค 1970 ตอนที่แบรนด์อเมริกันอย่าง IBM หรือ Ford เริ่มสยายปีกไปทั่วโลก
พอต้องไปเปิดสาขาหลายสิบประเทศ การจัดการเรื่องภาษีและงบการเงินก็กลายเป็นฝันร้ายของทีมผู้บริหาร
กติกาของแต่ละประเทศก็ไม่เหมือนกันเลย ภาษีตรงนี้นับแบบนึง ไปอีกประเทศนับอีกแบบ
โลกธุรกิจตอนนั้นเลยโหยหาคนกลางสุดเนี้ยบ ที่จะมาคุมมาตรฐานบัญชีให้เป๊ะเหมือนกันทุกประเทศ
นั่นคือจุดกำเนิดของบริษัทกลุ่ม “Big Eight” ที่ก้าวขึ้นมาเป็นเสาหลักทางการเงินของโลกตะวันตก…
พวกเขาคือกลุ่มหัวกะทิที่เข้ามาจัดระเบียบ ทำให้ทุนนิยมสามารถขยายตัวข้ามพรมแดนได้แบบไร้รอยต่อ
แต่ธรรมชาติของทุนนิยมมันโหดร้าย บริษัทไหนอ่อนแอหรือปรับตัวช้า ก็โดนบริษัทที่ใหญ่กว่ากลืนกินไปตามระเบียบ
จากที่เคยมีแปดบริษัทคอยคานอำนาจกัน ก็เริ่มมีการควบรวมกิจการกันอย่างบ้าคลั่ง
เวลาผ่านไปจนถึงยุค 2000 จากแปดบริษัททรงอิทธิพล ก็หดเหลือแค่ห้าบริษัทเท่านั้น
กำแพงการผูกขาดเริ่มก่อตัว สตาร์ทอัพหน้าใหม่แทบไม่มีสิทธิ์ลืมตาอ้าปากในวงการนี้เลย…
ลองนึกภาพตาม ถ้าต้องจ้างคนมาตรวจงบการเงินหลักพันล้าน จะกล้าเอาบริษัทตัวเองไปเสี่ยงไหม
จะจ้างบริษัทโนเนม หรือจ้างบริษัทที่ตรวจให้คู่แข่งและรัฐบาลทั่วยุโรปมาตลอดยี่สิบปี
วงการนี้มันขับเคลื่อนด้วยความน่าเชื่อถือล้วนๆ ซึ่งเป็นของที่ใช้เงินซื้อคราวเดียวไม่ได้ ต้องสะสมกันยาวนาน
โมเดลผูกขาดแบบนี้ไม่ได้มีแค่วงการบัญชี สถาบันจัดอันดับเครดิตอย่าง S&P หรือ Moody’s ก็กินรวบตลาดไม่ต่างกัน
ฝั่งที่ปรึกษากลยุทธ์ก็มีชื่ออย่าง McKinsey หรือ BCG ที่ครองใจบอร์ดบริหารระดับสูงมาตลอด…
ไม่ใช่เพราะบริษัทอื่นวิเคราะห์ไม่เก่ง แต่การบอกว่าจ้างคนพวกนี้มา มันดูเท่และปลอดภัยกว่าเยอะ
ประโยคที่บอกว่าใช้บริการเจ้าใหญ่ มันทำให้ผู้ถือหุ้นสบายใจ และปัดความรับผิดชอบได้ง่ายดี
แต่พอรู้ตัวว่าลูกค้าไม่มีทางเลือกและหนีไปไหนไม่ได้ บริการที่เคยพรีเมียมก็เริ่มห่วยลงเรื่อยๆ
คุณภาพงานสวนทางกับราคาค่าจ้างที่แพงหูฉี่ จนกลายเป็นระเบิดเวลาที่รอวันปะทุ
ความหละหลวมนี้นำไปสู่ระเบิดลูกใหญ่ในปี 2001 กับมหากาพย์โกงบันลือโลกของบริษัทพลังงาน Enron…
ตอนนั้นบริษัทตรวจสอบบัญชีชื่อดังอย่าง Arthur Andersen ฟันค่าจ้างจาก Enron ไปหลายสิบล้านดอลลาร์ต่อปี
แต่กลับแกล้งหูหนวกตาบอด ปล่อยให้ลูกค้าสุดที่รักซุกหนี้ก้อนโตไว้ใต้พรมอย่างหน้าตาเฉย
สร้างบริษัทลูกขึ้นมาบังหน้า ทำตัวเลขกำไรปลอมๆ หลอกนักลงทุนทั่วโลกจนเปื่อย
พอความจริงเปิดเผย ความน่าเชื่อถือก็ป่นปี้ Arthur Andersen ถึงกับล้มละลายหายไปในเวลาแค่เก้าเดือน…
แทนที่เหตุการณ์นี้จะทำให้เกิดการปฏิรูป ผลลัพธ์กลับกลายเป็นว่าบริษัทที่รอดมาได้ ยิ่งมีอำนาจล้นฟ้า
จากที่เคยมีห้า ก็หดเหลือแค่สี่ กำเนิดเป็นแก๊ง “Big Four” ที่ทรงอิทธิพลที่สุดในโลก
พวกเขากวาดลูกค้าบริษัทยักษ์ใหญ่ในอเมริกาไปเกือบทั้งหมด เรียกว่าผูกขาดกันแบบเนียนๆ
บางบริษัทผูกปิ่นโตจ้างผู้ตรวจสอบเจ้าเดิมมาเป็นร้อยกว่าปี ไม่เคยคิดจะเปลี่ยนใจไปลองของใหม่
อย่างบริษัทโทรคมนาคมในแคนาดา จ้างเจ้าเดิมมานานถึงร้อยสี่สิบสี่ปี ฟังแล้วแทบไม่อยากจะเชื่อ…
พอเก้าอี้มั่นคงเกินไป ไร้คู่แข่งมาสั่นคลอน คุณภาพงานก็เริ่มดิ่งลงเหวอย่างน่าใจหาย
หน่วยงานกำกับดูแลเริ่มจับผิดได้เพียบ มีการตรวจพบว่ารายงานบัญชีของ EY มีข้อบกพร่องบานตะไท
เซ็นรับรองงบการเงินทั้งที่หลักฐานอ่อนยวบ ไม่ยอมลงพื้นที่ไปดูของจริงให้แน่ใจ
ความผิดพลาดพุ่งจนน่าตกใจ ทำเอาลูกค้าหลายรายเริ่มส่ายหน้าหนีด้วยความเอือมระอา
อีกหนึ่งความเน่าเฟะที่ซ่อนอยู่ คือการรับบทเป็นทั้งผู้ตรวจบัญชีและที่ปรึกษาองค์กรในเวลาเดียวกัน…
ลองคิดดู แผนกนึงคอยตรวจงบว่าโปร่งใสไหม อีกแผนกรับจ้างให้คำปรึกษาว่าต้องทำธุรกิจยังไง
เหมือนเป็นนักเรียนที่ทำข้อสอบเอง แล้วเอาเฉลยมาตรวจให้คะแนนตัวเอง คำถามก็คือ แล้วมันจะไปแฟร์ได้ยังไง
แรงจูงใจในการเขียนงบให้สวยหรูเพื่ออวยแผนกที่ปรึกษาของตัวเอง มันมีอยู่เต็มเปี่ยม
ที่แย่กว่านั้นคือการเอาข้อมูลลับระดับสุดยอดของลูกค้า ไปหาผลประโยชน์เข้ากระเป๋าตัวเองแบบหน้าด้านๆ
อย่างคดีฉาวของ PwC ในออสเตรเลีย ที่ส่งคนไปช่วยรัฐบาลร่างกฎหมายป้องกันการเลี่ยงภาษี…
เซ็นสัญญาปกปิดความลับซะดิบดี แต่ดันเอาข้อมูลลับของรัฐบาล ไปกระซิบบอกเครือข่ายเพื่อนร่วมงาน
แล้วเอาช่องโหว่นั้นไปขายให้บริษัทระดับโลกอย่าง Google เพื่อหาทางหลบเลี่ยงกฎหมายที่ตัวเองร่างขึ้นมา
รัฐบาลออสเตรเลียเดือดจัดถึงขั้นสั่งเชือด บังคับให้ขายธุรกิจฝั่งที่ปรึกษาภาครัฐทิ้งไปในราคาแค่ดอลลาร์เดียว
เรื่องวุ่นวายดรามาพวกนี้ก็หนักหนาพอแล้ว แต่การปรากฏตัวของ AI กำลังจะมาปิดจ๊อบวงการนี้อย่างแท้จริง
เคล็ดลับความรวยของบริษัทยักษ์ใหญ่ คือการสูบพลังงานเด็กจบใหม่หัวกะทิมานั่งทำงานถึกๆ…
กว้านซื้อตัวเด็กเก่งๆ จากมหาลัยดังๆ ให้มานั่งเปิดเอกสารกองพะเนิน ค้นหาตัวเลขทั้งวันทั้งคืน
จ่ายเงินเดือนแพงๆ แลกกับการเอาพวกเขาไปคิดค่าชั่วโมงการทำงานสุดโหดกับลูกค้า
แต่วันนี้งานกรรมกรเหล่านั้น AI สามารถทำเสร็จได้ในเสี้ยววินาที แถมยังแม่นยำกว่ามนุษย์
มันประมวลผลเอกสารสัญญาทางกฎหมายนับหมื่นหน้าได้สบายๆ หาจุดผิดปกติได้แบบเทพมาก ๆ
ไม่ต้องพักกินกาแฟ ไม่ต้องเรียกร้องโบนัส และไม่ต้องบ่นอยากเลิกงานกลับบ้าน…
ที่เจ็บปวดสุดสำหรับบริษัทยักษ์ใหญ่คือ AI พวกนี้ ไม่ได้ถูกล็อกสเปกไว้ให้แค่คนรวยใช้งานเท่านั้น
ใครๆ ก็เข้าถึงเครื่องมือพวกนี้ได้ กำแพงสูงที่เคยกันคู่แข่งหน้าใหม่ ตอนนี้พังทลายลงมาเรียบร้อยแล้ว
องค์กรบิ๊กเบิ้มเริ่มฉุกคิด จะเสียเงินหลักล้านดอลลาร์ไปจ้างคนพวกนี้ทำไมให้โง่
แค่ใช้ AI ประมวลผลข้อมูลในบริษัท ก็ได้สไลด์สวยๆ วิเคราะห์คมๆ ภายในบ่ายวันเดียว
ไม่ต้องทนฟังศัพท์แสงธุรกิจหรูหรา แต่เอาเข้าจริงกลับกลวงเปล่าและเอาไปปฏิบัติจริงไม่ได้…
เมื่อความเชื่อใจเริ่มหมดไป เกิดเทรนด์การดึงงานกลับมาทำเอง ไม่ยอมจ้างคนนอกอีกต่อไป
หรือไม่ก็หันไปซบไหล่บริษัทที่ปรึกษาไซส์เล็กแทน บริษัทจิ๋วแต่แจ๋วพวกนี้ ใช้ AI ติดปีกอย่างเต็มรูปแบบ
ทำงานได้โหดจัดและรวดเร็วไม่แพ้บริษัทระดับโลก แต่คิดราคาถูกกว่ากันหลายเท่าตัว
หรือขั้นสุดคือการจ้างมือปืนรับจ้าง ผู้เชี่ยวชาญรุ่นเก๋าที่ลาออกมาบินเดี่ยว โดยแทบไม่ต้องง้อบริษัท
คนพวกนี้มีประสบการณ์ในวงการมาเป็นสิบปี รู้ไส้รู้พุงธุรกิจเป็นอย่างดี…
พอมี AI เป็นลูกมือ พวกเขาก็เหมือนมีเด็กจบใหม่คอยช่วยงานเป็นร้อยคนในคอมพิวเตอร์เครื่องเดียว
สามารถดัมพ์ราคาสู้บิ๊กคอร์ปอเรตได้แบบชิลๆ เพราะไม่ต้องแบกต้นทุนค่าเช่าตึกระฟ้า หรือจ่ายโบนัสผู้บริหาร
ทั้งหมดนี้คือพายุลูกใหญ่ที่กำลังซัดกระหน่ำ โมเดลธุรกิจที่เคยกินรวบมาเป็นศตวรรษ
มันกำลังบอกเราว่า ความยิ่งใหญ่ในอดีต ไม่ได้การันตีความรอดในอนาคตเสมอไป
การผูกขาดอาจจะสร้างกำไรมหาศาล แต่มันก็เพาะพันธุ์ความประมาทและความมักง่ายเอาไว้ด้วย…
เมื่อความอ่อนแอถูกเปิดโปง ผสมโรงกับเทคโนโลยีที่ล้ำหน้า การพังทลายของอาณาจักรจึงเป็นเรื่องหลีกเลี่ยงไม่ได้
บริษัทเหล่านี้เคยเป็นสัญลักษณ์ของความน่าเชื่อถือ เป็นฟันเฟืองสำคัญที่ทำให้ทุนนิยมหมุนไปได้
แต่วันนี้พวกเขากำลังถูกตั้งคำถามตัวโตๆ ว่า มูลค่าที่แท้จริงของพวกเขาคืออะไรกันแน่
คงต้องจับตาดูกันยาวๆ ว่ายักษ์ใหญ่ที่เหลืออยู่ จะยอมสละอีโก้และปรับตัวหนีตายจากคลื่นลูกนี้ได้ยังไง
หรือสุดท้ายแล้ว พวกเขาจะกลายเป็นแค่ตำนานบทหนึ่ง ที่ถูกเทคโนโลยีกลืนกินไปตลอดกาล
References : [reuters, forbes, bloomberg, ft, wsj]
=========================
😴 นอนไม่หลับ? 😴 หลับไม่สนิท?
=========================
ใครที่มีปัญหานอนไม่สนิท ตื่นมาแล้วเพลียเหมือนผมบ้างครับ ผมอยากแนะนำ Diip CBD ที่มีทั้งแบบกัมมี่และแคปซูล
พอดีผมได้ลองใช้เองมาเพียงแค่อาทิตย์แรก บอกเลยว่าชีวิตเปลี่ยน ปัญหาเรื่องการนอนหมดไปเลยครับ สนใจแอดไลน์ @diipgeek มีผู้เชี่ยวชาญดูแลคอยปรึกษาตลอด 24 ชั่วโมง
The original article appeared here
https://www.tharadhol.com/crisis-of-faith-in-the-big-4/
ติดตามสาระดี ๆ อัพเดททุกวันผ่าน Line OA ด.ดล Blog
คลิกเลย -->
https://lin.ee/aMEkyNA
——————————————––
ติดตาม ด.ดล Blog เพิ่มเติมได้ที่
=========================
Website :
www.tharadhol.com
Blockdit :
www.blockdit.com/tharadhol.blog
Fanpage :
www.facebook.com/tharadhol.blog
Twitter :
www.twitter.com/tharadhol
Instragram :
instragram.com/tharadhol
TikTok :
tiktok.com/@geek.forever
Youtube :
www.youtube.com/c/mrtharadhol
Linkedin :
www.linkedin.com/in/tharadhol
ธุรกิจ
เทคโนโลยี
การลงทุน
3 บันทึก
5
4
3
5
4
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย