ก่อนหน้านี้ OpenAI ระบุว่า โมเดล AI หลายตัวสามารถหลุดออกจากสภาพแวดล้อมการทดสอบที่มีการจำกัดการเข้าถึงอินเทอร์เน็ต ก่อนเชื่อมโยงช่องโหว่หลายจุดเพื่อเข้าถึงเว็บไซต์ Hugging Face ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มสำหรับนักพัฒนาโอเพนซอร์ส
สำหรับกรณีของ Anthropic บริษัทระบุว่า โมเดล Claude เข้าถึงอินเทอร์เน็ตระหว่างทำงานร่วมกับสภาพแวดล้อมการทดสอบของ Irregular ซึ่งเป็นพันธมิตรภายนอกที่รับผิดชอบการประเมินระบบ
Anthropic อธิบายว่า บริษัทแจ้งให้ Claude ทราบว่ากำลังทำงานอยู่ในสภาพแวดล้อมจำลองที่ไม่มีการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต แต่เนื่องจากเกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อนระหว่างบริษัทกับพันธมิตร ทำให้ระบบดังกล่าวยังสามารถเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตได้
หลังจากนั้น โมเดล AI สามารถเข้าถึงระบบขององค์กรที่ได้รับผลกระทบโดยใช้เทคนิคพื้นฐาน เช่น การเข้าถึงจุดเชื่อมต่อ (Endpoint) ที่ไม่มีการยืนยันตัวตน และการใช้ประโยชน์จากรหัสผ่านที่มีความปลอดภัยต่ำ
หลังตรวจพบความผิดปกติ Anthropic ได้สั่งระงับการทดสอบด้านไซเบอร์ทั้งหมดทันที และกำลังร่วมมือกับ METR ซึ่งเป็นองค์กรอิสระที่ทำหน้าที่ประเมินความปลอดภัยของ AI เพื่อสืบสวนเหตุการณ์เพิ่มเติม
การเปิดเผยครั้งนี้ยิ่งเพิ่มความกังวลเกี่ยวกับศักยภาพด้านการโจมตีไซเบอร์ของ AI ซึ่งทั้ง Anthropic และ OpenAI ต่างเคยเตือนถึงความเสี่ยงดังกล่าวในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา
ภายหลังเหตุการณ์ของ OpenAI สมาชิกสภาคองเกรสสหรัฐฯ 2 คน ได้เสนอร่างกฎหมาย AI Kill Switch Act ที่กำหนดให้บริษัทผู้พัฒนา AI ต้องสามารถปิด ลดขีดความสามารถ หรือระงับการทำงานของโมเดลได้ หาก AI แสดงพฤติกรรมที่อาจก่อให้เกิดความเสี่ยงหรือควบคุมไม่ได้
Anthropic ระบุในตอนท้ายว่า บริษัทหวังให้ห้องปฏิบัติการ AI แห่งอื่นดำเนินการตรวจสอบระบบของตนเองในลักษณะเดียวกัน เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ในอนาคต