31 ก.ค. เวลา 15:11 • ภาพยนตร์ & ซีรีส์

"Reborn" 2026

เมื่อซีอีโอหนุ่มแห่งบริษัทยักษ์ใหญ่
ตายแล้วตื่นขึ้นมาในอดีตเมื่อ 14 ปีก่อน
ทว่าครั้งนี้ไม่ได้ย้อนเวลากลับมาในร่างเดิม
แต่กลับชาติมาเกิดในร่างใหม่
ในฐานะลูกชายร้านซักแห้งธรรมดา
"Reborn" 2026
ซีรีส์ดราม่าสืบสวนไขความจริงผสานความแฟนตาซีจากญี่ปุ่น ที่กำกับโดย Yasuharu Ishii และ Toshio Tsuboi พร้อมบทที่ดัดแปลงจากนิยายชื่อเดียวกันของ Shizuka Oishi ว่าด้วยเรื่องของชายผู้ได้รับโอกาสแก้ไขอดีตอีกครั้ง ผ่านคอนเซ็ปต์ "การเกิดใหม่" ที่แม้จะฟังดูเหนือจริง แต่กลับเลือกเล่าได้อย่างเรียบง่ายและสมจริงกว่าที่คิด
ตอนแรกที่เห็นเรื่องย่อก็แอบนึกว่าจะเป็นซีรีส์แนว Isekai หรือแฟนตาซีเต็มตัว เพราะแค่คอนเซ็ปต์ "ซีอีโอตกบันไดตายแล้วตื่นขึ้นมาในอดีต" ก็ดูเหนือจริงพอสมควรแล้ว แต่พอได้ดูจริงกลับผิดคาดอย่างสิ้นเชิง นอกจากจุดเริ่มต้นที่ย้อนเวลาแล้ว ซีรีส์แทบไม่มีองค์ประกอบแฟนตาซีเวอร์ๆ เข้ามาเลย ทุกอย่างถูกเล่าด้วยเหตุผลของชีวิต การตัดสินใจ และผลลัพธ์ที่เกิดจากผู้คนรอบตัว ซึ่งตรงจริตส่วนตัวมากกว่าที่คิด
เรื่องราวของ เนโอะ โคเซย์ (Issey Takahashi) ซีอีโอบริษัทยักษ์ใหญ่ผู้ผลักดันโครงการเวนคืนที่ดิน จนวันหนึ่งเขาถูกผลักตกบันไดและตื่นขึ้นมาเมื่อ 14 ปีก่อนในร่างของ เอโตะ ลูกชายร้านซักแห้งในชุมชนย่านการค้าอาการิ ที่มีใบหน้าเหมือนเขาทุกประการ ระหว่างพยายามหาความจริงว่าใครอยู่เบื้องหลังที่ทำให้เขาตกบันได เนโอะก็ต้องเรียนรู้การใช้ชีวิตในฐานะคนธรรมดา พร้อมเผชิญหน้ากับชะตากรรมของชุมชนที่ครั้งหนึ่งเขาเองเคยตั้งใจไล่ซื้อที่จนทำให้ชาวบ้านต้องถูกขับไล่
สิ่งที่ชอบที่สุดของเรื่องนี้กลับไม่ใช่ปริศนาฆาตกรรม แต่คือผู้คนในย่านการค้าอาการิ ซีรีส์ใช้เวลาพาผู้ชมไปทำความรู้จักร้านรวงเล็กๆ และผู้คนธรรมดาที่ค่อยๆ กลายเป็นครอบครัวเดียวกัน จนทำให้คนดูผูกพันกับชุมชนแห่งนี้โดไม่รู้ตัว
โดยเฉพาะ โนโมตะ เอจิ (Fumiyo Kohinata) พ่อของเอโตะ และ คุณคินเป (Shingo Yanagisawa) เจ้าของโรงพิมพ์ คู่หูตัวฮาที่โผล่มาทีไรก็ช่วยเติมชีวิตชีวาให้เรื่องได้ทุกครั้ง เสียงหัวเราะเล็กๆ ที่ทั้งสองคนสร้างขึ้น กลับกลายเป็นหัวใจสำคัญที่ทำให้บรรยากาศของซีรีส์อบอุ่นและเต็มไปด้วยความสนุกสนาน
แม้เส้นเรื่องหลักจะเต็มไปด้วยแรงกดดันจากอนาคตที่กำลังใกล้เข้ามา แต่ตลอดทางกลับดูสนุก ดูสบาย และเต็มไปด้วยอารมณ์ขัน จนรู้สึกเหมือนได้ดูซิตคอมอบอุ่นสักเรื่องหนึ่งระหว่างกินข้าวเย็น ในปริมาณแค่วันละตอนกำลังพอดี เพราะแต่ละ Ep มีเรื่องราวเล็กๆ ให้ติดตามและปิดจบได้ในตัว ขณะที่ปริศนาใหญ่ยังค่อยๆ เดินหน้าทีละนิด อย่างเป็นธรรมชาติ
อีกสิ่งที่ซีรีส์ทำได้ดีคือการตั้งคำถามว่า คนเราเปลี่ยนไปเพราะตัวตนที่แท้จริง หรือเพราะสภาพแวดล้อมที่หล่อหลอมกันแน่ เมื่อเนโอะต้องใช้ชีวิตท่ามกลางผู้คนที่จริงใจ เขาจึงค่อยๆ เรียนรู้ความหมายของการเสียสละและการอยู่ร่วมกับคนอื่น ทั้งยังชวนให้เห็นว่าความสัมพันธ์ระหว่างคนต่างหาก ที่ค่อยๆ หล่อหลอมตัวตนของเราในแต่ละช่วงชีวิต
และเมื่อเข้าสู่ช่วง 2-3 Ep สุดท้าย จากซีรีส์ที่เคยเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะก็เปลี่ยนบรรยากาศเป็นความกดดันอย่างช้าๆ ยิ่งเห็นเอโตะพยายามดิ้นรนเพื่อหยุดยั้งอนาคตที่กำลังจะเกิดขึ้น ก็ยิ่งรู้สึกเจ็บปวด เพราะไม่ว่าพยายามมากแค่ไหน ประวัติศาสตร์บางอย่างก็ยังเดินหน้าต่อไปเหมือนเดิม ความรู้สึกสิ้นหวังในพาร์ทนี้ทำออกมาได้ดีจนแอบน้ำตาซึมอยู่หลายฉาก
งานสร้างก็ถือว่าได้มาตรฐานตามแบบซีรีส์ญี่ปุ่นยุคใหม่ ทั้งงานภาพ โทนสีที่อบอุ่น เพลงแจ๊สที่ช่วยสร้างบรรยากาศ รวมถึงเพลงธีม "I Love 人生!" ของ Hiroji Miyamoto ที่กลายเป็นอีกหนึ่งเสน่ห์ของเรื่อง ทุกครั้งที่เพลงนี้ดังขึ้น มันเหมือนชวนให้คนดูยิ้ม แม้ว่าตัวละครจะกำลังเผชิญสถานการณ์ที่ตึงเครียดอยู่ก็ตาม
สิ่งที่น่าเสียดายเพียงอย่างเดียวคือบทสรุป ซีรีส์ทำทุกอย่างมาได้ดีมาตลอด แต่กลับเลือกปล่อยคำถามสำคัญไว้หลายเรื่อง ทั้งเหตุผลของการย้อนเวลากลับมา และชะตากรรมสุดท้ายของตัวละคร ซึ่งแม้จะตีความได้ว่าเป็นการจบแบบปลายเปิด แต่ส่วนตัวกลับรู้สึกว่ามันยังคลี่คลายไม่สุด เหมือนรีบรวบรัดจบเกินไป จนแอบเสียดาย เพราะหากปิดเรื่องได้หนักแน่นกว่านี้ น่าจะเป็นอีกหนึ่งซีรีส์ญี่ปุ่นที่ประทับใจได้ไม่น้อยเลยทีเดียว
เพราะสุดท้ายแล้ว สิ่งที่เปลี่ยนชีวิตของคนคนหนึ่ง อาจไม่ใช่การได้ย้อนเวลากลับไปแก้ไขอดีต แต่คือการได้พบเจอผู้คนที่ทำให้เขาอยากกลายเป็นคนที่ดีกว่าเดิม นั่นแหละนะสิ่งที่สำคัญที่สุด
สำหรับ Reborn อาจไม่ใช่ซีรีส์ที่ดูรวดเดียวจนไม่ได้นอน หรือมีหักมุมชนิดอ้าปากค้างทุกตอน แต่กลับเป็นซีรีส์ที่ดูเพลิน อบอุ่น และทำให้เราอยากกลับมาใช้เวลาอยู่กับผู้คนในย่านการค้าอาการิอีกครั้ง
คะแนนส่วนตัว
Season 1
EP 1-6 ☆☆☆☆
EP 7-8 ☆☆☆☆☆
EP 9 ☆
คาแรคเตอร์ที่ชอบเป็นพิเศษ
-ท่านประธานโนโมตะ เอจิ (Fumiyo Kohinata)
-คุณคินเป (Shingo Yanagisawa)
-ป้าเจ๊ฮิเดโกะ (Kayoko Kishimoto)
โฆษณา