วันนี้ เวลา 06:11 • ไลฟ์สไตล์
ศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบ

ชวนเที่ยว "The Superlative Artistry of Japan" นิทรรศการที่ทำให้หลงรักคำว่า "งานฝีมือ" มากกว่าเดิม

ถ้ามีใครถามว่า "อะไรคือเสน่ห์ของญี่ปุ่น" หลายคนอาจนึกถึงซากุระ อาหารอร่อย รถไฟตรงเวลา หรือความสะอาดของบ้านเมือง แต่หลังจากเดินชม The Superlative Artistry of Japan (เหนือชั้นในเชิงศิลป์ ศิลปรังสรรค์จากญี่ปุ่น) ที่ TCDC จบ ผู้เขียนกลับรู้สึกว่าคำตอบอาจเป็นคำง่าย ๆ เพียงคำเดียว...
"ความประณีต"
ความประณีตที่ไม่ได้อยู่แค่ในงานศิลปะ แต่แทรกอยู่ในวิธีคิด วิธีทำงาน และความตั้งใจของผู้คน จนทำให้สิ่งของธรรมดากลายเป็นผลงานที่ชวนให้ยืนมองอยู่นานกว่าที่คิด
ศิลปหัตถกรรมสมัยเมจิ
นิทรรศการนี้จัดขึ้นโดย Japan Foundation กรุงเทพฯ ร่วมกับ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (CEA) โดยมีศาสตราจารย์ ยูจิ ยามาชิตะ นักประวัติศาสตร์ศิลป์ชาวญี่ปุ่น เป็นผู้คัดสรรผลงาน ภายใต้แนวคิดการนำเสนอ "ความเหนือชั้นในเชิงศิลป์" หรือเทคนิคการสร้างสรรค์ที่ละเอียด ประณีต และสมบูรณ์แบบจนผู้ชมอดทึ่งไม่ได้ ตั้งแต่งานศิลปหัตถกรรมยุคเมจิ ไปจนถึงผลงานร่วมสมัยที่หลายคนคาดไม่ถึง
สิ่งที่น่าสนใจคือ นิทรรศการไม่ได้เล่าเรื่องศิลปะญี่ปุ่นแบบเรียงตามยุคสมัย แต่ชวนเรามองว่า "จิตวิญญาณของช่างฝีมือ" ยังคงส่งต่อมาถึงปัจจุบัน แม้สิ่งที่สร้างจะเปลี่ยนจากแจกัน เครื่องเขิน หรืองานปัก มาเป็นฟิกเกอร์ โมเดลอาหาร หรือผลงานศิลปะร่วมสมัยก็ตาม
งานปักผ้าไหม เอกลักษณ์หนึ่งของสิ่งทอสมัยเมจิ
เริ่มต้นจาก "โคเก" ศิลปหัตถกรรมที่ทำให้โลกหลงรักญี่ปุ่น
ห้องแรกพาเราย้อนกลับไปยังยุคเมจิ เมื่อญี่ปุ่นเปิดประเทศและส่งงานศิลปหัตถกรรมไปจัดแสดงในงานเวิลด์เอ็กซ์โปที่ยุโรป ความประณีตของเครื่องเคลือบ เครื่องเขิน งานโลหะ และงานปัก กลายเป็นแรงบันดาลใจสำคัญของกระแส Japonism ที่มีอิทธิพลต่อศิลปินตะวันตกในศตวรรษที่ 19
ลองเดินเข้าไปใกล้ ๆ แล้วสังเกตรายละเอียดของแต่ละชิ้น คุณจะพบว่า ลวดลายเล็ก ๆ ที่มองจากระยะไกลเหมือนเพียงเส้นสีทอง แท้จริงกลับประกอบขึ้นจากลายเส้นนับไม่ถ้วน ทุกจุดล้วนทำด้วยมืออย่างอดทน
ชิ้นเด่นที่ไม่ควรพลาด
แจกันซัตสึมะขนาดใหญ่ (Large Satsuma Vase) คือผลงานที่สะดุดตาที่สุดชิ้นหนึ่ง ลวดลายแน่นละเอียดแทบทุกตารางนิ้ว ประดับสีทองและภาพผู้คนในชุดโบราณ ยิ่งมองใกล้ยิ่งเห็นฝีแปรงที่แทบไม่น่าเชื่อว่าจะทำได้ด้วยมือมนุษย์
อีกชิ้นที่หลายคนใช้เวลานานคือ งานปักผ้าไหม ที่สร้างภาพด้วยเส้นไหมนับหมื่นเส้น จนให้ความรู้สึกเหมือนภาพวาดมากกว่างานปัก
ส่วนคนที่ชอบเครื่องเขิน อย่าพลาด กล่องกำยานรูปเปลือกหอย ซึ่งใช้เทคนิคมาคิเอะ (Maki-e) โปรยผงทองลงบนผิวรักจนเกิดประกายงดงามเมื่อแสงตกกระทบ
งานสามมิติที่ผนึกปลาทองจากภาพวาดไว้ด้านใน มองเผิน ๆ นึกว่าใช้ของจริง
จากเครื่องลายคราม...สู่โมเดลอาหาร
สิ่งที่ทำให้นิทรรศการนี้สนุกกว่าที่คิด คือช่วงครึ่งหลัง
อยู่ดี ๆ เราก็เดินจากงานศิลปะอายุร้อยกว่าปี มาพบ โมเดลอาหารญี่ปุ่น ที่เหมือนจริงจนเผลอคิดว่ากินได้
ฟิกเกอร์จากตู้กาชาปอง น่ารักและใส่ใจในรายละเอียดมาก
หรือ ฟิกเกอร์จากตู้กาชาปอง ตัวจิ๋วที่หลายคนคุ้นเคย
ตอนแรกอาจสงสัยว่าทำไมของเล่นถึงมาอยู่ในพิพิธภัณฑ์ แต่เมื่อมองดี ๆ จะเห็นว่าทั้งหมดใช้หลักคิดเดียวกับงานศิลปหัตถกรรมดั้งเดิม นั่นคือการใส่ใจในรายละเอียด ความแม่นยำ และความตั้งใจที่จะสร้างสิ่งเล็ก ๆ ให้สมบูรณ์ที่สุด
นิทรรศการจึงกำลังบอกเราว่า "ความเป็นญี่ปุ่น" ไม่ได้อยู่ที่รูปแบบของผลงาน แต่อยู่ที่วิธีคิดของผู้สร้าง
นิทรรศการนี้ไม่ใช่ประเภทเดินถ่ายรูปครบทุกมุมภายใน 15 นาที แต่เป็นนิทรรศการที่ยิ่งเดินช้า ยิ่งสนุก บางชิ้นเมื่อมองผ่าน ๆ ก็สวยดี แต่เมื่อก้มดูใกล้ ๆ จะพบรายละเอียดเล็กจิ๋วที่ทำให้ต้องยิ้ม และเดินย้อนกลับไปดูอีกครั้ง
ภาพวาดลาย "แมวละลานตา" ของนาโอกิ นิชิวากิ
ถ้าเป็นไปได้ อย่ารีบ เปิดเวลาให้ตัวเองสักหนึ่งชั่วโมงครึ่ง แล้วค่อย ๆ เดินดูทีละชิ้น จะได้สัมผัสเสน่ห์ของคำว่า "เหนือชั้นในเชิงศิลป์" อย่างเต็มที่
โมเดลทิวทัศน์จำลอง ของซาโตชิ อารากิ
ข้อมูลการเข้าชม
• นิทรรศการ: The Superlative Artistry of Japan (เหนือชั้นในเชิงศิลป์ ศิลปรังสรรค์จากญี่ปุ่น)
• สถานที่: TCDC Bangkok ชั้น 1 อาคารไปรษณีย์กลาง บางรัก
• วันที่จัดแสดง: 25 กรกฎาคม – 23 สิงหาคม 2569
• เวลา: 10.30–19.00 น.
• ปิดวันจันทร์
• ค่าเข้าชม: ฟรี
กรอกแบบสอบถามหลังชมงานจบ จะได้รับที่คั่นหนังสือลายวัฒนธรรมญี่ปุ่นด้วยนะ
วิธีเดินทาง
เดินทางสะดวกที่สุดด้วย รถไฟฟ้า BTS สถานีสะพานตากสิน แล้วต่อรถประจำทาง แท็กซี่ หรือเรือด่วนเจ้าพระยามาลงบริเวณอาคารไปรษณีย์กลาง บางรัก อีกทางเลือกคือ MRT สถานีหัวลำโพง แล้วต่อรถเพียงไม่กี่นาที ก็ถึง TCDC ซึ่งตั้งอยู่ในอาคารไปรษณีย์กลางอันเป็นสถาปัตยกรรมคลาสสิกริมถนนเจริญกรุง
โฆษณา