Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
BITCOIN WITTAYA
•
ติดตาม
2 ส.ค. เวลา 01:15 • หุ้น & เศรษฐกิจ
คุณเคยสงสัยมั้ยครับว่า ทำไมยิ่งทำงานหนัก ยิ่งเก็บเงิน เพื่อนำเงินไปลงทุนต่อ เคยได้รับผลตอบแทน 6% หรือ 8% ต่อปี แต่เป้าหมายการเกษียณกลับดูไกลออกไปทุกที?
หนึ่งในคนที่ฉลาดที่สุดในโลกอย่าง อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ เคยให้คำแนะนำด้านความมั่งคั่งที่ดีที่สุดเท่าที่เคยมีมาเอาไว้อย่างน่าสนใจ สิ่งที่เขาพยายามบอกเราก็คือ
บนโลกของการเงิน "ไม่มีทางที่เราจะหยุดนิ่งได้ และไม่มีคำว่าตรงกลาง"
ชีวิตการเงินของคุณมีอยู่แค่ 2 ฝั่งเท่านั้นครับ คุณกำลังสร้าง "ผลตอบแทนแบบทบต้นไปข้างหน้า"
หรือคุณกำลังโดน "ดอกเบี้ยทบต้นถอยหลัง" เล่นงาน และกัดกินเงินของคุณอยู่เรื่อย ๆ
ความแตกต่างของคนสองกลุ่มนี้ ไอน์สไตน์บอกไว้สั้นๆ คำเดียวครับ มันอยู่ที่ "การเรียนรู้"
ประโยชน์ของการทบต้นจะตกเป็นของผู้ที่ “เข้าใจมัน” ส่วนคนที่ไม่เข้าใจ ก็ต้องจ่ายราคาให้มันไปตลอดชีวิต
การเข้าใจเรื่องดอกเบี้ยทบต้นไปข้างหน้า จริงๆ มันเข้าใจได้ไม่ยากเลย แต่ก่อนจะไปถึงตรงนั้น
เรามาดู "อันตรายที่ซ่อนอยู่" ที่คุณอาจไม่ทันสังเกตกันก่อน
รัฐบาลบอกเราว่า อัตราเงินเฟ้อทั่วไปอยู่ที่ประมาณ 2-3% ใช่ไหมครับ?
ดังนั้น ถ้าเราทำผลตอบแทนได้ 6-8% จากกองทุนรวม เราก็ควรจะชนะระบบแล้วใช่ไหม?
คำตอบคือ "ผิดครับ!"
จริงๆ แล้ว ระบบธนาคารและรัฐบาลทั่วโลกกำลังพิมพ์เงินออกมาอย่างรวดเร็ว ปริมาณเงินในระบบมันมหาศาลจนการ "หยุดนิ่งอยู่กับที่" กลายเป็นการขาดทุนอย่างหนักโดยที่คุณไม่รู้ตัว
ทุกๆ วัน คุณกำลังจ่าย "ดอกเบี้ยทบต้น" ให้กับระบบอยู่ตลอดเวลาครับ
นี่คือเหตุผลที่ว่าทำไม ครึ่งหนึ่งของคนรุ่นเบบี้บูมเมอร์ ถึงไม่สามารถเกษียณได้อย่างสบายในวันนี้
ทั้ง ๆ ที่ในทางทฤษฎี ตัวเลขการลงทุนของพวกเขาดูเหมือนจะเติบโตขึ้นก็ตาม
นั่นคือวิธีที่คุณกำลัง "เสีย" ดอกเบี้ยทบต้นให้คนอื่น
แล้วเราจะเปลี่ยนมาเป็น "ผู้รับ" ดอกเบี้ยทบต้นมหาศาลนี้ได้ยังไง?
คำตอบไม่ใช่การไปไล่หา "เคล็ดลับเด็ดๆ" ตัวใหม่ตามหน้าฟีดครับ ไม่ใช่การ Scalping หรือเล่น Option
เพื่อเทรดรายวันกับสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงสูงพวกนั้นเลย แต่มันง่ายกว่านั้นมากครับ
มันคือการใช้ สินทรัพย์หลักที่คุณรู้จักดีอยู่แล้ว แต่เอามาจัดโครงสร้างการลงทุนที่แตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง
ที่ปรึกษาทางการเงินส่วนใหญ่ มักจะสอนให้คุณลงทุนแบบ "แนวราบ" (Horizontal) นั่นคือเหตุผลที่คุณต้องเหน็ดเหนื่อย ทำงานหนักขึ้นเรื่อย ๆ เพื่อไล่เก็บผลตอบแทนแค่อบอุ่นหัวใจที่ 6%, 8% หรืออย่างมากก็ 10%
ถ้าคุณโชคดีทำแบบนั้นได้
แต่นักลงทุนรายใหญ่ หรือกลุ่มคนที่เข้าใจเกมนี้จริงๆ เขาใช้กรอบการลงทุนแบบ "แนวตั้ง" (Vertical) ที่มีโครงสร้างชัดเจน ซึ่งสามารถสร้างผลตอบแทนได้สูงถึง 15%, 20% หรือแม้แต่ 30% ด้วยวิธีการออมระยะยาวอย่างสม่ำเสมอแบบ DCA
และนั่นอาจทำให้คุณบรรลุเป้าหมายการเกษียณได้จริงๆ ไม่ใช่แค่ฝันหวานไปวัน ๆ
และถ้าพูดถึงสินทรัพย์ทรงคุณค่าที่สุดชิ้นหนึ่งที่คุณ ต้องถือไว้ ในยุคนี้ มันคือ Bitcoin ครับ
ทำไมต้อง Bitcoin?
เพราะมันคือสินทรัพย์สัจจะที่มีจำนวนจำกัดอย่างสมบูรณ์แบบ และในอนาคตมันจะ "หายากมากๆ" ยิ่งเวลาผ่านไป การซัพพลายเงินเฟียตพิมพ์ออกมาเรื่อย ๆ แต่ Bitcoin กลับถูกจำกัดไว้แค่ 21 ล้านเหรียญเท่านั้น สิ่งนี้ยิ่งทำให้ Bitcoin มีค่ามากขึ้นเรื่อยๆ ในระยะยาว
ลองย้อนดูประวัติศาสตร์การเติบโตของมันสิครับ จากจุดเริ่มต้นในปี 2009 ที่ไม่มีมูลค่าเลย สู่ระดับเหรียญละไม่กี่เซนต์ จนเติบโตทะลุหลักหมื่น หลักแสนดอลลาร์ในปัจจุบัน อัตราการเติบโตเฉลี่ยทบต้นต่อปีของ Bitcoin
ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ชนะสินทรัพย์ทุกประเภทบนโลกนี้แบบขาดลอย มันคือเครื่องมือที่พิสูจน์แล้วว่าสามารถทำผลตอบแทนแบบ "แนวตั้ง" ให้กับคนที่ถือมันยาวๆ ได้จริง
ย้อนกลับไปที่คำพูดของไอน์สไตน์อีกครั้งครับ ความแตกต่างระหว่างคนที่มั่งคั่งขึ้นเรื่อย ๆ
กับคนที่เหนื่อยฟรีคืออะไร? มันอยู่ที่ "คนที่เข้าใจมัน" ครับ
การที่คุณเลือกที่จะเก็บสินทรัพย์ที่มีค่าและหายากอย่าง Bitcoin ไว้ในโครงสร้างที่ถูกต้อง
จะช่วยป้องกันไม่ให้แรงงานของคุณโดนเงินเฟียตกัดกิน
การที่คุณเลือกที่จะไม่ทำอะไรเลย หรือเลือกที่จะอยู่กับ "สถานะเดิม" ต่อไป นั่นไม่ได้แปลว่าคุณปลอดภัย
แต่มันหมายความว่า คุณกำลังยินยอมที่จะจ่ายดอกเบี้ยทบต้นให้คนอื่นต่อไปเรื่อย ๆ ต่างหาก
สวัสดีครับ
การลงทุน
พัฒนาตัวเอง
การเงิน
บันทึก
2
2
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย