2 ส.ค. เวลา 02:32 • การศึกษา

ท่านผู้หญิงยสวดี บูรณะสัมฤทธิ์ อัมพรไพศาล (พ.ศ 2450 - 2555) : ผู้ก่อตั้งโรงเรียนอัมพรไพศาล

---------------
   ท่านผู้หญิงยสวดี บูรณะสัมฤทธิ์ อัมพรไพศาล (สกุลเดิม "ผลาวสุ") เกิดเมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ.2450 ที่บ้านพักผู้พิพากษาศาลจังหวัด อำเภอเมืองแพร่ จังหวัดแพร่ เป็นบุตรคนที่ 2 ของพระยากุศะนเรศร์เรืองศิลป์ธรรมวิจินต์วิริยะสภาบดี (ย้อย ผลาวสุ) กับคุณหญิงกุศะนเรศร์เรืองศิลป์ฯ(ทรัพย์)
การศึกษาเบื้องต้นเรียนที่โรงเรียนครูวาด ในจังหวัดแพร่ เมื่อบิดาย้ายกลับเข้ามารับตำแหน่งผู้พิพากษาศาลอาญาในกรุงเทพฯ จึงเข้าเรียนที่โรงเรียนเบญจมราชาลัย จนอายุได้ 8 ขวบ จบชั้นมัธยมปีที่ 1 เมื่อพ.ศ 2458 บิดาได้ย้ายไปเป็นอธิบดีผู้พิพากษามณฑลอุดรธานี
เนื่องจากไม่มีชั้นเรียนมัธยมในโรงเรียนสตรี ของจังหวัดอุดรธานี จึงเข้าเรียนซ้ำชั้นประถมปีที่ 3 ที่โรงเรียนสตรีราชินูทิศ แล้วเข้าเรียนซ้ำชั้นมัธยมปีที่ 1 ที่โรงเรียนประจำมณฑล "อุดรพิทยานุกูล" ซึ่งเป็นโรงเรียนชาย สามารถสอบข้ามชั้นได้ เรียนเพียง 2 ปีก็จบชั้นมัธยมปีที่ 3
พ.ศ 2463 บิดามารับราชการที่กรุงเทพฯ ได้ เข้าเรียนที่โรงเรียนซานตาครูสคอนแวนต์ ซึ่งเป็นโรงเรียนประจำ สามารถสอบข้ามชั้นได้ทุกปี เรียนอยู่ 4 ปีครึ่งก็จบชั้น Standard VI อันเป็นชั้นสูงสุดของโรงเรียน ในพ.ศ 2467  จากนั้นบิดาได้ส่งไปเรียนชั้น Junior Class ที่ St. Paul's Institution ฮ่องกง พ.ศ 2468 สามารถสอบได้ชั้น Senior Honours โดยได้ Distinction ในวิชาภาษาอังกฤษ ภาษาฝรั่งเศส และการฝีมือ เพื่อนและครูชักชวนให้สมัครรับทุนไปเรียนต่อที่ประเทศอังกฤษ แต่บิดาล้มป่วยลง จึงเดินทางกลับประเทศไทย ในพ.ศ 2469
การศึกษาภาควิชาสามัญและวิชาชีพครู ของท่านผู้หญิงยสวดีเป็นการศึกษาด้วยตนเองทั้งสิ้น โดยสมัครสอบเทียบความรู้ชั้นมัธยมปีที่ 6 ได้ในพ.ศ 2471 และสอบเทียบชั้นมัธยมปีที่ 8 (ชั้นมัธยมบริบูรณ์ชาย) ได้ในพ.ศ 2472 ต่อมาในพ.ศ 2480 ก็สอบได้วิชาชุดครูพิเศษประถม(พ.ป.)และวิชาชุดครูพิเศษมัธยม (พ.ม.) ในพ.ศ 2483 ตามลำดับ
ท่านผู้หญิงยสวดี เริ่มเข้าสู่อาชีพครูครั้งแรกหลังเดินทางกลับจากฮ่องกง ในพ.ศ 2469  ที่โรงเรียนซานตาครูซคอนแวนต์ซึ่งเป็นโรงเรียนเดิมของตน ได้สอนวิชาภาษาอังกฤษ  ต่อมา พ.ศ.2471ย้ายไปสอนภาษาอังกฤษที่โรงเรียนเซนต์โยเซฟคอนแวนต์  แล้วย้ายไปสอนที่โรงเรียน เซนต์ฟรังซีสซาเวียร์คอนแวนต์ การสอนได้ผลเป็นที่ชื่นชอบของนักเรียน เพื่อนครู และท่านอธิการ ทำให้ท่านผู้หญิงยสวดีรู้สึกว่าตนชอบและถนัดในอาชีพครู มีความสามารถในการสอนและปกครองดูแลนักเรียน
แต่การประกอบอาชีพครูได้สะดุดหยุดลงเมื่อสมรสกับนาวาอากาศตรีหลวงอัมพรไพศาล ครูนักบินชื่อดัง ในปีพ.ศ 2476 และต่อมาปลายปี เดียวกัน สามีถูกพิษภัยทางการเมืองซ้ำซ้อน จนถูกศาลพิเศษพิพากษาจำคุก 12 ปี*
( นาวาอากาศตรีหลวงอัมพรไพศาล ได้รับคำสั่งจากผู้บังคับบัญชาให้ขับเครื่องบินบริพัตร ไปกราบบังคมทูลพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ที่พระราชวังไกลกังวล หัวหิน ในวันที่ 24 มิถุนายน พ.ศ 2475 ว่ามีการปฏิวัติยึดอำนาจการปกครอง  คณะราษฎร์ผู้ทำการปฏิวัติจะลงโทษ แต่พระยาพหลพลพยุหะเสนาห้ามไว้ เพราะเห็นว่าหลวงอัมพรไพศาลกระทำหน้าที่ตามคำสั่งผู้บังคับบัญชา ทำให้ท่านผู้หญิงยสวดีขณะนั้นเป็นคู่รักกันอยู่ ตัดสินใจสมรสกับหลวงอัมพรไพศาลเพราะความเห็นใจในต้นปีพ.ศ 2476
ต่อมาเกิดกบฏบวรเดช ในเดือนตุลาคม พ.ศ 2476 เนื่องจากพี่ชายเป็นนายทหารฝ่ายพระองค์เจ้าบวรเดช จึงถูกกล่าวหาว่าฝักใฝ่ฝ่ายกบฏ ถูกตัดสินจำคุก 12 ปี แต่ถูกจำคุกที่บางขวางเป็นเวลา 4 ปีกว่าก็ได้รับการปลดปล่อย ในพ.ศ 2481) ช่วงนั้นท่านผู้หญิงยศวดี จึงต้องลาออกจากครูไปช่วยมารดาดูแลกิจการโรงเลื่อยจักรที่ราชบุรี
เนื่องจากช่วงนั้นคุณหญิงยสวดีมีภาระต้องดูแลครอบครัวขนาดใหญ่ มีผู้ต้องเลี้ยงดูจำนวนมาก จำเป็นต้องมีรายได้ประจำมาเลี้ยงครอบครัว จึงสมัครเข้าเป็นครูอีกครั้ง ที่โรงเรียนราชินีบนในพ.ศ 2477 ผลการสอนดีเป็นที่น่าพอใจแก่อาจารย์ใหญ่มาก เพราะสามารถสอนแทนครูแหม่มที่ลาออกได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้นักเรียนสอบไล่ชั้นมัธยมปีที่ 8 ได้เป็นจำนวนมาก
แม้ในพ.ศ 2481 สามีได้รับการปลดปล่อย ท่านก็ยังไม่ลาออกจากครู จนกระทั่งพ.ศ 2487 ช่วงปลายสงครามมหาเอเชียบูรพา ฝ่ายสัมพันธมิตรทิ้งระเบิดที่กรุงเทพฯรุนแรงยิ่งขึ้น โรงเรียนราชินีบน ต้องย้ายไปทำการสอนชั่วคราวที่อำเภอผักไห่ พระนครศรีอยุธยา ท่านผู้หญิงยสวดีจึงลาออกจากการเป็นครูอีกครั้งหนึ่ง และกลับไปช่วยสามีดูแลกิจการโรงเลื่อยที่จังหวัดราชบุรี และที่อำเภออัมพวา จังหวัดสมุทรสงคราม
หลังจากหยุดพักการเป็นครูมาถึง 12 ปี จนในพ.ศ 2499 เจ้าของโรงเรียนวรวุฒิวิทยาลัย ซึ่งตั้งอยู่ที่ถนนพระอาทิตย์ อำเภอพระนคร ติดประกาศขายกิจการ ความรู้สึกอยากเป็นครูของท่านผู้หญิงยสวดีปะทุขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง ประกอบกับมีฐานะการเงินดีขึ้น คุณวุฒิทางวิชาชีพครูก็สูง ความรู้และประสบการณ์จากการเป็นครูโรงเรียนที่มีชื่อเสียงมาแล้วหลายแห่งเป็นเครื่องประกันความสำเร็จ  และสามารถเป็นได้ทั้งเจ้าของ ผู้จัดการ ครูใหญ่ และครูผู้สอนทุกหน้าที่ในเวลาเดียวกัน
จึงปรึกษากับสามี ตกลงขอซื้อกิจการของโรงเรียนนี้มาดำเนินการ ขณะกำลังดำเนินการซื้อขายกันอยู่ หลวงอัมพรไพศาลได้ถึงแก่กรรมกะทันหัน ด้วยอุบัติเหตุรถยนต์ ท่านผู้หญิงยสวดีจึงตัดสินใจ สานต่อปณิธาน โดยซื้อกิจการโรงเรียนวรวุฒิวิทยาลัย ในเดือนธันวาคม พ.ศ 2499 และเปลี่ยนชื่อเป็น "โรงเรียนอัมพรไพศาลอนุสรณ์" เพื่อเป็นอนุสรณ์แก่สามี
ด้วยความสามารถในการบริหารจัดการโรงเรียน ทำให้กิจการโรงเรียนได้รับความนิยมมากขึ้นอย่างรวดเร็ว จึงขยายกิจการ ในพ.ศ 2501 เริ่มก่อสร้างโรงเรียนอัมพรไพศาล ซอยรามบุตรี อำเภอพระนครขึ้นอีกแห่งหนึ่ง เมื่อก่อสร้างเสร็จในพ.ศ 2503 ก็ย้ายนักเรียนชั้นมัธยมจากถนนพระอาทิตย์ มาอยู่ที่ซอยรามบุตรี
เมื่อโรงเรียนมีชื่อเสียงเป็นที่นิยมของประชาชนจำนวนนักเรียนก็เพิ่มขึ้นมากทุกปี แต่ไม่มีที่ที่จะขยายต่อได้อีก ท่านผู้หญิงยสวดี จึงตัดสินใจสร้างโรงเรียนเพิ่มขึ้นอีกแห่งหนึ่งในพื้นที่กว่า 40 ไร่ที่อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี คือ "โรงเรียนอัมพรไพศาล" ปากเกร็ด เปิดทำการสอนมาตั้งแต่พ.ศ 2516 จนถึงปัจจุบัน เริ่มตั้งแต่ชั้นอนุบาลจนถึงชั้นมัธยมปีที่ 6 ทั้งยังเปิดรับนักเรียนประจำอีกด้วย
ท่านผู้หญิงยสวดี ได้ใช้เวลากว่าครึ่งชีวิตของท่านอยู่ในแวดวงการศึกษามาโดยตลอด ท่านได้ทุ่มเทให้กับการเรียนการสอนโดยเฉพาะทางด้านภาษาอังกฤษให้กับการพัฒนาการศึกษา การพัฒนาเด็กและเยาวชนให้เป็นบุคลากรที่ดีมีประโยชน์ต่อประเทศชาติ นอกจากพัฒนาด้านความรู้แล้ว ท่านยังเฝ้าอบรมสั่งสอนด้านคุณธรรม ศีลธรรม และจริยธรรมให้แก่ศิษย์ของท่านอย่างสม่ำเสมอ โดยเน้นความประพฤติอันดีงามแบบกุลสตรีไทย รักษาเอกลักษณ์ความเป็นไทย
ท่านได้ตั้งคำขวัญของโรงเรียน ให้ครู นักเรียน และลูกหลานถือปฏิบัติคือ "ขยัน ซื่อสัตย์ ประหยัด อดทน กตัญญูรู้คุณคน" โดยตัวท่านเองได้เป็นตัวอย่างที่ดีที่สุด เพราะท่านได้ยึดถือและปฏิบัติตามคำขวัญนี้ตลอดชีวิตของท่าน
ผลงานด้านแต่งแบบเรียน ท่านได้แต่งแบบเรียนภาษาอังกฤษเบื้องต้น ทั้งหมด 8 เล่ม สำหรับประกอบการเรียนในโรงเรียน เช่น แบบฝึกหัดเขียนอังกฤษเบื้องต้น  Correct Writing for Thai beginners Book 1, 2, 3 แบบหัดอ่านและหัดเขียนภาษาอังกฤษ แบบหัดอ่านภาษาอังกฤษชั้นประถม 5 ฯลฯ  ท่านยังได้แต่งตำราภาษาฝรั่งเศสสำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4-6 และแบบฝึกหัดคณิตศาสตร์เบื้องต้นสำหรับนักเรียนระดับประถมศึกษาอีกด้วย
นอกจากนี้ ท่านยังมีผลงานด้านวรรณกรรมภาษาไทย ที่พิมพ์เป็นเล่มชื่อ นิราศสามทวีป เอเชีย - อเมริกาเหนือ -ยุโรป และต่อมาได้แปลเป็นภาษาอังกฤษ เป็นประโยคสัมผัส(Verse) และยังแต่งโคลง ฉันท์ กาพย์ กลอน ในโอกาสและวาระสำคัญต่างๆไว้เป็นอันมาก
ท่านผู้หญิงยสวดีเป็นผู้ที่อุทิศตนให้แก่สังคมมากที่สุดคนหนึ่ง โดยเป็นประธาน เป็นกรรมการผู้ก่อตั้งมูลนิธิ ตั้งกองทุน มอบทุนเพื่อการกุศล ทั้งโรงพยาบาลรามาธิบดี โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย โรงพยาบาลโรคทรวงอก มหาวิทยาลัยมหิดล กระทรวงยุติธรรม เป็นต้น และบูรณะวัดต่างๆทั้งในกรุงเทพฯและต่างจังหวัดไม่น้อยกว่า 18 วัด รวมทั้งได้บริจาคทรัพย์ให้แก่สมาคม มูลนิธิ ชมรม และองค์กรต่างๆ เป็นรายเดือนมากมาย
เกียรติคุณที่ท่านได้รับยกย่อง เช่น พ.ศ 2540 ได้รับพระราชทานปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาการสอนภาษาอังกฤษ คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง พ.ศ 2555 ได้รับคัดเลือกเป็น"ครูคุณธรรมสตรีไทย" จากมูลนิธิ ดร.เทียม โชควัฒนา  พ.ศ 2555 คุรุสภา ประกาศยกย่อง เชิดชูเกียรติ ให้เป็นผู้มีคุณูปการต่อการศึกษาของชาติ เป็นต้น
ท่านผู้หญิงยสวดีสมรสกับนาวาอากาศตรีหลวงอัมพรไพศาล(กฤษณ์ บูรณะสัมฤทธิ์) มีบุตร 7 คนคือ ดร.จักรกฤษณ์, นางทิพย์สุดา ลัดพลี, นางพิจิตรา  เฮงสกุล นายกฤษณะพงษ์  ที่เสียชีวิตตั้งแต่เป็นเด็กได้แก่  เด็กชายอิสริยยศ, เด็กชายเกริกยศ และเด็กหญิง...
บั้นปลายชีวิตของท่านผู้หญิงยสวดี มีแต่ความสุข แวดล้อมไปด้วยลูกหลานและศิษย์  ความสุขที่ยิ่งใหญ่ของท่านคือการได้รับพระมหากรุณาธิคุณ จากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าฯให้เข้าเฝ้าพร้อมครอบครัวเป็นการส่วนพระองค์ทุกปี ตั้งแต่พ.ศ 2540 - 2552 ต่อมาเมื่อพระองค์ทรงพระประชวร ก็ยังทรงพระเมตตาโปรดเกล้าฯให้เข้าเฝ้าสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ  สยามบรมราชกุมารี แทนพระองค์
ท่านผู้หญิงยสวดี เป็นผู้ดูแลสุขภาพอนามัยของตนเป็นอย่างดี  จนกระทั่งวันที่ 5 พฤศจิกายน พ.ศ 2555 ขณะแต่งตัวจะไปโรงเรียนเพื่อให้โอวาทแก่นักเรียน ก็ล้มลงหมดสติไป แพทย์พยายามช่วยชีวิตแต่ไม่สำเร็จจึงถึงแก่อนิจกรรมในวันนั้นเอง สิริอายุได้ 105 ปี 6 เดือน 4 วัน
       ธเนศ ขำเกิด  สรุป เรียบเรียง
--------------------
cr. 1.ภาพและข้อมูลจากหนังสือประวัติครู ของคุรุสภา พ.ศ 2557  นายจรูญ มิลินทร์  ผู้เรียบเรียง
      2. หนังสือที่ระลึกในงานพระราชทานเพลิงศพท่านผู้หญิง
ยสวดี บูรณะสัมฤทธิ์ อัมพรไพศาล ป.ช., ป.ม., ท.จ.ว.  ณ เมรุหลวงหน้าพลับพลาอิสริยาภรณ์ วัดเทพศิรินทร์ วันพฤหัสบดีที่ 21 มีนาคม พุทธศักราช 2556
โฆษณา