วันนี้ เวลา 00:25 • ความคิดเห็น

บทเพลงและลำนำ คือจดหมายถึงลูกหลานในอนาคต

เมื่อเดือนที่แล้ว จู่ๆ "เนเน่ รอยัล" ก็โด่งดังเป็นพลุแตกหลังผ่านรอบออดิชั่นของรายการ America's Got Talent
1
น้องเลือกเล่นกีตาร์ไฟฟ้าและร้องเพลง Zombie ของวง The Cranberries
ซิงเกิ้ลเพลงนี้ถูกปล่อยออกมาตั้งแต่เดือนกันยายนปี 1994 จึงเป็นเพลงที่มีอายุ 32 ปี นับเป็นสองเท่าของอายุเนเน่
พระอาจารย์ไพศาล วิสาโล ได้พูดถึงเพลงนี้ในคลิป "ธรรมะจากซอมบี้" ว่า
"ซอมบี้เป็นเพลงต่อต้านนะ ประท้วงความรุนแรง แม้มันจะเป็นการประท้วงความรุนแรงระหว่างคนไอริชกับคนอังกฤษ แต่ที่จริงแล้วความหมายของเพลงนี้มันรวมไปถึงความรุนแรงที่เกิดขึ้นในที่ต่างๆ ทั่วโลกด้วย
แล้วมันมีเนื้อร้องที่เป็นท่อนฮุคนะ ก็คือท่อนที่บอกว่า 'ไม่ใช่ฉัน ไม่ใช่ครอบครัวของฉัน แต่มันอยู่ในหัวของคุณ'
(But you see, it's not me, it's not my family
In your head, in your head, they are fightin')
อันนี้คนก็ตีความแตกต่างกันไป แต่ถ้าจะตีความในแบบของอาตมา คนเขียนเพลงก็ต้องการบอกว่า ศัตรูของคนอังกฤษไม่ใช่ฉันซึ่งเป็นนักร้องชาวไอริช ไม่ใช่ครอบครัวของฉัน แต่มันอยู่ในหัวของคุณ...
มันก็เป็นการเตือนว่า ทุกวันนี้คนเรามองศัตรูอยู่ข้างนอก คนที่พูดคนละภาษา คนที่นับถือคนละศาสนา คนที่นับถืออุดมการณ์คนละอย่าง แต่ศัตรูที่แท้มันอยู่ในหัวของเรา คืออะไร คือความโกรธ ความเกลียด อคติ
คนเขียนเพลง-คนร้องเพลง ต้องการบอกว่าไอ้สิ่งนี้ สิ่งที่อยู่ในหัวของคุณ หรือสิ่งที่อยู่ในใจของคุณ คือศัตรูที่น่ากลัวที่สุด"
-----
ปลายปีนี้ "ปรายฝน" ลูกสาวของผมจะอายุครบ 11 ขวบ ส่วน "ใกล้รุ่ง" ลูกชายจะอายุครบ 9 ขวบ
ทั้งสองคนเรียนเปียโนมาได้หลายปีแล้ว โดยที่ผมกับภรรยาไม่ได้คาดหวังให้ไปสอบเลื่อนชั้นหรือลงรายการแข่งขันอะไร แค่รู้สึกว่าการที่พวกเขามีพื้นฐานทางดนตรีน่าจะเป็นสิ่งที่ดี
หลังจากที่ผมดูคลิปเนเน่ได้สองวัน ผมก็เปิดคลิปนั้นให้ทั้งสองคนดูบ้าง เพื่อให้เขาเห็นว่าเพดานนั้นสูงแค่ไหนสำหรับคนที่มีใจรักและขยันฝึกซ้อม
วันต่อมา ปรายฝนที่ไม่เคยเล่นกีตาร์มาก่อนในชีวิตก็เดินมาบอกผมว่าเขาอยากเล่นกีตาร์ไฟฟ้า ผมถามว่าเพราะดูเนเน่ใช่มั้ย ปรายฝนบอกว่าเปล่า เพียงแต่ช่วงหลังๆ เขาเห็นคนเล่นกีตาร์ไฟฟ้าคัฟเวอร์เพลงที่ปรายฝนชอบหลายเพลง
ผมก็เลยหยิบกีตาร์ไฟฟ้าออกมาจากกระเป๋า รวมถึงตู้แอมป์ขนาดเล็กที่เพิ่งซื้อมาไม่นาน ปรายฝนแปลกใจเพราะไม่เคยเห็นผมเล่นกีตาร์ไฟฟ้ามาก่อน
ปรายฝนเลยขอให้ผมสอนเพลงที่เหมาะกับกีตาร์ไฟฟ้าให้เขาสัก 1 เพลง ผมเลยตัดสินใจเลือกเพลง บุษบา ของวงโมเดิร์นด็อก มาสอนเขา เพราะมีแค่ 4 คอร์ด Bm / D / G / F# และเล่นแบบพาวเวอร์คอร์ดที่จับแค่สองเส้นได้ไม่ยากนัก
ผมเปิดเพลงบุษบาออกลำโพงบลูทูธ และเล่นกีตาร์ไฟฟ้าออกตู้แอมป์ไปพร้อมๆ กับเพลง
พอเพลงจบ ปรายฝนถามผมว่า มาลัยคืออะไร? ผมเลยอธิบายว่ามาลัยก็คือดอกไม้ที่เอามาร้อยเป็นพวงๆ จริงๆ ที่บ้านก็มีเอาพวงมาลัยมาไหว้พระอยู่บ้าง แต่ไม่ได้บ่อยและเขาคงไม่ทันสังเกต
แล้วผมก็อธิบายความหมายของเพลงว่า มีเด็กผู้หญิงคนหนึ่งชื่อบุษบา แล้วชอบไปเด็ดดอกไม้มาร้อยเป็นพวงมาลัย แต่วันหนึ่งดอกไม้ก็หายไปไหนไม่รู้
ก่อนจะมาถึงท่อนสุดท้ายที่ว่า
แล้วบุษบาก็พบว่าความจริงนั้น
โลกที่มันไม่มีดอกไม้เหลืออยู่
เพราะเธอเด็ดไปมากมายเท่าไหร่ก็ไม่รู้
เด็ดไปไม่เคยดู จะเหลืออยู่ได้อย่างไร
ปรายฝนที่โตพอจะรู้ว่า "ดอกไม้" เป็นเพียงตัวแทนของอะไรบางอย่าง ถึงกับอุทานออกมาว่า "The song's meaning is so peak!"
(เด็กเจน Alpha จะชอบใช้คำว่า peak เวลาชื่นชมอะไรสักอย่างว่าสุดยอด)
อาจจะด้วยความบังเอิญ "เสริมสุขภาพ" อัลบั้มแรกของวงโมเดิร์นด็อกที่มีเพลงบุษบานั้น วางแผงในเดือนกันยายน 1994 นั่นแปลว่า ทั้งบุษบาและ Zombie มีอายุเท่ากันพอดี
ตอนที่พี่ป๊อด ธนชัย อุชชิน แต่งเพลงนี้ขึ้นมา เขาคงจะไม่ได้จินตนาการเอาไว้เลยว่า อีกสามทศวรรษถัดมา เพลงนี้จะไปโดนเส้นเด็กสาววัยสิบขวบนิดๆ เข้าอย่างจัง
-----
อาจารย์ศิลป์ พีระศรี (ชื่อเดิม กอร์ราโด เฟโรชี) ผู้ก่อตั้งมหาวิทยาลัยศิลปากร มักจะหยิบยกคำพูดของ Hippocrates หมอชาวกรีกโบราณที่ว่า "Ars longa, Vita brevis"
ชีวิตคนเราแสนสั้น แต่ศิลปะนั้นยืนยาว
ไม่ว่าจะเป็นบทเพลงอย่างซอมบี้และบุษบา ที่เดินทางข้ามผ่านวันเวลามาถึงเนเน่และปรายฝน
รวมถึงรูปวาดและสถาปัตยกรรมต่างๆ ที่อยู่ยั้งยืนยงมาเป็นพันปี
และรวมถึงบางถ้อยคำ บางประโยคในหนังสือที่ถูกบันทึกไว้
แต่ถ้าให้ถามว่าศิลปะรูปแบบใดอยู่ยั้งยืนยงที่สุด ก็น่าจะเป็น "เพลง" หรือ "บทกวี" เพราะมันไม่ต้องอาศัย "ตัวกลางทางวัตถุ" ใดๆ
ไม่ต้องใช้กระดาษ ไม่ต้องใช้น้ำหมึก ไม่ต้องใช้อิฐหินปูนทราย ใช้เพียงถ้อยคำและท่วงทำนองที่ส่งต่อจากหนึ่งไปสู่ผู้คนได้อเนกอนันต์ เหมือนเพลง Happy Birthday ที่ร้องกันได้ทุกชาติ หรือบทสวดมนต์ที่ส่งต่อกันมาสองพันกว่าปี
-----
เมื่อวานนี้ผมเพิ่งได้ดู The Odyssey ของ Christopher Nolan
ฉากจบของหนัง 3 ชั่วโมง เป็นการออกเดินทางครั้งใหม่ของเพเนโลเป้และโอดิสซิอุส คู่สามีภรรยาที่จากกันมานานถึง 20 ปี
Penelope: Why will the stories only be sung?
Odysseus: Because song will be all they have to remember those of us who could write.
ทำไมเรื่องราวของสงครามเมืองทรอยถึงจะถูกกล่าวขานผ่านเพียงลำนำ?
เพราะบทเพลงจะเป็นวิธีเดียวเท่านั้นที่คนรุ่นต่อไปจะจดจำเราได้*
นึ่คือความมหัศจรรย์ของความคิดและความทรงจำที่ถูกส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่น เหมือนลำนำของสงครามเมืองทรอย เหมือน Zombie ในจิตใจ เหมือนดอกไม้ของบุษบา
บทเพลงและลำนำ คือจดหมายถึงลูกหลานในอนาคตครับ
------
* โอดิสซิอุสทำนายว่า หลังจบยุคสำริด (Bronze age) อารยธรรมจะถูกทำลายจนแทบไม่เหลือผู้คนที่อ่านออกเขียนได้
โฆษณา