2 ส.ค. เวลา 14:40 • สัตว์เลี้ยง

Helium 3 ep 11: THE DEVIL WORM (ภารกิจหนอนปีศาจ)

อีกด้านของดวงจันทร์ เราพบแร่ธาตุและก๊าซจำนวนมาก รวมถึงทรัพยากรหลากหลายชนิด
“Siam Nova Core” ยังคงสำรวจและพัฒนาพลังงานสะอาดสำหรับโลก เราหวังว่าจะได้เห็นทุกชีวิตเติบโตในอนาคต ไปพร้อมกับความก้าวหน้าของเทคโนโลยี AI และพลังงานสะอาด
ในห้วงลึกของหลุมอุกกาบาตบนดวงจันทร์ ภายใต้ฐานผลิตฮีเลียม-3 มีศูนย์วิจัยและพัฒนาสิ่งมีชีวิตในสภาพแวดล้อมสุดเลวร้าย
Halicephalobus mephisto “หนอนปีศาจ”
สิ่งมีชีวิตที่จะกลายเป็นความหวังในการปกป้องเมืองอินโนวาจากแผ่นดินไหว
(เสียงประชาสัมพันธ์จากจอสื่อสารภายในยาน Thai Helium Moon)
“ไลลา! ขอให้คุณกำหนดพิกัดการลงจอดของเรา ไปที่สถานี Multi-Sensor Earthquake Monitoring Center ศูนย์เฝ้าระวังแผ่นดินไหวด้วยเซ็นเซอร์หลายระบบ ใกล้รอยเลื่อนแม่จัน”
“กำหนดจุดลงจอด เป้าหมายภารกิจแรก ก่อนนำส่ง Helium-3 ไปยัง Innova City ซึ่งเป็นภารกิจหลักของการเดินทางกลับโลกครั้งนี้”
(กัปตันสันติกล่าวมอบหมายคำสั่งต่อผู้ช่วย)
ไลลา:
หนอนปีศาจจะช่วยทำนายแผ่นดินไหวได้จริงหรือคะ กัปตัน? (ไลลาเอ่ยถามสันติด้วยความสงสัย)
สันติ:
ผมไม่แน่ใจ แต่ปัญจาเชื่อว่า พวกมันอาจช่วยประเมินเปอร์เซ็นต์หรือโอกาสการเกิดแผ่นดินไหวระดับตื้นได้ และถ้าโชคดี เราอาจสามารถตรวจพบความผิดปกติที่เกี่ยวข้องกับระดับความลึกราว 10 กิโลเมตรใต้ดิน
ไลลา:
หนอนพวกนี้มันคือสัตว์ประหลาดตัวจิ๋ว เกิดบนโลก แต่เติบโตบนดวงจันทร์ และกำลังกลับมาช่วยโลก…
สันติ:
หนอนปีศาจที่เรากำลังนำส่งไปยังศูนย์เตือนภัยพิบัติเขตรอยเลื่อนแม่จัน เป็นชุดแรกและชุดเดียวที่ศูนย์วิจัยบนดวงจันทร์พัฒนาขึ้นสำเร็จ
เดิมทีมันมีต้นกำเนิดจากโลก มีความยาวเพียง 0.5 มิลลิเมตร และสามารถทนความร้อนได้ประมาณ 45 องศาเซลเซียส
ผมรู้เพียงว่า ปัญจาได้มอบหมายให้นักวิจัยพัฒนาสายพันธุ์หนอนปีศาจ ให้มีความยาวประมาณ 1 เซนติเมตร และสามารถอาศัยอยู่ในอุณหภูมิสูงกว่า 69 องศาเซลเซียส ใต้พื้นโลกลึกประมาณ 4 กิโลเมตร
มันคือหนอนปีศาจสายพันธุ์ใหม่ ที่ถูกพัฒนาให้สามารถดำรงชีวิตในสภาพแวดล้อมสุดโหดร้าย
(สันติอธิบายถึงสิ่งที่เป็นภารกิจของพวกเขาในวันนี้)
ไลลา:
มันจะกลายเป็นหนอนยักษ์ไหมคะ กัปตัน?
สันติ:
ฮ่า ๆ ๆ ผมเองก็ไม่แน่ใจ
แต่ปัญจาเชื่อว่า เรามีโอกาสประมาณ 70% ในการประเมินการเกิดแผ่นดินไหวระดับตื้น
มันฟังดูเหมือนนิยายวิทยาศาสตร์เลยนะ (สันติกล่าว)
ไลลา:
อนาคตเกิดจากการสร้างสรรค์ใช่ไหมคะ กัปตัน
หนูเคยอ่านเรื่องหนอนปีศาจของปัญจา ไม่คิดว่าอีกไม่กี่ปี มันจะกลายเป็นเรื่องจริง
สันติ:
ถึงเป้าหมายแล้ว…
ไลลา คุณแจ้งสถานีแม่จันเพื่อเตรียมลงจอด และส่งมอบหนอนจิ๋ว ปัญจารอเราอยู่ที่นั่น
ไลลา:
รับทราบค่ะ กัปตัน
เสียงคำราม “ฟู้วววว… ฟ้าวววว…”
ดังกึกก้องจากพลังงานเตาปฏิกรณ์ฮีเลียมของยาน Thai Helium Moon
ตรงลานจอดยาน เจ้าหน้าที่ภาคพื้นกำลังเตรียมขนย้ายอุปกรณ์จากยานขนส่ง
เพราะตั๋วเที่ยวกลับจากดวงจันทร์ คือความหวังของชาวเมืองอินโนวา
ปัญจา:
สวัสดีครับ กัปตันสันติ และไลลา
ผมคือปัญจา ตอนนี้คุณอยู่ที่ Multi-Sensor Earthquake Monitoring Center ศูนย์เฝ้าระวังแผ่นดินไหวด้วยเซ็นเซอร์หลายระบบ
ขอให้คุณทั้งสองนำส่งหนอนปีศาจไปที่อาคารจันทร์แจ่ม ชั้นใต้ดิน B7 และส่งมอบให้ผมด้วยตัวเอง ณ หลุมวิจัยแผ่นดินไหว
สันติ:
ยินดีครับ (สันติตอบรับคำเชิญของปัญจา)
นี่คือครั้งแรกที่สันติและไลลาจะได้เห็นหลุมเจาะขนาดใหญ่ ความกว้าง 1 เมตร และมีความลึกถึง 5 กิโลเมตร
หลุมนี้เจาะลึกลงไปในแนวรอยเลื่อนแม่จัน เป็นความลึกที่มนุษย์สามารถโรยตัวลงไปสำรวจได้ พร้อมอุปกรณ์ป้องกันและถังออกซิเจน
สันติ:
คุณอยากลงไปดูใต้โลกไหม ไลลา?
ที่นั่นอาจมีกระทะทองแดง ต้นงิ้ว หรือเครื่องมือสนองกรรมต่าง ๆ ให้เราทั้งคู่ได้ศึกษา
ไลลา:
ไม่ดีกว่าค่ะ กัปตัน ฮ่า ๆ ๆ (ไลลาตอบพร้อมหัวเราะ)
ฉันกลัวสถานที่ลึกแบบนั้นค่ะ มันเหมือนกับจิตใจของผู้คน สิ่งที่อยู่ข้างในอาจน่ากลัวไม่ต่างจากหลุมลึก
ทั้งคู่เดินลึกเข้าไปในอุโมงค์ขนาดใหญ่ มุ่งเข้าสู่เปลือกโลก ก่อนเข้าสู่โถงใต้ดินขนาดใหญ่ เท่าสนามบาสเก็ตบอล
กลางห้องโถงเต็มไปด้วยอุปกรณ์วิจัย เครื่องมือวิเคราะห์ และระบบเซ็นเซอร์ต่าง ๆ ที่ติดตั้งอยู่โดยรอบหลุมเจาะ
ปัญจา:
สวัสดีครับ สันติ ไลลา
(ปัญจากล่าวทักทายด้วยรอยยิ้ม ก่อนเอ่ยถาม)
สันติ:
สวัสดีครับ ปัญจา
ปัญจา:
นั่นคือหนอนปีศาจของเราใช่ไหม?
(ปัญจามองไปยังหลอดทดลอง ก่อนพูดต่อ)
วันนี้เราจะปล่อยมันลงไปที่ระดับความลึก 3–5 กิโลเมตร
มันจะช่วยบอกเราว่า ช่วงเวลาใดควรเฝ้าระวังความผิดปกติของแผ่นดินไหวในบริเวณนี้
หนอนเหล่านี้สามารถทนต่อความร้อนในระดับที่อาจเกิดการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิและก๊าซใต้ดิน บริเวณรอยแตกขนาดเล็กที่อยู่ลึกลงไปใต้พื้นโลก
เดี๋ยวผมจะพาคุณชมระบบโดยรอบ และคุณสามารถโรยตัวลงไปในหลุมได้
ตามผมมา…. ปัญจาชักชวน สันติและ ไลลา ต่อด้วยอธิบายถึงการทำงานของระบบ
สิ่งที่คุณเห็นรอบหลุมนี้ คือระบบเซ็นเซอร์ต่าง ๆ จากประเทศพันธมิตรของเรา ซึ่งร่วมกันแบ่งปันความรู้และเทคโนโลยีในการตรวจสอบ
ทั้งการเคลื่อนตัวของดิน หิน ความชื้น แรงดัน อุณหภูมิ และปัจจัยอื่น ๆ และนี่คือเซ็นเซอร์รุ่นใหม่ล่าสุด ที่เราพัฒนาขึ้นจากข้อมูลของหนอนปีศาจที่คุณนำกลับมาจากดวงจันทร์
ไลลา:
เรารู้ได้อย่างไรว่าบริเวณนี้มีโอกาสเกิดแผ่นดินไหว?
แล้วหนอนพวกนี้จะบอกเราได้อย่างไรคะ ปัญจา?
(ไลลาถามด้วยความสงสัย ท่ามกลางข้อมูลและเซ็นเซอร์จำนวนมาก)
ปัญจา:
หนอนเหล่านี้ถูกพัฒนาให้สามารถทนความร้อนได้สูงถึง 70 องศาเซลเซียส ขนาดตัวของมันใหญ่ขึ้นกว่าเดิมถึง 8 เท่า มันสามารถอาศัยอยู่ใต้ดินลึกประมาณ 5 กิโลเมตร และสามารถเคลื่อนที่ไปยังพื้นที่ต่าง ๆ ได้ เมื่อเกิดการเปลี่ยนแปลงของปัจจัยแวดล้อม
หนอนปีศาจสายพันที่เราพัฒนาจะอาศัยอยู่ใกล้ระบบภูเขาไฟใต้ดินได้
เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงสภาพการอาศัย อุณหภูมิและก๊าซใต้ดินที่เปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลัน
ถ้าอุณหภูมิสูงขึ้นเกินกว่าปกติ มันจะค่อย ๆ เคลื่อนตัวกลับขึ้นมาใกล้พื้นผิวโลก ในระดับอุณหภูมิประมาณ 40 องศา ซึ่งเป็นสภาพแวดล้อมที่มันชอบ
หากสภาพแวดล้อมรุนแรงเกินไป มันอาจตายหรือเปลี่ยนพื้นที่อยู่อาศัย นั่นคือเราจะรู้ได้เมื่อเหตุผิดปกติ
แม้แต่หนอนปีศาจที่ทรหดที่สุด ก็ไม่สามารถอยู่รอดได้ในสภาวะที่รุนแรงก่อนเกิดแผ่นดินไหว ซึ่งบริเวณใต้ดินอาจมีอุณหภูมิสูงกว่า 400 องศา
ก่อนจะถึงจุดนั้น หนอนปีศาจอาจช่วยแจ้งเตือนความผิดปกติได้ เหมือนมดอพยพก่อนฝนใหญ่ แมลงเม่าที่ออกบินเล่นไฟก่อนฝนตกหนัก  หรือ ปลาที่ว่ายทวนกระแสน้ำ
ถึงเราจะเรียกมันว่าหนอนปีศาจ มันยังต้องการเอาตัวรอด "แต่ไม่ใช่เพียงแค่หนอนเท่านั้น"
การติดตามพฤติกรรมของมันด้วยเซ็นเซอร์เฉพาะ และควบคุมข้อมูลด้วย AI จะช่วยเพิ่มโอกาสในการคาดการณ์ความเสี่ยงของแผ่นดินไหวในพื้นที่นี้
เราจะติดตามมันจากหลุมเจาะแห่งนี้
สันติ:
ว้าว...(สันติรู้สึกทึ่งกับความสามารถของหนอนปีศาจ)
ไลลา:
ฉันเริ่มชอบหนอนมากขึ้นแล้วค่ะ ปัญจา
(น้ำเสียงอ่อนโยนของไลลา สาวแรกรุ่นที่เคยหวาดกลัวหนอน มองไปยังหลอดทดลองที่มีหนอนปีศาจหลายสิบตัว)
สันติ:
เมื่อเราเจอหนอนในหลุมบริเวณที่มันเคลื่อนตัวขึ้นมา นั่นหมายความว่า แหล่งอาศัยเดิมของมันกำลังมีสภาพแวดล้อมที่อันตรายใช่ไหมครับ?
ปัญจา:
ใช่ครับ... หนอนปีศาจสายพันธุ์ดั้งเดิมอาศัยอยู่ลึกประมาณ 2 กิโลเมตรใต้ดิน แต่นั่นยังไม่ลึกพอสำหรับเป้าหมายของเรา
เราต้องการศึกษาบริเวณความลึกราว 5 กิโลเมตร เพื่อเข้าใกล้ระบบภูเขาไฟใต้ดิน หรือบริเวณรอยแยกที่อาจมีแรงดันและแรงเค้นมหาศาลสะสมอยู่
ไลลา:
ปัญจาคะ...
จริง ๆ แล้วสิ่งที่คุณกำลังตามหาคืออะไรกันแน่?
(ไลลาถาม เพราะรู้ว่าลึก ๆ แล้วปัญจายังมีบางสิ่งที่ต้องการค้นหาคำตอบ)
ปัญจา:
เราเข้าใจถึงกระบวนการเกิดแผ่นดินไหว
ทั้งความร้อน ความชื้น แรงดัน แรงเค้น การผุพัง และการเคลื่อนที่ของเปลือกโลก
รวมถึงการไหลของหินในชั้นแมนเทิล การเคลื่อนที่ของแมกมา ลาวา และแรงสั่นสะเทือน
แต่ผมยังตั้งคำถามว่า?
พลังงานชนิดใดกันแน่ ที่มีพลังมากพอจะทำให้เปลือกโลกเคลื่อนตัว?
ธาตุกัมมันตรังสีที่อยู่ใต้โลก มีความเข้มข้นระดับไหน จึงส่งผลทางอ้อมต่อกระบวนการ ดึงและดันของเปลือกโลก?
"แรงดึงจาก แรงโน้มถ่วง"
"แรงดันที่เกิดจากพลังงานความร้อน"
เราเข้าใจว่าการเปลี่ยนแปลงของมวลและน้ำหนัก สามารถเร่งกระบวนการดึงและดันของแผ่นเปลือกโลก
การมุดตัวของแผ่นเปลือกโลกเก่าในแต่ละพื้นที่ ล้วนปลดปล่อยพลังงานแตกต่างกัน
ทั้งหมดนี้เป็นกระบวนการที่ใช้เวลานับล้านปี กระบวนการเต่า ทำไมเร็วขึ้น?
บางช่วงเวลา บางครั้ง มันอาจถูกเร่งให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วและรุนแรงขึ้น
คลื่นความร้อนในอีกทวีปหนึ่ง
พายุฝนฟ้าคะนองอีกซีกโลก
การขุดเจาะเหมืองแร่ หลุมลึก มากมายบนโลก
เขือนหรืออ่างเก็บน้ำจำนวนมากที่น้ำเต็มจนล้นเพราะฝนตกหนักต่อเนื่อง
แม่น้ำสายใหญ่ทอดยาวข้ามภูมิภาคที่แห้งขอด
ก๊าซธรรมชาติ น้ำมันดิบ ที่เราสูบมาใช้สอย
แรงระเบิดจุดเล็กจากสงครามที่มีจำนวนมากและคร่าหลายชีวิต
คำถามคือ...
การสั่นไหวของโลกเกิดจากการมีพลังงานสะสมมากเกินไป
หรือเกิดจากการสูญเสียสมดุลของพลังงาน จากการใช้ทรัพยากร เช่น แร่ธาตุ ก๊าซธรรมชาติ และน้ำมันดิบของมนุษย์?
“แผ่นดินไหวที่บ่อยครั้งเหมือนเดิม เพิ่มเติมคือรุนแรงขึ้น” นี่คือสัญญาณเตือนที่หน้ากลัวกว่า”
คำถามที่ค้างอยู่ในใจผม “มนุษย์ผู้อาศัยเราทำอะไรลงไปกับโลกบ้าง”
เย้... สันติ ไลลา ! ทีมงานของเราได้ปล่อยหนอนปีศาจ ลงไปสู่หลุมเจาะเรียบร้อยแล้ว
มันจะอาศัยอยู่ใต้เท้าเรา 5 กิโลเมตร ลึกลงไปเหนือระบบภูเขาไฟใต้ดิน
หวังว่าหนอนพวกนี่จะแจ้งเตือนเราสำหรับสภาพเเวด ล้อมที่มันต้องเผชิญ ก่อนที่เราจะต้องรับมือกับแผ่นดินไหวในอนาคต...
ผมและชาว Inova city ขอขอบคุณ กัปตันสันติและลูกเรือสำหรับภารกิจนี้ครับ
"The Devil Worm" ภารกิจหนอนปีศาจ
โฆษณา