3 ส.ค. เวลา 00:00 • สุขภาพ

ความดันโลหิตสูง vs ต่ำ ต่างกันยังไง? อันไหนอันตรายกว่า

หลายคนสับสนระหว่างความดันโลหิตสูงกับความดันโลหิตต่ำ เพราะฟังดูเกี่ยวกับ "ความดัน" เหมือนกัน แต่จริงๆ แล้วสองภาวะนี้มีสาเหตุ อาการ และความเสี่ยงที่ต่างกันคนละขั้ว บางคนอาจไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าตัวเองมีความดันสูงเพราะไม่มีอาการเลย ในขณะที่บางคนแค่ลุกจากเตียงเร็วไปนิดเดียวก็หน้ามืดจนต้องนั่งพัก
บทความนี้จะพาไปดูให้ชัดๆ ว่าความดันโลหิตสูงกับต่ำต่างกันยังไง ใช้ค่าอะไรวินิจฉัย อาการเป็นแบบไหน แล้วสรุปแบบตรงไปตรงมาว่าอันไหนอันตรายกว่ากัน
ความดันโลหิตสูง ต่ำ ต่างกันยังไง ที่ค่าตัวเลข
จุดเริ่มต้นของความสับสนคือหลายคนไม่รู้ว่าตัวเลขความดันที่วัดได้บอกอะไร ค่าความดันโลหิตประกอบด้วยสองตัวเลข คือ Systolic (ตัวบน) ซึ่งคือแรงดันในหลอดเลือดขณะหัวใจบีบตัว และ Diastolic (ตัวล่าง) คือแรงดันขณะหัวใจคลายตัว
ความดันปกติอยู่ที่ต่ำกว่า 120/80 มิลลิเมตรปรอท เมื่อค่าความดันเพิ่มขึ้นถึง 130/80 มิลลิเมตรปรอทขึ้นไป จะถือว่าเข้าเกณฑ์ความดันโลหิตสูง หรือ Hypertension ในทางกลับกัน หากความดันต่ำกว่า 90/60 มิลลิเมตรปรอท จะจัดอยู่ในกลุ่มความดันโลหิตต่ำ หรือ Hypotension
ตัวเลขเหล่านี้ไม่ใช่แค่ตัวชี้วัดในห้องตรวจ แต่เป็นสัญญาณที่บอกว่าระบบไหลเวียนเลือดในร่างกายกำลังทำงานหนักเกินไปหรือไม่เพียงพอ ทั้งสองสถานการณ์ล้วนส่งผลต่ออวัยวะสำคัญอย่างสมอง หัวใจ และไต แม้จะเป็นคนละทิศทางกันก็ตาม
อาการต่างกันยังไง ความดันสูง vs ความดันต่ำ
อีกจุดที่แยกสองภาวะนี้ออกจากกันได้ชัดเจนคืออาการที่ปรากฏ และนี่คือจุดที่หลายคนมองข้ามความดันสูงเพราะมันมักจะเงียบเสียจนไม่รู้ตัว
ความดันโลหิตสูงมีอาการอะไรบ้าง
ผู้ที่มีความดันโลหิตสูงในระยะแรกส่วนใหญ่มักไม่แสดงอาการใดๆ เลย ซึ่งเป็นเหตุผลที่วงการแพทย์เรียกภาวะนี้ว่านักฆ่าเงียบ อย่างไรก็ตาม เมื่อความดันสูงถึงระดับหนึ่งอาจเริ่มมีสัญญาณเตือนดังนี้
ปวดศีรษะ โดยเฉพาะบริเวณท้ายทอยซึ่งเป็นตำแหน่งที่พบได้บ่อย
ตาพร่ามัว มองเห็นภาพไม่ชัดเจนเป็นบางช่วง
แน่นหน้าอกหรือหายใจลำบากในรายที่ความดันสูงรุนแรง
หลายรายตรวจพบโดยบังเอิญจากการตรวจสุขภาพประจำปีเท่านั้น
ความดันโลหิตต่ำมีอาการอะไรบ้าง
ต่างจากความดันสูงตรงที่ความดันต่ำมักแสดงอาการให้เห็นได้ชัดเจนกว่า โดยเฉพาะเมื่อร่างกายเปลี่ยนท่าทางกะทันหัน
เวียนศีรษะ หน้ามืด โดยเฉพาะเมื่อลุกยืนเร็วเกินไป
เป็นลมหรือหมดสติชั่วคราวในรายที่ความดันตกมาก
อ่อนเพลีย ตัวเย็น มีเหงื่อออกร่วมด้วย
มองเห็นภาพซ้อนหรือภาพมัวชั่วขณะหนึ่ง
ความดันสูงหรือความดันต่ำ อันไหนอันตรายกว่ากัน
คำถามนี้ตอบตรงๆ ได้ว่าขึ้นอยู่กับมุมมองเรื่องเวลา ถ้ามองในภาพรวมระยะยาว ความดันโลหิตสูงอันตรายกว่าอย่างชัดเจน เพราะเป็นภาวะเรื้อรังที่ค่อยๆ ทำลายผนังหลอดเลือดและอวัยวะสำคัญไปทีละน้อยโดยไม่ส่งสัญญาณเตือนที่ชัดเจน กว่าจะรู้ตัวก็อาจนำไปสู่โรคหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง หรือไตวายไปแล้ว
แต่นั่นไม่ได้แปลว่าความดันต่ำไม่อันตราย ในสถานการณ์เฉียบพลันความดันต่ำสามารถก่อให้เกิดอันตรายได้ทันที เช่น การหน้ามืดเป็นลมขณะขับรถหรือขณะเดินขึ้นบันได อาจนำไปสู่อุบัติเหตุหรือการบาดเจ็บรุนแรงโดยไม่ทันตั้งตัว หรือในกรณีที่ความดันต่ำเกิดจากการเสียเลือดมากหรือภาวะช็อก ก็ถือเป็นภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ที่ต้องได้รับการรักษาทันที
สรุปให้เข้าใจง่ายคือ ความดันสูงอันตรายกว่าในระยะยาวแบบสะสม ส่วนความดันต่ำอันตรายกว่าในสถานการณ์เฉียบพลันเฉพาะจุด ทั้งสองภาวะจึงไม่ควรมองข้ามภาวะใดภาวะหนึ่ง
ความดันขึ้นลงผิดปกติ สัญญาณที่ไม่ควรมองข้าม
นอกจากความดันสูงหรือต่ำแบบต่อเนื่องแล้ว ยังมีอีกกลุ่มที่ความดันไม่คงที่ ขึ้นๆ ลงๆ สลับกันระหว่างสูงและต่ำภายในวันเดียวกัน ซึ่งเป็นสัญญาณที่ไม่ควรปล่อยผ่าน
ภาวะความดันแปรปรวนสูง หรือที่เรียกว่า Blood Pressure Variability มีความสัมพันธ์กับความเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือดที่เพิ่มขึ้น แม้ค่าเฉลี่ยความดันจะยังอยู่ในเกณฑ์ปกติก็ตาม สาเหตุอาจมาจากการใช้ยาลดความดันในขนาดที่ไม่เหมาะสมจนทำให้ความดันตกต่ำเกินไปในบางช่วงเวลา หรืออาจสัมพันธ์กับความผิดปกติของระบบประสาทอัตโนมัติ หรือโรคหัวใจบางชนิด
ผู้ที่มีอาการความดันขึ้นลงผิดปกติควรวัดความดันและบันทึกอย่างสม่ำเสมอ พร้อมปรึกษาแพทย์เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงและปรับแนวทางการรักษาให้เหมาะสมกับร่างกายของตัวเอง
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับความดันสูงและความดันต่ำ
ความดันโลหิตสูงกับต่ำ อันไหนพบบ่อยกว่ากัน
ความดันโลหิตสูงพบบ่อยกว่ามาก โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ใหญ่และผู้สูงอายุ ขณะที่ความดันต่ำมักพบเฉพาะในบางกลุ่ม เช่น ผู้ที่ร่างกายขาดน้ำ หรือมีภาวะทางการแพทย์บางอย่างร่วมด้วย
ความดันต่ำอันตรายถึงชีวิตหรือไม่
โดยทั่วไปความดันต่ำมักไม่อันตรายถึงชีวิตหากไม่มีอาการรุนแรงร่วมด้วย แต่หากความดันต่ำมากจนเกิดภาวะช็อกหรือเป็นลมบ่อยครั้ง ควรพบแพทย์ทันทีเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง
ทำไมความดันสูงถึงมักไม่ค่อยแสดงอาการ
เพราะร่างกายจะค่อยๆ ปรับตัวให้ชินกับความดันที่สูงขึ้นทีละน้อยอย่างช้าๆ ทำให้ไม่รู้สึกผิดปกติจนกว่าอาการจะรุนแรงหรือเกิดภาวะแทรกซ้อนขึ้นแล้ว จึงเป็นที่มาของฉายา นักฆ่าเงียบ
ความดันสูงกับความดันต่ำรักษาด้วยวิธีเดียวกันได้หรือไม่
ไม่ได้ เพราะแนวทางการรักษาของทั้งสองภาวะตรงข้ามกันโดยสิ้นเชิง ความดันสูงเน้นการลดความดันด้วยยาและการปรับพฤติกรรมการใช้ชีวิต ส่วนความดันต่ำเน้นการเพิ่มปริมาณน้ำในร่างกายและรักษาสาเหตุที่ทำให้ความดันตก
ช่วงวัยไหนเสี่ยงความดันต่ำมากที่สุด
ผู้สูงอายุมีความเสี่ยงต่อภาวะความดันต่ำขณะเปลี่ยนท่าทาง หรือ Orthostatic Hypotension สูงกว่าวัยอื่นอย่างชัดเจน เนื่องจากระบบควบคุมความดันโลหิตของร่างกายตอบสนองช้าลงตามอายุที่เพิ่มขึ้น
โดยสรุปแล้ว ความดันโลหิตสูงกับความดันโลหิตต่ำต่างกันทั้งค่าตัวเลขที่ใช้วินิจฉัย อาการที่แสดงออก และแนวทางการดูแลรักษา การเข้าใจความแตกต่างเหล่านี้จะช่วยให้สังเกตความผิดปกติของตัวเองได้แม่นยำขึ้น และรู้ว่าเมื่อไหร่ควรไปพบแพทย์ก่อนที่จะสายเกินไป
🎯 ติดตามเรื่องราวดีๆ แบบนี้ต่อได้ที่
📖 อ่านบทความฉบับเต็ม: https://healthntier.com/blog/high-vs-low-blood-pressure
🌐 เว็บไซต์หลัก: https://healthntier.com
📲 Line Official: @561aszhq
โฆษณา