Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
3I/ATLAS ไทยๆ
•
ติดตาม
3 ส.ค. เวลา 00:00 • วิทยาศาสตร์ & เทคโนโลยี
🛰️ บันทึกหน้าประวัติศาสตร์อวกาศ! JAXA/Hayabusa2 สร้างสถิติใหม่ บินเฉียดดาวเคราะห์น้อยด้วยความเร็วระดับไฮเปอร์โซนิก 💨
🗓️ เมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม 2026 สำนักงานสำรวจอวกาศแห่งญี่ปุ่น (Japan Aerospace Exploration Agency - JAXA) 🇯🇵 ได้ประกาศความสำเร็จที่สำคัญอย่างเป็นทางการ ของยานสำรวจอวกาศฮายาบูสะทู (Hayausa2) ในภารกิจขยายเวลา (Extended Missions) ซึ่งเป็นการสร้างสถิติใหม่ในการบินโฉบ (Flyby) ผ่านดาวเคราะห์น้อยในระยะที่ใกล้ที่สุดด้วยความเร็วที่สูงมาก พร้อมทั้งถ่ายภาพกลับมาได้ อย่างที่ไม่เคยมียานลำไหนทำได้มาก่อน
⏰ สรุปเหตุการณ์สำคัญของปฏิบัติการในครั้งนี้🚩
▫️กลางเดือนมิถุนายน 2026: ยานเปิดอุปกรณ์วิทยาศาสตร์ต่างๆ บนยานเพื่อเริ่มปฏิบัติการนี้ โดยเป็นการสังเกตการณ์ระยะไกล
▫️20 มิถุนายน 2026: กล้อง ONC-T สามารถถ่ายภาพดาวเคราะห์น้อยโทริฟุเนะ (Torifune) ได้โดยตรงเป็นครั้งแรก
▫️1~5 กรกฎาคม 2026: ยานทำการปรับแก้เส้นทางโคจรอย่างต่อเนื่องถึง 3 ครั้ง เพื่อให้เข้าใกล้เป้าหมายอย่างแม่นยำที่สุด
▫️5 กรกฎาคม 2026 (เวลา 18:30 ตามเวลาของประเทศญี่ปุ่น 🇯🇵): ยาน Hayabusa2 บินผ่านจุดที่ใกล้ที่สุด (Closest Approach) โดยมีรายละเอียดดังนี้:
📏 ระยะห่างจากศูนย์กลางมวลของ Torifune: ประมาณ 744 เมตร
📏 ระยะห่างจากพื้นผิวของ Torifune: ประมาณ 400 เมตร (ประมาณ 4 สนามฟุตบอลต่อกัน) ซึ่งใกล้มากในและเสี่ยงต่อการพุ่งชน ถ้าคำนวณองศาผิดนิดเดียว
🚀 ความเร็วในการบินโฉบ: มากกว่า 18,000 กิโลเมตรต่อชั่วโมง (หรือประมาณ 5 กิโลเมตรต่อวินาที) ซึ่งเร็วมาก
🎯 ความสำเร็จครั้งแรกของโลก: การวัดระยะด้วยเลเซอร์ขณะบินโฉบ 🛰️
🚩 ในภารกิจนี้ JAXA ประสบความสำเร็จในการใช้เครื่องมือ LIDAR (Laser Altimeter) บนยาน Hayabusa2 วัดระยะห่างระหว่างยานกับดาวเคราะห์น้อยขณะทำการบินโฉบได้เป็นครั้งแรกของโลก
🚀 ซึ่งเป็นความท้าทายที่ยากมาก เนื่องจากยานเคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูงมาก ระดับ "ไฮเปอร์โซนิก" (Hypersonic Speed) บวกกับระยะห่างที่เฉียดผิวไปเพียง 400 เมตร และเป้าหมายมีขนาดเล็กและค่อนข้างมืด ทำให้กล้องนำทางออปติคัล (ONC-T) ต้องทำการหมุนตัว ยิงเลเซอร์วัดระยะทาง และบันทึกภาพเพื่อเก็บข้อมูล ภายในเวลาเพียงแค่ 1~2 วินาทีเท่านั้น ก่อนที่ดาวเคราะห์น้อยจะเคลื่อนผ่านหายไปจากสายตาอย่างรวดเร็ว
🚩ความสำเร็จในครั้งนี้พิสูจน์ให้เห็นถึงความอัจฉริยะและความสามารถของระบบอัตโนมัติบนยาน Hayabusa2 ที่พัฒนาโดย JAXA ได้อย่างชัดเจน
📐 ข้อมูลจากการวัดระยะด้วยเลเซอร์ของ Hayabusa2 ช่วยให้นักวิทยาศาสตร์สามารถระบุขนาดและตำแหน่งของดาวเคราะห์น้อยได้อย่างแม่นยำสูงมาก โดยพบว่า ความผิดพลาดหรือความเบี่ยงเบนของตำแหน่งจากการเคลื่อนที่ทั้งหมด ลดลงจาก 49.5 กิโลเมตร เหลือเพียง 0.78 กิโลเมตรหลังการบินโฉบ (ลดลงถึง ~98% เลยทีเดียวด้วย LIDAR)
🪨 เหตุการณ์นี้เกิดห่างจากโลก ~100 ล้านกิโลเมตร (~0.67 AU) และห่างจากดวงอาทิตย์ ~121 ล้านกิโลเมตร (~0.81 AU) ดังนั้น การสื่อสารและโปรแกรมคำสั่งจาก JAXA ไปที่ Hayabusa2 ด้วยคลื่นวิทยุจะใช้เวลาไป-กลับ ประมาณ 11 นาทีกว่า
⚙️ คุณสมบัติเด่นและขีดความสามารถของอุปกรณ์บนยาน Hayabusa2 🛠️
🔭 กล้องบนยาน Hayabusa2 ที่ใช้ในการถ่ายภาพดาวเคราะห์น้อย Torifune มีชื่อว่า ONC-T (Optical Navigation Camera - Telescopic) เป็นกล้องถ่ายภาพระยะไกล (Telescopic) ที่ถูกออกแบบมาเพื่อภารกิจทางวิทยาศาสตร์และการนำทางอวกาศโดยเฉพาะ มีคุณสมบัติเด่นดังนี้:
👓 เลนส์ประสิทธิภาพสูง (Telephoto Lens): มีมุมมองภาพแคบเพียง 6.35 องศา × 6.35 องศา (FoV 6.35°× 6.35°) และมีขนาดเซ็นเซอร์ 1,024×1,024 (Pixel count 1024×1024) ช่วยให้สามารถส่องเห็นและขยายภาพวัตถุขนาดเล็กจากระยะไกลได้อย่างคมชัด
🌈 ตัวกรองแสง 7 สี (7-band Color Filters): แม้ภาพนำทางทั่วไปจะเป็นขาวดำ แต่กล้องนี้มีล้อหมุนฟิลเตอร์แสง 7 ช่วงความยาวคลื่น (รวมช่วงแสงอินฟราเรดใกล้) เพื่อวิเคราะห์องค์ประกอบแร่ธาตุและประเภทของหินบนพื้นผิวอุกกาบาต
📸 ระบบปรับชัตเตอร์สปีดและค่าแสงอัจฉริยะ (Dynamic Exposure): สามารถปรับเวลาการเปิดรับแสง (Exposure Time) ได้อย่างรวดเร็ว เพื่อป้องกันปัญหาภาพเบลอ (Motion Blur) จากความเร็วสัมพัทธ์ที่สูงถึง 18,000 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
💻 ทำงานร่วมกับระบบติดตามอัตโนมัติ: ตัวกล้องทำงานประสานกับระบบนำทางอัตโนมัติของยาน ทำให้หมุนหันตาม (Tracking) เพื่อล็อกเป้าหมายดาวเคราะห์น้อยให้อยู่ตรงกลางภาพได้ในเสี้ยววินาทีที่บินโฉบผ่าน
🌡️ นอกจากนี้ยังมี TIR (Thermal InfraRed Imager) เป็นกล้องวัดอุณหภูมิพื้นผิวที่ช่วงความยาวคลื่น 8~12 μm มีมุมมองภาพ 16 องศา × 12 องศา (FoV 16°×12°) และมีขนาดเซ็นเซอร์ 328×248 (Pixel count 328×248) และ 🌈 กล้อง NIRS3 (Near-Infrared Spectrometer) ซึ่งใช้วิเคราะห์องค์ประกอบทางเคมีในช่วงความยาวคลื่น 1.8~3.2 μm ที่ความละเอียด 20 nm เช่น 💧 น้ำ หรือ กลุ่มไฮดรอกซิล (-OH) มีมุมมองภาพ 0.1 องศา (FoV 0.1°)
🪨 เผยโฉม "มนุษย์หิมะ" แห่งอวกาศ⛄
📷 ภาพถ่ายจากกล้อง ONC-T และกล้องอินฟราเรด (TIR) เผยให้เห็นว่า Torifune มีลักษณะที่แปลกตา โดยมีรูปร่างคล้ายกับ "มนุษย์หิมะ" (Snowman) ⛄ หรือ "ถั่วลิสง" 🥜 ซึ่งทางดาราศาสตร์เรียกว่า "Contact Binary" หรือเทหวัตถุสองชิ้นที่เคลื่อนที่มาชนกันช้าๆ แล้วติดหนึบกลายเป็นชิ้นเดียว
▫️การค้นพบ: ถูกพบครั้งแรกเมื่อวันที่ 3 ก.พ. 2001 โดยโครงการวิจัยดาวเคราะห์น้อยใกล้โลกลินคอลน์ (Lincoln Near-Earth Asteroid Research Project), New Mexico, USA
▫️ชื่อ: หลังจากถูกค้นพบไม่กี่วัน Minor Planet Center (MPC) ซึ่งเป็นหน่วยงานที่ทำหน้าที่สังเกตการณ์และรายงานเกี่ยวกับดาวเคราะห์น้อยภายใต้การกำกับดูแลของสหพันธ์ดาราศาสตร์สากล (IAU) ก็ตั้งชื่อชั่วคราวให้มันว่า “2001 CC21” เมื่อวันที่ 9 ก.พ. 2001 และต่อมา MPC ก็ได้เปลี่ยนเป็นชื่อถาวรแบบหมายเลขดาวเคราะห์น้อย ว่า “98943” เมื่อวันที่ 24 ก.พ. 2005
📚 เมื่อ JAXA มีการประกาศขยายเวลาภารกิจของ Hayabusa2 ทาง JAXA ได้จัดให้มีแคมเปญการตั้งชื่อดาวเคราะห์น้อยนี้ขึ้นอีกครั้งภายในประเทศญี่ปุ่น จนสุดท้ายได้ชื่อว่า “Torifune” (โทริฟุเนะ) และประกาศใช้อย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 23 ก.ย. 2024 และในตอนนี้บางครั้งก็มีการใช้ชื่อร่วมกันว่า “98943 Torifune” เพื่อให้ง่ายต่อความเข้าใจ
▫️ชื่อ Torifune: ย่อมาจาก Ame-no-torifune (อะเมโนะโทริฟุเนะ) ซึ่งเป็นชื่อของเทพเจ้าในตำนานของญี่ปุ่นและยังหมายถึงชื่อของเรือที่เทพเจ้าองค์นี้ทรงประทับด้วย ถือเป็นเทพเจ้าแห่งเรือในตำนานของญี่ปุ่น ที่มีความหมายถึง การเดินทางข้ามทะเลอย่างปลอดภัยด้วยความรวดเร็วดั่งนกและแข็งแกร่งดั่งหิน
▫️ขนาดโดยประมาณ: มีความยาวทางยาว ~840 เมตร และทางแกนสั้น ~340 เมตร
▫️การหมุนรอบตัวเอง (Rotation): หมุนรอบตัวเองครบรอบทุก ๆ ประมาณ 5.02 ชั่วโมง
▫️คาบเวลาโคจรรอบดวงอาทิตย์: 1.05 ปี หรือ 383.1 วัน
▫️ความสว่าง (Brightness): มีค่าความสว่างสัมบูรณ์ (Absolute Magnitude) อยู่ที่ 18.78 เมื่อมองจากโลก ซึ่งถือว่าค่อนข้างมืดและสะท้อนแสงได้น้อยมาก ทำให้นักวิทยาศาสตร์บนโลกตรวจจับและคำนวณเส้นทางได้ยากมากในช่วงแรก
▫️ประเภทดาวเคราะห์น้อย:
💫 ถ้าพิจารณาตามวงโคจร มันถูกจัดอยู่ในกลุ่มใกล้โลก (Near-Earth
Asteroids: NEAs ซึ่งจุดที่เข้าใกล้ดวงอาทิตย์มากที่สุดไม่เกิน 1.3 AU) และเป็น NEA แบบ Apollo คือมีวงโคจรใหญ่กว่าโลกแต่มีบางจังหวะที่เข้าใกล้ดาวอาทิตย์โดยตัดผ่านวงโคจรของโลก
🪨 ถ้าพิจารณาตามองค์ประกอบทางแร่ธาตุ มันเป็นดาวเคราะห์น้อยแบบ S-Type ซึ่งประกอบด้วยหิน หินซิลิเกต และเหล็ก-นิกเกิลผสมอยู่ สะท้อนแสงได้ปานกลาง (~20%)
🥜 และถ้าพิจารณาตามลักษณะรูปร่างทางกายภาพ มันอยู่ในกลุ่ม Rubble Pile (กองเศษหิน) นั่นคือดาวเคราะห์น้อยที่ไม่ได้เป็นเนื้อเดียวกัน แต่เกิดจากเศษหิน หลุมอุกกาบาต หรือฝุ่นอวกาศมารวมตัวกันหลวมๆ ด้วยแรงโน้มถ่วงอันน้อยนิด ภายในจะมีช่องว่างโพรงอากาศเยอะมาก เป็นต้น
⏰ ประวัติโครงการ Hayabusa2 🛰️
🚀 หลังจากที่ Hayabusa1 ได้ปล่อยแคปซูลที่บรรจุตัวอย่างหินซึ่งเก็บมาจากดาวเคราะห์น้อยอิโตกาวะ (25143 Itokawa) ออกมาแล้ว ระหว่างกลับมาถึงโลก ด้วยความเสียหายจากภารกิจตลอด 7 ปี (2003~2010) รวมถึงไม่มีเชื้อเพลิงเหลือพอที่จะปรับวงโคจรเพื่อหนีโลก มันจึงพุ่งเข้าสู่ชั้นบรรยากาศโลกเหนือท้องฟ้าประเทศออสเตรเลีย และเผาไหม้สลายตัวไปในบรรยากาศทั้งหมด เมื่อวันที่ 13 มิ.ย. 2010 🔥 หลังจากนั้น Hayabusa2 ก็ถูกสร้างขึ้นโดยปรับปรุงแก้ไขข้อบกพร่องที่พบในรุ่นแรก โดยมี timeline คร่าวๆ ดังนี้:
▫️ธันวาคม 2014: ยานถูกส่งขึ้นสู่อวกาศด้วยจรวด H-IIA จากศูนย์อวกาศทาเนกาชิมะ
▫️มิถุนายน 2018: ยานเดินทางถึงดาวเคราะห์น้อยเป้าหมายแรกคือ ริวกุ (Ryugu)
▫️มิถุนายน 2018 ~ พฤศจิกายน 2019): เข้าใกล้ ลงจอด และเก็บตัวอย่างจากดาวเคราะห์น้อย ริวกุ (Ryugu) (ภารกิจหลัก)
▫️ธันวาคม 2020: ยานบินกลับมาเฉียดโลกและหย่อนแคปซูลบรรจุตัวอย่างหินจากดาวเคราะห์น้อย Ryugu ลงสู่พื้นผิวโลก ณ ประเทศออสเตรเลียอย่างปลอดภัย
▫️กรกฎาคม 2026 (ที่เพิ่งผ่านมา): บินเฉียดดาวเคราะห์น้อย Torifune ด้วยความเร็วสูง เพื่อทดสอบระบบนำทางความเร็วสูงและถ่ายภาพโครงสร้าง "ตุ๊กตาหิมะ" (ภารกิจขยาย Extended Missions)
▫️ปี 2027 และ 2028: กำหนดการบินเฉียดโลก (Earth Swing-by) เพื่อเพิ่มความเร็วและปรับระนาบวงโคจร
▫️กรกฎาคม 2031 (เป้าหมายสุดท้าย): กำหนดการเดินทางไปนัดพบและโคจรรอบดาวเคราะห์น้อยจิ๋ว 1998 KY26 ซึ่งหมุนรอบตัวเองเร็วจัด เพื่อศึกษาโครงสร้างหินอวกาศขนาดเล็กที่มีโอกาสพุ่งชนโลกได้บ่อยที่สุด
🛰️ ทำไม Hayabusa2 ถึงสามารถขยายภารกิจได้ (Extended Missions)? 🤔
🚀 ยาน Hayabusa2 มีการปรับปรุงด้านเครื่องยนต์โดยเปลี่ยนไปใช้เครื่องยนต์ไอออน (Ion Engines) ที่ใช้ก๊าซซีนอน (Xenon) เป็นเชื้อเพลิง ซึ่งประหยัดมากกว่ารุ่นแรก
💊 หลังจากมันได้ส่งแคปซูลตัวอย่างหินจากดาวเคราะห์น้อย Ryugu กลับโลกในปี 2020 ยานยังมีเชื้อเพลิงไอออน (Xenon) เหลืออยู่ประมาณครึ่งหนึ่ง ทีม JAXA ได้คำนวณหาเส้นทางในอวกาศที่ยานจะสามารถเดินทางไปต่อได้ พบว่าวงโคจรของ Torifune เป็น "ทางผ่าน" ที่เหมาะสมที่สุด รวมถึงใช้แรงเหวี่ยงของโลก (Gravity Assists / Earth Swing-bys) และเชื้อเพลิงที่เหลือ เพื่อมุ่งหน้าไปยังเป้าหมายสุดท้ายคือดาวเคราะห์น้อย 1998 KY26 ในปี 2031
🛡️ ก้าวต่อไปสู่ " Planetary Defense" และเป้าหมายสุดท้ายในปี 2031 🎯
⛳ ภารกิจครั้งนี้ (Torifune) ไม่ได้เป็นเพียงการถ่ายภาพเพื่อความสวยงามเท่านั้น แต่เป็นการทดสอบเทคโนโลยีสำหรับการป้องกันภัยจากดาวเคราะห์น้อย (Planetary Defense) ความแม่นยำในการควบคุมยานในระดับนี้ พิสูจน์ให้เห็นว่ามนุษย์มีเทคโนโลยีที่สามารถส่งยานไปพุ่งชนดาวเคราะห์น้อยขนาดเล็กเพื่อเปลี่ยนเส้นทางโคจรของมันได้ หากในอนาคตมีวัตถุที่เป็นอันตรายต่อโลก 💥🌎
cr.
https://global.jaxa.jp/press/2026/07/20260706-3_e.html
https://global.jaxa.jp/press/2026/07/20260730-1_e.html
https://global.jaxa.jp/press/2026/07/20260730-2_e.html
#3IATLASTH
#Hayabusa2 #JAXA
#Torifune #NEA
เทคโนโลยี
ไลฟ์สไตล์
ข่าวรอบโลก
บันทึก
1
1
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย