เมื่อวาน เวลา 05:41 • ข่าว

เหตุใดบริษัท Ai ยักษ์ใหญ่กว้านซื้อหนังสือหายากไปเทรน Ai แล้วทำลายทิ้ง?

เชื่อว่าหลายคนคงเคยได้เห็นข่าวที่สะพัดในโลกโซเชียลผ่านตาเมื่อไม่กี่วันนี้ว่า มีบริษัทผู้พัฒนา Ai ยักษ์ใหญ่ ออกมากว้านซื้อหนังสือเก่า หายาก โดยไม่เกี่ยงราคา จากร้านหนังสือคลาสสิกในท้องตลาด เอามาตัด แยกหน้า สแกนลงในคอมพิวเตอร์ เพื่อเป็นฐานข้อมูลดิบในการเทรน AI ก่อนจับยัดใส่เครื่องทำลายเอกสาร กลายเป็นซากกระดาษไร้ราคา สร้างความเดือดดาลให้กับผู้รักหนังสือจำนวนมากทั่วโลก
ฟังเหมือนเฟคนิวส์ แต่ข่าวนี้ได้รับการยืนยันจากสื่อต่างชาติใหญ่หลายสำนักว่ามีการร้องเรียนจากเจ้าของร้านหนังสือวินเทจทั่วโลกว่ามีการกว้านซื้อหนังสือหายยากในปริมาณที่ผิดธรรมชาติ โดยบริษัทผู้พัฒนา Ai ชั้นนำจาก Silicon Valley จริง เพื่อนำไปขยายศักยภาพของ Ai แชทบอท ก่อนที่พวกเขาจะทำลายหนังสือเหล่านั้นไป หลังจับหน้ากระดาษยัดเข้าเครื่องสแกนแล้ว
ปีเตอร์ เดอ วรีส์ เจ้าของร้านหนังสือโบราณในเนเธอร์แลนด์ ให้สัมภาษณ์ผ่านสื่อว่า เขาเคยได้รับอีเมล์ใบสั่งหนังสือจากบริษัทชื่อ 2077AI ที่มีรายชื่อหนังสือหายากกว่า 3,000 เล่ม โดยระบุว่าเป็นส่วนหนึ่งของโครงการรวบรวมหนังสือหลายภาษา
ซึ่งโดยปกติแล้ว ธุรกิจหนังสือโบราณ จะไม่มีใครสั่งซื้อหนังสือเป็นล็อตใหญ่ขนาดนี้ นอกจากนี้ ท้ายอีเมล์ยังระบุอีกว่าพวกเขายังมีรายชื่อหนังสือที่กำลังตามหาอีก และ ต้องการสั่งซื้อเพิ่มอีกเป็นจำนวนมาก
ปีเตอร์ กล่าวว่า นี่ไม่ใช่การสั่งซื้อหนังสือตามวิสัยของคนที่รักหนังสือโบราณ ที่ต้องเข้ามาหยิบจับ ละเลียดรูปร่างรายละเอียดของหนังสือก่อนตัดสินใจซื้อ
ซึ่งร้านของเขาได้เก็บรวบรวมหนังสือเก่าย้อนไปถึงศตวรรษที่ 16 มีคอลเลกชั่น ประวัติศาสตร์กรุงโรมที่ตีพิมพ์ตั้งแต่ปี 1558 และหนังสือที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานจำนวนมาก และปีเตอร์ เดอ วรีส์ เป็นเพียงหนึ่งในเจ้าของร้านหนังสือมือสองนับร้อยที่เจอเหตุการณ์เช่นนี้
และมันจะปวดใจแค่ไหน หากหนังสือที่พวกเขาอุตสาห์ทะนุถนอมมาหลายปีต้องจบลงที่เครื่องทำลายเอกสาร
ทิม ไวท์ เจ้าของร้านหนังสือหายากในเมลเบิร์น และเป็นผู้จัดงานประจำปี Melbourne Rare Book Fair กล่าวว่า หนังสือเก่าๆ บอกอะไรคุณมากกว่าแค่เนื้อหาในหนังสือ และความเป็นกายภาพของหนังสือ มีความสำคัญพอๆกับเรื่องราวที่ถูกบรรจุไว้ในหน้ากระดาษ
แต่วันนี้คุณค่าของหนังสือเหล่านี้ถูกคุกคามโดยบริษัท AI เพียงเพราะความกระหายในการป้อนข้อความลงในปัญญาประดิษฐ์ และบิดเบือนสิ่งที่ทำด้วยคำว่า "ความสร้างสรรค์"
แต่บริษัท Ai ต้องการหนังสือเก่า ไปจนถึงหนังสือโบราณไปทำไม?
บริษัทผู้พัฒนา Ai แห่งหนึ่งที่อ้างว่ามีฐานข้อมูลหนังสือที่ใหญ่ที่สุดในโลก ให้เหตุผลว่า หนังสือที่ตีพิมพ์ก่อนปี 2022 กลายเป็นที่ต้องการของบริษัท Ai อย่างมาก เป็นข้อมูลภาษาที่เหมาะสำหรับสอน Ai ที่สุด เพราะยังไม่มีข้อความใดที่ถูกสร้างด้วย Ai มาก่อน
ซึ่งสอดคล้องกับความเห็นของผู้บริหาร Anthropic ที่ลงใน Washington Post ว่า การสอนให้ Ai ได้อ่านหนังสือจะทำให้ Ai สามารถเขียนบทความออกมาได้ดี แทนที่จะสร้างภาษาอินเตอร์เนตคุณภาพต่ำ และยิ่งโหลดข้อมูลด้วยคลังหนังสือเป็นจำนวนมาก ยิ่งป้องกันการล่มสลายของโมเดลภาษาของ Ai มากยิ่งขึัน
ดังนั้น การสร้างฐานข้อมูลจากคลังหนังสือเก่าจึงกลายเป็นเป้าหมายของบริษัท Ai เพื่อเพิ่มความได้เปรียบให้กับโมเดลภาษาของตัวเอง แต่ละบริษัทจึงเร่งตามล่าหาหนังสือเก่า ในหลากหลายแขนง ยิ่งแรร์ ยิ่งดี มาสร้างฐานข้อมูลภาษาของตัวเอง และทำลายทิ้ง ให้เหลือไว้เฉพาะสำเนาดิจิทัลของตัวเองเท่านั้น
คาดการณ์ว่า หากยังปล่อยให้บริษัท Ai กว้านซื้อหนังสือเก่าเช่นนี้ต่อไป อาจมีหนังสือโบราณนับพัน หรืออาจถึง 1 ล้านเล่มถูกทำลายทิ้งภายในไม่กี่ปีข้างหน้า
แม้จะอ้างว่าพวกเขาซื้อหนังสือเหล่านั้นมาอย่างถูกต้อง ก็เป็นเรื่องน่าเศร้าอยู่ดี เพราะหนังสือโบราณบางเล่ม คือวัตถุทางประวัติศาสตร์ที่มีคุณค่า ที่บันทึกเรื่องราว และสุนทรียะของมนุษย์ผ่านตัวอักษรออกมาเป็นรูปเล่ม ไม่ใช่แค่แผ่นกระดาษที่มีตัวอักษรเขียนลงไป
และการที่ให้ Ai "อ่าน" หนังสือของมนุษย์นับหมื่นเล่ม จะสามารถทำให้ Ai สร้างวัจนะ ที่ให้สุนทรียะทางภาษาได้อย่างมนุษย์แท้ เหมือนกับการอัดข้อมูลผ่านปลั๊กอิน เข้าไปในสมอง แล้วจะสามารถเปลี่ยนนีโอ ให้กลายเป็น เดอะ วัน ได้อย่างในหนังเรื่อง เมทริกซ์ หรือเปล่า ก็ยังเป็นเรื่องที่ไม่มีใครตอบได้ในวันนี้
แต่ในฐานะเป็นมนุษย์ผู้เจริญแล้ว ก็น่าจะหาวิธีที่ดีกว่านั้น ที่ทำให้เราสามารถ "สร้างสรรค์" สิ่งหนึ่งได้ โดยไม่จำเป็นต้อง "ทำลาย" สิ่งหนึ่งให้สูญสิ้นไป เพียงเพราะเรามองไม่เห็นคุณค่ามันเหมือนอย่างที่คนอื่นเห็น
****************
ติดตามบทความของ "หรรสาระ" เพิ่มเติมได้ที่
Facebook - หรรสาระ By Jeans Aroonrat
Twitter - @HunsaraByJeans
Blockdit - หรรสาระ By Jeans Aroonrat
แพลทฟอร์มคุณภาพ ไม่ปิดกั้นการมองเห็นเนื้อหา
****************
แหล่งข้อมูล
โฆษณา