เหตุใดบริษัท Ai ยักษ์ใหญ่กว้านซื้อหนังสือหายากไปเทรน Ai แล้วทำลายทิ้ง?
เชื่อว่าหลายคนคงเคยได้เห็นข่าวที่สะพัดในโลกโซเชียลผ่านตาเมื่อไม่กี่วันนี้ว่า มีบริษัทผู้พัฒนา Ai ยักษ์ใหญ่ ออกมากว้านซื้อหนังสือเก่า หายาก โดยไม่เกี่ยงราคา จากร้านหนังสือคลาสสิกในท้องตลาด เอามาตัด แยกหน้า สแกนลงในคอมพิวเตอร์ เพื่อเป็นฐานข้อมูลดิบในการเทรน AI ก่อนจับยัดใส่เครื่องทำลายเอกสาร กลายเป็นซากกระดาษไร้ราคา สร้างความเดือดดาลให้กับผู้รักหนังสือจำนวนมากทั่วโลก
ฟังเหมือนเฟคนิวส์ แต่ข่าวนี้ได้รับการยืนยันจากสื่อต่างชาติใหญ่หลายสำนักว่ามีการร้องเรียนจากเจ้าของร้านหนังสือวินเทจทั่วโลกว่ามีการกว้านซื้อหนังสือหายยากในปริมาณที่ผิดธรรมชาติ โดยบริษัทผู้พัฒนา Ai ชั้นนำจาก Silicon Valley จริง เพื่อนำไปขยายศักยภาพของ Ai แชทบอท ก่อนที่พวกเขาจะทำลายหนังสือเหล่านั้นไป หลังจับหน้ากระดาษยัดเข้าเครื่องสแกนแล้ว
แต่วันนี้คุณค่าของหนังสือเหล่านี้ถูกคุกคามโดยบริษัท AI เพียงเพราะความกระหายในการป้อนข้อความลงในปัญญาประดิษฐ์ และบิดเบือนสิ่งที่ทำด้วยคำว่า "ความสร้างสรรค์"
แต่บริษัท Ai ต้องการหนังสือเก่า ไปจนถึงหนังสือโบราณไปทำไม?
บริษัทผู้พัฒนา Ai แห่งหนึ่งที่อ้างว่ามีฐานข้อมูลหนังสือที่ใหญ่ที่สุดในโลก ให้เหตุผลว่า หนังสือที่ตีพิมพ์ก่อนปี 2022 กลายเป็นที่ต้องการของบริษัท Ai อย่างมาก เป็นข้อมูลภาษาที่เหมาะสำหรับสอน Ai ที่สุด เพราะยังไม่มีข้อความใดที่ถูกสร้างด้วย Ai มาก่อน
ซึ่งสอดคล้องกับความเห็นของผู้บริหาร Anthropic ที่ลงใน Washington Post ว่า การสอนให้ Ai ได้อ่านหนังสือจะทำให้ Ai สามารถเขียนบทความออกมาได้ดี แทนที่จะสร้างภาษาอินเตอร์เนตคุณภาพต่ำ และยิ่งโหลดข้อมูลด้วยคลังหนังสือเป็นจำนวนมาก ยิ่งป้องกันการล่มสลายของโมเดลภาษาของ Ai มากยิ่งขึัน