8 ส.ค. เวลา 01:00 • ไลฟ์สไตล์

[mon livre: รักตัวเองด้วยการลงทุน] บทที่ 2 | เที่ยวหนักจนไม่มีเงินเก็บ จริงเหรอ?

ถ้าถามว่าเงินก้อนแรกในชีวิตวัยยี่สิบกว่า ๆ ของเราหายไปไหนหมด?
คำตอบไม่ได้อยู่ในสมุดบัญชีเงินฝากค่ะ... แต่อยู่ในไฟล์รูปภาพทริปยุโรป ญี่ปุ่น และตั๋วเครื่องบินกองโตที่เก็บสะสมมาตลอดสิบปี!
เราเป็นคนชอบเที่ยวมาก ความฝันตั้งแต่เด็กคือการเดินทางรอบโลกที่เคยอ่านจากนิตยสาร
พอเริ่มทำงานมีรายได้ของตัวเอง เราจึงไม่รีรอที่จะเจียดเงิน 30-40% ของรายได้ในแต่ละปี เพื่อออกไปโบยบิน (เฉลี่ยปีละ 4-5 ทริป วันหยุดยาวเมื่อไหร่คือไม่อยู่ไทยแน่นอน)
แน่นอนว่าเที่ยวหนักขนาดนี้ ย่อมมาพร้อมเสียงทัดทานจากคนรอบข้างว่า:
"ไม่เก็บเงินเหรอ?"
"ลงทุนบ้างรึป่าว? ยิ่งเริ่มอายุน้อยยิ่งดีนะ"
"เที่ยวเก่งเกินไปแล้ว เอาเงินไปให้พ่อแม่ใช้ดีกว่าไหม?"
ในความเป็นจริง… ตอนนั้นเราเริ่มลงทุนอยู่แล้ว โดยแบ่งไปซื้อกองทุนลดหย่อนภาษีประมาณ 10% ของรายได้ตั้งแต่ทำงานที่แรก
และที่สำคัญคือ คุณพ่อคุณแม่ของเราในตอนนั้นยังไม่เกษียณ และมีรายได้แต่ละเดือนมากกว่าเราซะอีกค่ะ!
บางทีคนไม่รู้อะไรก็พูดไปเรื่อยได้น่าหมั่นไส้ดีเหมือนกันเนอะ (หัวเราะ)
💰 ถ้าเอาเงินก้อนนั้นไปลงทุน ป่านนี้คงรวยไปแล้ว?
ถ้าลองคำนวณดู เงินเกือบล้านที่หมดไปตอนนั้น หากเปลี่ยนเป็นหุ้นโลกหรือหุ้นปันผลไทยในวันนี้ มันคงงอกเงยเป็นหลายล้าน และอาจช่วยให้เราเกษียณแบบ FIRE ได้ตั้งแต่วันนี้
ถามว่าเสียดายไหม? แวบหนึ่งก็แอบคิดค่ะ...
แต่ถ้าต้องแลกกับความทรงจำในวัยที่มีแรงเดินวันละ 20,000 ก้าว ได้กินฉ่ำ เที่ยวฉ่ำ สำรวจโลกแบบไร้ขีดจำกัด ณ วันนี้ตอบได้เต็มปากเลยว่า "คุ้มค่ากว่าเสียดาย"
เพราะในวัย 30+ วันที่โลกการทำงานเหวี่ยงเราจนเหนื่อยล้า แค่ได้เปิดดูรูปเก่าๆ พลังก็กลับมา "ใจฟู" ความเครียดปลิวหายเป็นปลิดทิ้ง
"การลงทุนบางประเภท ไม่ได้จ่ายปันผลกลับมาเป็นตัวเงิน... แต่มันจ่ายกลับมาเป็น 'มวลความสุข' ที่คอยพยุงใจเราในวันที่โลกหมุนแรงเกินไป"
🎒 จากนักเอาแต่เที่ยว(ที่ผู้ใหญ่เรียก) สู่นักตัดสินใจการเงิน(ของตัวเอง)
การอนุญาตให้ตัวเองออกไปเจอโลกกว้างในวันนั้น ไม่ได้ให้แค่ความสนุก แต่หล่อหลอมให้เราเป็น "คนที่กล้าจัดการชีวิตและการเงิน" ของตัวเองได้ในวันนี้:
ได้ฝึกแก้ปัญหาเฉพาะหน้า (เช่น วิ่งสู้ฟัดตอนตกเครื่อง)
ได้ฝึกตัดสินใจ (เช่น ซื้อตั๋วใหม่ เปลี่ยนรูทบิน ตอนถูกยกเลิกไฟลท์)
ได้วางแผนงบประมาณและควบคุมค่าใช้จ่ายจริง
ได้บริหารเวลา ดีลการลางาน และสื่อสารข้ามวัฒนธรรม
ประสบการณ์เหล่านั้นกลายมาเป็น "ต้นทุนชีวิต" ชั้นดีที่ทำให้เรากล้าผจญภัยและเผชิญหน้ากับความเสี่ยงในโลกการเงินและการใช้ชีวิตในปัจจุบัน
การเลือกลงทุนในจังหวะชีวิตที่ใช่ ไม่ใช่การใช้เงินฟุ่มเฟือย... แต่มันคือการจ่ายที่คุ้มค่าที่สุดสำหรับเราในเวลานั้นต่างหากค่ะ
💬 แล้วคุณผู้อ่านล่ะคะ? เคยมีทริปไหนที่เปย์หนักจนคนรอบข้างทักบ้างไหม? แล้ววันนี้มองย้อนกลับไป เสียดายเงินที่จ่ายไป หรือเสียดายถ้าวันนั้นไม่ได้ไปมากกว่ากัน? มาร่วมแชร์มุมมองในคอมเมนต์กันได้นะคะ เรารออ่านอยู่ค่ะ!

ดูเพิ่มเติมในซีรีส์

โฆษณา