เมื่อวาน เวลา 16:00 • ธุรกิจ

เกศ-ชุติมา เปรื่องเมธางกูร เจ้าของเครือร้านอาหาร “รวยไม่หยุด กรุ๊ป” อธิบายประเด็นขายของแพง

“ลูกค้าติดภาพจำเราเป็นเครือขายแพงไปแล้ว แต่เกศรู้ว่ากำลังทำอะไรอยู่ ในเกศเตี๋ยวมีทั้งแพง ถูก คุ้ม ทั้ง 7 สาขายังขายดีขึ้นเรื่อยๆ สิ่งที่มุ่งมั่นตอนนี้คือรักษาคุณภาพ กระแสด่าทำอะไรเราไม่ได้ตราบใดที่คุณภาพของเราดี”
เครือร้านอาหาร “รวยไม่หยุด กรุ๊ป” ถูกพูดถึงและจับตาประเด็นขายของแพงอยู่บ่อยครั้ง “เกศ-ชุติมา เปรื่องเมธางกูร” อธิบายเรื่องนี้ว่า
ร้านอาหารทุกแห่งมีหลายปัจจัยอยู่เบื้องหลังการตั้งราคา ทั้งต้นทุนวัตถุดิบ ค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์มเดลิเวอรี่ ค่าวัตถุดิบนำเข้าสำหรับร้านที่เป็นมาสเตอร์แฟรนไชส์ ค่าการตลาด ภาษี ฯลฯ ยอมรับว่า มองเห็นกระแสที่เกิดขึ้น ทำให้แนวโน้มการเปิดร้านในเครือหลังจากนี้เน้นไปที่แบรนด์แมสมากขึ้น ถ้าเลือกกลุ่ม Medium to high แบบเดิมจะยาก ถ้าไม่ลงไปแมสก็ต้องทำให้สินค้า Niche สุดๆ อยู่ตรงกลางรอดยาก
เรื่องภาพจำขายของแพง “เกศ” น้อมรับ เข้าใจที่ลูกค้าจะมองแบบนั้นไปแล้ว อย่าง “เกศเตี๋ยว” ที่แม้จะนิยามว่า จับกลุ่มแมส แต่สินค้าบางรายการ อาทิ ไส้กรอกแดงทอด ก็ถูกมองว่า “Overpriced” เกินไป เกศบอกว่า ที่ร้านมีทั้งของถูก คุ้มค่า และแพง ปะปนกัน แม้ว่า “เกศเตี๋ยว” จะได้รับฟีดแบ็กด้านลบอยู่ช่วงหนึ่ง แต่ยอดขายกลับเติบโตขึ้นเรื่อยๆ ทั้ง 7 สาขาขายดีต่อเนื่อง และภายในปีนี้จะเปิดอีก 7 สาขา รวมทั้งสิ้นปีนี้จะมี 14 สาขา
“สิ่งที่เกศมุ่งมั่นตอนนี้ คือรักษาคุณภาพ ปรับแล้วพัฒนาให้ดียิ่งขึ้นเรื่อยๆ กระแสต่อว่าทำอะไรเราไม่ได้ถ้าตราบใดที่คุณภาพของเราดี ราคาไม่ Overpriced ยังมีเมนูใหม่ๆ ออกมาให้ประสบการณ์ใหม่ๆ กับลูกค้า ต้องทำอย่างไรก็ได้ให้ลูกค้ารัก ทุกสาขาตอนนี้ขายดีขึ้นหมด ไม่ซบเซา ตอนนี้ nice two Meat u ยังเป็นเบอร์ 1 ของพอร์ต เกศเตี๋ยวก็เริ่มขยับขึ้นมาแล้ว เดี๋ยวอีก 3 แบรนด์เพิ่มเข้ามา ก็น่าจะเป็นพอร์ตร้านเกาหลี 60% และไทย 40% หรือ ไปๆ มาๆ อาจจะเป็น 50:50 ก็ได้”
โฆษณา