ลองดูข้อมูลจาก Microsoft Global AI Diffusion Report เพียงไตรมาสเดียวในปี 2026 อัตราการใช้ AI ของประชากรวัยทำงานทั่วโลกขยับจาก 16.3% เป็น 17.8% ภายในเวลาไม่ถึง 3 เดือน และมีถึง 26 ประเทศที่สัดส่วนประชากรวัยทำงานใช้ AI เกิน 30% แล้ว
ในฝั่งธุรกิจ ตัวเลขยิ่งชัดเจน 91% ของธุรกิจทั่วโลกใช้ AI ในการทำงานอย่างน้อยหนึ่งฟังก์ชัน เพิ่มขึ้นจาก 78% เมื่อสองปีก่อน ส่วนฝั่งผู้ใช้ทั่วไป จำนวนคนที่ใช้แชตบอต AI ทะลุเกือบ 1 พันล้านคนทั่วโลกแล้ว
สิ่งที่น่าสนใจคือ ความเร็วของการเปลี่ยนแปลงนี้ไม่ได้มาจากบริษัทเทคโนโลยีผลักดันฝ่ายเดียว แต่มาจาก “แรงดันจากผู้ใช้งาน” เอง คนที่ใช้ AI ในชีวิตส่วนตัวจนคุ้นเคยแล้ว มักจะคาดหวังให้ที่ทำงานมีเครื่องมือแบบเดียวกัน กลายเป็นแรงบีบให้องค์กรต้องปรับตัวเร็วกว่าที่วางแผนไว้เดิม
ประเทศไทยอยู่ตรงไหนในกระแสนี้
ข้อมูลจาก PwC Thailand Hopes and Fears Survey 2025 ชี้ว่าแรงงานไทยใช้ AI ในการทำงานสูงถึง 72% ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยโลกที่ 54% และผลสำรวจ Ipsos ปี 2026 พบว่า 80% ของคนไทยที่ทำงานบอกว่า AI ช่วยประหยัดเวลาได้จริง สูงกว่าค่าเฉลี่ยโลกที่ 62% เรียกได้ว่าคนไทยเปิดรับ AI เร็วไม่แพ้ชาติอื่น
1. ฝึกใช้ AI เป็นเครื่องมือช่วยตัดสินใจ ไม่ใช่แค่เครื่องมือทำงานแทน — เริ่มจากงานที่ทำอยู่ประจำ ลองให้ AI ช่วยร่างงานเบื้องต้น แล้วใช้วิจารณญาณของคนตรวจสอบและปรับปรุง ทักษะที่ AI แทนได้ยากที่สุดคือการตัดสินใจในบริบทที่ซับซ้อนและมีความรับผิดชอบ