Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
ด.ดล Blog
ยืนยันแล้ว
•
ติดตาม
7 ส.ค. เวลา 02:09 • ยานยนต์
พลิกเกม EV โลก! เบื้องหลังมาเลเซียตั้งกำแพงภาษีสกัดรถยนต์ไฟฟ้าจีน
เคยคิดกันมั๊ยครับว่า วันดีคืนดีตลาดที่กำลังเติบโตพุ่งทะยาน จะถูกมือมืดเตะตัดขาจนหน้าทิ่มแบบไม่ทันตั้งตัว…
ผมกำลังพูดถึงสมรภูมิรถ EV ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่ตอนนี้กำลังดุเดือดเลือดพล่านสุดๆ
โดยเฉพาะที่ประเทศเพื่อนบ้านอย่างมาเลเซีย ที่เพิ่งจะงัดนโยบายสุดโหดออกมาสกัดดาวรุ่งแบบช็อกความรู้สึกคนทั้งวงการ…
ลองนึกภาพย้อนกลับไป ช่วงหลายปีที่ผ่านมา ค่ายรถ EV จากจีนเดินหน้าบุกทะลวงตลาดทั่วโลกชนิดที่เรียกได้ว่ากะซวกไส้ไปทุกสมรภูมิเลยทีเดียว
ด้วยท่าไม้ตายสำคัญคือการกดต้นทุนและทำราคาให้ถูกแสนถูก จนผู้บริโภคทั่วไปสามารถเป็นเจ้าของได้สบายๆ…
กลยุทธ์ป่าล้อมเมืองบวกกับเทคโนโลยีแบตเตอรี่ที่ล้ำหน้า ทำให้แบรนด์จีนผงาดขึ้นมาครองใจคนใช้รถในมาเลเซียได้อย่างรวดเร็ว
พวกเขาเข้ามาพลิกโฉมตลาดที่เคยหลับใหล ให้กลายเป็นสนามรบที่ขับเคี่ยวกันด้วยราคาและเทคโนโลยีแบบจัดเต็ม…
แบรนด์ดังอย่าง BYD กลายเป็นขวัญใจมหาชน โกยยอดขายถล่มทลายทะลุ 14,000 คันในปีที่ผ่านมา
แถมค่ายรถจีนยังกวาดส่วนแบ่งตลาดไปได้ถึง 60% ในปี 2025 ยึดหัวหาดชนิดที่คู่แข่งหน้าเก่าต้องหนาวๆ ร้อนๆ…
ใครเห็นกราฟการเติบโตนี้ก็ต้องบอกว่านี่คือยุคทอง เป็นจุดสูงสุดที่แบรนด์จากแดนมังกรกำลังจะกินรวบตลาดทั้งประเทศได้อย่างแน่นอน
แต่ความสำเร็จที่หอมหวานมักอยู่ได้ไม่นาน เพราะล่าสุดรัฐบาลมาเลเซียทนดูการคุกคามนี้ไม่ไหวอีกต่อไป…
พวกเขาตัดสินใจล้มกระดาน ดับฝันค่ายรถจีนด้วยการประกาศกฎหมายนำเข้าฉบับใหม่ที่เรียกว่าโหดสุดๆ
Ministry of Investment, Trade and Industry ประกาศเปรี้ยงว่า รถ EV นำเข้าแบบ Completely Built-Up จะต้องเข้าเกณฑ์ใหม่เท่านั้น…
กฎที่ว่านั่นคือ ต้องมีมูลค่าศุลกากรไม่ต่ำกว่า 200,000 ริงกิต (ประมาณ 1.7 ล้านบาท) และต้องมีกำลังมอเตอร์ไม่น้อยกว่า 180 กิโลวัตต์
แปลให้ฟังง่ายๆ คือ รัฐบาลบังคับว่าถ้านำเข้ารถจากต่างประเทศ ต้องเป็นรถหรูหรือรถสปอร์ตกำลังแรงๆ เท่านั้น…
การตั้งกำแพงราคาแบบนี้คือการส่งสัญญาณเตือนภัยขั้นสูงสุด ว่าพวกเขาต้องการแบนรถ EV ราคาประหยัดแบบถอนรากถอนโคน
1
งานนี้คนที่โดนหมัดฮุกเข้าเต็มปลายคางก็คือ BYD และบรรดาค่ายรถจีนที่เน้นขายของดีราคาเข้าถึงง่าย…
เพราะความจริงที่น่าตกใจก็คือ รถ BYD ทั้ง 7 รุ่นที่ขายในมาเลเซียตอนนี้ ราคาเริ่มต้นต่ำกว่าเกณฑ์ที่รัฐบาลตั้งไว้แทบจะทั้งหมด
รุ่นยอดฮิตอย่าง BYD Dolphin หรือ Atto 3 ที่คนแห่จองกันทั่วบ้านทั่วเมือง ก็ตกม้าตายทันที…
เพราะนอกจากราคาจะไม่ถึงเพดานที่กำหนดแล้ว กำลังมอเตอร์ก็ยังสอบตกไม่ผ่านเกณฑ์ขั้นต่ำ ทำให้ถูกสั่งห้ามนำเข้าโดยปริยาย
ไม่ใช่แค่ BYD ที่กระอักเลือด ค่ายอื่นอย่าง Zeekr หรือ Chery Automobile ก็โดนหางเลขถูกแบนไปด้วย…
นี่คือปรากฏการณ์ที่สะเทือนไปทั้ง Supply Chain ค่ายรถจีนต้องปวดหัวกับการพลิกแพลงเพื่อแก้เกมครั้งใหญ่
ย้อนกลับไปก่อนหน้านี้ มาเลเซียเคยใจดีให้สิทธิพิเศษปลอดภาษีรถ EV มายาวนานถึง 4 ปีเต็ม…
นโยบายนั้นทำให้แบรนด์จีนสามารถเข้ามาทำตลาดได้อย่างสบายใจ กอบโกยกำไรไปได้อย่างมหาศาลในช่วงเวลาทอง
แต่เมื่อวันที่ 1 มกราคมที่ผ่านมา งานเลี้ยงก็ต้องมีวันเลิกรา รัฐบาลเริ่มนำการจัดเก็บภาษีกลับมาใช้อีกครั้ง…
มีการเรียกเก็บภาษีนำเข้า 5% สำหรับรถจีน พ่วงด้วยภาษีสรรพสามิตและภาษีการขายแบบจัดเต็มทุกเม็ด
และฟางเส้นสุดท้ายก็มาขาดสะบั้นเอากับกฎระเบียบใหม่ในเดือนกรกฎาคม ที่เล่นเอาผู้บริหารค่ายรถจีนแทบกระอัก…
รัฐบาลมาเลเซียไม่ได้หยุดแค่การแบนสินค้านำเข้า แต่ยังไปบีบฝั่งการลงทุนผลิตในประเทศอีกด้วย
พวกเขาตั้งแง่ว่าโครงการผลิตรถ EV ใหม่ๆ ต้องมีราคาตั้งต้นเกิน 100,000 ริงกิต ห้ามขายถูกกว่านี้เด็ดขาด…
ไม่พอแค่นั้น ยังมีข้อแม้สุดหินว่าต้องแบ่งสัดส่วนการผลิตถึง 80% เอาไว้เพื่อการส่งออกเท่านั้น
เงื่อนไขสุดโหดพวกนี้ทำเอาแผนสร้างโรงงานประกอบรถยนต์ของ BYD ในมาเลเซียต้องเบรกเอี๊ยดแบบหัวทิ่มเลยทีเดียว…
นักวิเคราะห์หลายคนมองว่า โควตาส่งออกระดับนั้นมันฝืนธรรมชาติและเป็นไปไม่ได้เลยสำหรับธุรกิจของ BYD
เพราะพวกเขาตั้งฐานทัพการผลิตอยู่ในไทยและอินโดนีเซียเรียบร้อยแล้ว แถมกำลังการผลิตในประเทศจีนก็ล้นทะลักอยู่แล้ว…
การจะมาทุ่มทุนสร้างโรงงานใหม่ในมาเลเซียเพื่อเน้นส่งออกอย่างเดียว จึงดูเป็นเรื่องตลกและไม่มีเหตุผลในทางธุรกิจเอาเสียเลย
หลายคนคงตั้งคำถามตัวโตๆ ว่า ทำไมรัฐบาลมาเลเซียถึงต้องเล่นบทโหด ออกนโยบายสกัดกั้นแบบไม่สนหน้าอินทร์หน้าพรหมขนาดนี้…
คำตอบของปริศนานี้ซ่อนอยู่เบื้องหลังความพยายามอันแรงกล้า ในการปกป้องลูกรักของชาติอย่างแบรนด์รถยนต์ Proton นั่นเอง
Proton ถือเป็นความภาคภูมิใจสูงสุด เป็นแบรนด์แห่งชาติที่ผูกพันกับลมหายใจทางเศรษฐกิจของคนมาเลเซียมาอย่างยาวนาน…
การปล่อยให้รถยนต์ไฟฟ้าจากจีนเข้ามาตีตลาดจนพังพินาศ ย่อมส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของอุตสาหกรรมในประเทศอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
นโยบายกีดกันทางการค้าสุดโต่งนี้ จึงถูกเข็นออกมาเพื่ออุ้มชู Proton แบบออกหน้าออกตาที่สุด…
ด้วยความที่ Proton มีฐานการผลิตฝังรากลึกในประเทศอยู่แล้ว พวกเขาจึงรอดพ้นจากกฎเหล็กการนำเข้านี้ไปแบบได้แบบสบายๆ
พวกเขาพลิกวิกฤตของคู่แข่งให้กลายเป็นโอกาสทอง กลายเป็นผู้ที่ได้รับผลประโยชน์สูงสุดไปแบบเต็มประตู…
Proton อาศัยจังหวะชุลมุนนี้ ดันรถยนต์รุ่นประหยัดในซีรีส์ e.MAS ออกมาโกยยอดขายจนแซงหน้า BYD ได้สำเร็จ
ก้าวขึ้นแท่นเป็นแบรนด์ EV อันดับหนึ่งของประเทศในช่วงครึ่งแรกของปี 2026 พลิกเกมกลับมาเป็นผู้ชนะได้อย่างสวยงาม…
กระทรวงการค้ามาเลเซียก็ใจเด็ดมาก ไม่มีการอ้อมค้อมหรือปิดบังเจตนาที่แท้จริงเลยแม้แต่น้อย
พวกเขาประกาศจุดยืนชัดเจน ว่าต้องการสร้างความยิ่งใหญ่ระดับอุตสาหกรรมให้กับ Proton และ Perodua อีกครั้ง…
เพราะแบรนด์ท้องถิ่นเหล่านี้คือฟันเฟืองชิ้นสำคัญ ที่ค้ำจุน Supply Chain และหล่อเลี้ยงตำแหน่งงานมากกว่า 700,000 ตำแหน่งในประเทศ
เกมนี้คือการเมืองระดับชาติ ที่รัฐบาลยอมหักกับมหาอำนาจเพื่อเซฟปากท้องของคนในชาติตัวเองล้วนๆ…
แต่ระดับนักธุรกิจมังกรจีนผ่านร้อนผ่านหนาวมาเยอะ มีหรือที่จะยอมยกธงขาวพ่ายแพ้ง่ายๆ แบบนี้
เมื่อประตูด้านหน้าถูกปิดตายด้วยแม่กุญแจยักษ์ พวกเขาก็ต้องมุดหาทางออกด้านหลังเพื่อเอาตัวรอด…
ค่ายรถจีนหลายค่ายเริ่มงัดกลยุทธ์การพลิกแพลง ด้วยการจับมือเป็นพันธมิตรกับโรงงานท้องถิ่นที่มีอยู่แล้ว
เพื่อใช้ช่องโหว่นี้หลบเลี่ยงกฎการส่งออกสุดหฤโหด ที่รัฐบาลจ้องจะบังคับใช้เฉพาะกับโรงงานที่สร้างขึ้นใหม่…
เราจึงได้เห็นแบรนด์อย่าง Leapmotor เริ่มเดินสายพานประกอบรถยนต์รุ่น C10 ในโรงงานของพันธมิตรอย่าง Stellantis NV
ส่วนคู่แข่งอย่าง Xpeng ก็ไม่ยอมน้อยหน้า จัดการร่วมทุนกับบริษัทท้องถิ่นเพื่อเข็นรถ SUV รุ่นประกอบในประเทศออกมาสู้…
การแก้เกมแบบทันควันของค่ายรถจีน สะท้อนให้เห็นถึงสัญชาตญาณการเอาตัวรอดที่ฝังอยู่ในสายเลือดนักธุรกิจ
วิกฤตครั้งนี้ถือเป็นกรณีศึกษาทางธุรกิจที่คลาสสิกและแพงมากๆ สำหรับคนที่ติดตามโลกของการค้าเสรี…
มันพิสูจน์ให้เห็นว่า การมีโปรดักต์ที่ดีเยี่ยมหรือการทำราคาให้ถูกโดนใจ ไม่ได้การันตีชัยชนะเสมอไป
ในโลกความเป็นจริง ภูมิรัฐศาสตร์และนโยบายรัฐ มักเป็นมือที่มองไม่เห็นที่พร้อมจะเข้ามาก้าวก่ายพลิกกระดานได้ทุกเมื่อ…
ใครจะไปคิดว่าบริษัทยักษ์ใหญ่ระดับโลก ที่กำลังขยายอาณาจักรเติบโตสุดขีด จะต้องมาสะดุดขาตัวเองหัวทิ่ม
เพียงเพราะกระดาษประกาศข้อบังคับไม่กี่หน้า จากรัฐบาลที่ต้องการเล่นเกมปกป้องผลประโยชน์ของชาติตนเอง…
ศึกสายเลือดแย่งชิงน่านน้ำรถ EV ในภูมิภาคเราเพิ่งจะเริ่มลั่นระฆังยกแรกเท่านั้น…
เราคงต้องเตรียมป๊อปคอร์นและจับตาดูกันยาวๆ ว่าหมากกระดานระดับภูมิภาคนี้จะเดินไปจบลงที่ตรงไหน
ค่ายรถจีนจะหาทางเจาะทะลวงกำแพงเหล็กนี้ด้วยกลยุทธ์อะไร หรือ Proton จะสามารถสถาปนาตัวเองเป็นราชาได้แบบเบ็ดเสร็จ…
โลกธุรกิจมันก็โหดร้ายและไร้ความปรานีแบบนี้แหละครับ ไม่มีมิตรแท้และศัตรูถาวร มีแต่ผลประโยชน์ล้วนๆ
ใครปรับตัวได้ไวกว่า คนนั้นคือผู้รอดชีวิต ส่วนใครยึดติดกับความสำเร็จเดิมๆ ก็เตรียมตัวกลายเป็นแค่ประวัติศาสตร์…
References : [bloomberg, reuters, scmp, theedgemalaysia, paultan]
=========================
😴 นอนไม่หลับ? 😴 หลับไม่สนิท?
=========================
ใครที่มีปัญหานอนไม่สนิท ตื่นมาแล้วเพลียเหมือนผมบ้างครับ ผมอยากแนะนำ Diip CBD ที่มีทั้งแบบกัมมี่และแคปซูล
พอดีผมได้ลองใช้เองมาเพียงแค่อาทิตย์แรก บอกเลยว่าชีวิตเปลี่ยน ปัญหาเรื่องการนอนหมดไปเลยครับ สนใจแอดไลน์ @diipgeek มีผู้เชี่ยวชาญดูแลคอยปรึกษาตลอด 24 ชั่วโมง
The original article appeared here
https://www.tharadhol.com/when-malaysia-banned-chinese-evs/
ติดตามสาระดี ๆ อัพเดททุกวันผ่าน Line OA ด.ดล Blog
คลิกเลย -->
https://lin.ee/aMEkyNA
——————————————––
ติดตาม ด.ดล Blog เพิ่มเติมได้ที่
=========================
Website :
www.tharadhol.com
Blockdit :
www.blockdit.com/tharadhol.blog
Fanpage :
www.facebook.com/tharadhol.blog
Twitter :
www.twitter.com/tharadhol
Instragram :
instragram.com/tharadhol
TikTok :
tiktok.com/@geek.forever
Youtube :
www.youtube.com/c/mrtharadhol
Linkedin :
www.linkedin.com/in/tharadhol
ธุรกิจ
การลงทุน
จีน
10 บันทึก
29
15
10
29
15
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย