7 ส.ค. เวลา 01:34 • สุขภาพ

คุณเป็นคนที่ “ไม่มีเสียง”

ภายในความสัมพันธ์ไหมครับ?
กล่าวคือ…
ไม่ว่าคุณจะบอกความต้องการ
ของคุณให้อีกฝ่ายรับรู้ขนาดไหน
อีกฝ่ายเขาก็ยังคงเลือกที่จะ
เมินเฉยต่อความต้องการของคุณอยู่ดี
ยกตัวอย่างเช่น
คุณกำลังคุยโทรศัพท์กับน้องสาวอยู่
และคุณมีข่าวดีบางอย่างในชีวิตคุณ
ที่คุณอยากจะหยิบมาแชร์ให้น้องรู้
คุณพยายามอ้าปากพูด
แต่คุณพูดออกไปได้เพียงแค่ไม่ถึง 3 คำ
น้องก็จะพูดแทรกและขัดจังหวะคุณตลอด
คุณขอให้น้องหยุดพูดแทรก
และน้องก็เหมือนจะฟังคุณ
แต่ในที่สุด น้องก็ยังพูดขัดจังหวะอีกอยู่ดี!
เป็นต้น
สำหรับกรณีแบบนี้
เคยสงสัยไหมครับว่า
หากเราจะ “มีเสียง” ขึ้นมาได้บ้าง
เราจะต้องทำอย่างไร?
หนทางหนึ่งที่จะช่วยให้เรา
“มีเสียง” ขึ้นมาได้มากขึ้น
คือการ “ยื่นคำขาด”
ในความต้องการของเราครับ
เรา “ฉายภาพ” ให้อีกฝ่ายรับรู้
ถึงสิ่งที่เราต้องการ พร้อมกับ “ฉายภาพ”
สิ่งที่เราจะทำ หากอีกฝ่าย
ไม่ตอบสนองต่อความต้องการของเรา
ยกตัวอย่างเช่น
“พี่มีเรื่องบางอย่าง
ที่อยากจะเล่าให้น้องฟัง
พี่อยากให้น้องฟัง
โดยไม่ขัดจังหวะพี่หน่อย
 
ไม่อย่างนั้น พี่จะวางสายและ
ค่อยคุยกันโอกาสหน้าแทนนะ”
เป็นต้น
บ่อยครั้ง พอเราทำแบบนี้
อีกฝ่ายก็จะตอบสนองต่อ
ความต้องการของเราในทิศทางที่ดีขึ้น
(เช่น ยอมฟังโดยไม่พูดแทรก)
แต่ในหลายๆครั้ง
แม้เราจะ “ฉายภาพ” เช่นนี้แล้ว
อีกฝ่ายก็จะยังคงเมินเฉย
ต่อความต้องการของเราอยู่ดี
สำหรับกรณีหลังนี้ สิ่งเดียวที่เราทำได้
คือการลงมือทำตามที่ได้ “ลั่นวาจา” ไว้
(เช่น วางสายโทรศัพท์และค่อยนัดคุยกันโอกาสหน้า)
ซึ่งในกรณีหลังนี้ เราอาจจะคิดว่า
“โธ่! ทำแบบนี้แล้วไม่เห็นจะได้ผลเลย!
สุดท้าย น้องก็ยังไม่หยุดพูดขัดอยู่ดี!”
แต่ผมอยากจะบอกว่า ต่อให้ในระยะสั้น
อีกฝ่ายจะยังดูเมินเฉยต่อความต้องการของเราอยู่
แต่หากเรา continue ที่จะ “ฉายภาพ”
และลงมือทำตามที่ “ลั่นวาจา” อย่างต่อเนื่อง…
สิ่งที่จะเกิดขึ้นในเวลาต่อมาก็คือ
อีกฝ่ายจะเริ่มรู้สึกว่าคำพูดของเรา
“มีความศักดิ์สิทธิ์” มากขึ้นเรื่อยๆ
(เพราะเราพูดและทำให้เห็นอยู่เนืองๆ)
ตอนนั้นเองครับที่เราจะเริ่มรู้สึกว่า
ตัวเอง “มีเสียง” มากขึ้นในความสัมพันธ์
ผมไม่ได้กำลังบอกว่า พอถึงตอนนั้นแล้ว
อีกฝ่ายจะคล้อยตามในทุกๆความต้องการของเรานะครับ
แต่ผมกำลังบอกว่า พอถึงตอนนั้น
อย่างน้อยที่สุด เราจะเกิด self-respect มากขึ้นแน่นอนครับ
โฆษณา