ในทางดาราศาสตร์ฟิสิกส์ อาร์คทูรัส (Alpha Boötis) ถูกจัดอยู่ในประเภทสเปกตรัม K1.5 III ตามระบบการจัดประเภทของ MorganKeenan
ตัวอักษร K บอกเราว่าอุณหภูมิพื้นผิวของมันอยู่ที่ประมาณ 4,300 เคลวิน เย็นกว่าดวงอาทิตย์ของเราซึ่งมีอุณหภูมิพื้นผิว 5,778 เคลวิน นี่คือสาเหตุที่มันเปล่งแสงสีส้ม แทนที่จะเป็นสีเหลืองหรือขาว
แต่เลขโรมัน III ต่างหากที่บอกเล่าเรื่องราวที่สำคัญกว่า
ในระบบ MorganKeenan เลขโรมันระบุชั้นความสว่าง (luminosity class) ของดาวฤกษ์ I คือดาวยักษ์ใหญ่ยิ่ง (supergiant) III คือดาวยักษ์ (giant) และ V คือดาวแถบลำดับหลัก (main sequence) อย่างดวงอาทิตย์ของเรา
การที่อาร์คทูรัสเป็นดาวประเภท III หมายความว่ามันได้ออกจากแถบลำดับหลักแล้ว มันได้เผาผลาญไฮโดรเจนในแกนกลางจนหมดสิ้น และขณะนี้กำลังหลอมไฮโดรเจนในเปลือกรอบแกนกลางที่เป็นฮีเลียม
รูปแบบของถิ่นฐานที่ไม่ผูกติดกับดาวเคราะห์ถูกเสนอไว้แล้วในแนวคิดที่เรียกว่า O'Neill Cylinder ซึ่งนักฟิสิกส์ Gerard K. O'Neill แห่งมหาวิทยาลัยพรินซ์ตันเสนอในปี 1976 ในหนังสือ "The High Frontier: Human Colonies in Space"
ในปี 2006 ทีมนักวิทยาศาสตร์จาก Duke University นำโดย David R. Smith ได้สาธิต "invisibility cloak" ตัวแรกที่ทำงานในช่วงคลื่นไมโครเวฟ โดยใช้ metamaterials ที่มีโครงสร้างภายในระดับนาโนที่ออกแบบให้คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าโค้งอ้อมวัตถุแทนที่จะสะท้อนกลับ