7 ส.ค. เวลา 03:31 • ไอที & แก็ดเจ็ต

สกมช. เดินหน้ายกระดับความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ของประเทศ ผ่านความร่วมมือ Sectorat CERT

พร้อมเตรียมความพร้อมรับภัยคุกคามยุค AI และ Post-Quantum
เมื่อวันที่ 6 สิงหาคม 2569 สำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (สกมช.) จัดงานการประชาสัมพันธ์กิจกรรมสนับสนุนการจัดตั้ง Sectoral CERT ด้านบริการภาครัฐที่สำคัญ" เพื่อผลักดันความร่วมมือด้านรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ระหว่างหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และสถาบันการศึกษา พร้อมเสริมหน่วยงานภาครัฐในการรับมือกับภัยคุกคามไซเบอร์ที่มีแนวโน้มทวีความรุนแรงและซับซ้อนยิ่งขึ้น โดยจะมีการขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (Articial Intelligence: AI) และการเปลี่ยนผ่านสู่ยุค Post-Quantum
ภายในงานมีพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือระหว่าง สำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงทางไซเบอร์แห่งชาติ และ คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เพื่อส่งเสริมด้านวิชาการ การวิจัย การแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ และการพัฒนากำลังคนด้านความมั่นคงปลอดภัยไซไซเบอร์ ซึ่งนับเป็น อีกก้าวสำคัญของการบูรณาการความร่วมร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคการศึกษาในการสร้างบคลากรที่มีศักยภาพ รองรับการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีและภัยคุกคามไซเบอร์โนอนาคต
พลตรี ธีรวุฒิ วิทยากรณ์ รองเลขาธิการคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ กล่าวการยกระดับความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ของประเทศไทย ผ่านความร่วมมือ Sectoral CFF
หน่วยงานภาครัฐ" โดยกล่าวว่า ปัจจุบันภูมิทัศน์ของภัยคุกคามไซเบอร์ได้เปลี่ยนแปลงไปอย่างมีนัยสำคัญจากการประยุกต์ใช้ AI และ Generative AI ในการโจมตีทางโซเบอร์ ส่งผลให้การโจมตีมีความรวดเร็ว ซับซ้อน และสามารถขยายผลได้ในวงกว้างมากยิ่งขึ้น
ขณะเดียวกัน AI ก็เป็นเทคโนโลยีสำคัญที่จะช่วยยกระดับการเฝ้าระวังและการตอบสนองต่อภัยคกคามของหน่วยงานภาครัฐได้อย่างมีประสิทธิภาพ หากมีการใช้งานภายใต้หลักธรรมาภิบาลและมาตรการด้านความมั่นคงปลอดภัยที่เหมาะสม
พลตรี ธีรวุฒิ วิทยากรณ์ กล่าวว่า "ในอนาคต การป้องกันภัยไซเบอร์จะไม่ใช่การแข่งชันระหว่างคนกับแฮกเกอร์อีกต่อไป แต่จะเป็นการแข่งขันระหว่าง AI ของฝ่ายป้องกันกับ A ของฝ่ายโจมตี ดังนั้น ประเทศไทยจำเป็นต้องเตรียมความพร้อม
ตั้งแต่วันนี้
ทั้งในด้านเทคโนโลยี บุคลากร และความร่วมมือระหว่างทุกภาคส่วน เพื่อให้สามารถใช้ AI ได้อย่างปลอดภัย มีธรรมาภิบาล และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อการพัฒนาประเทศ" รองเลขาธิการ สกมช. กล่าวเพิ่มเติมว่า การรับมือกับภัยคุกคามไซเบอร์ในปัจจุบันไม่สามารถดำเนินการโดยหน่วยงานใด หน่วยงานหนึ่งได้เพียงลำพัง แต่จำเป็นต้องอาศัยความร่วมร่วมมือและการแลกเปลี่ยนข้อมูลภัยคุกคามระหว่างหน่วยงาน
อย่างเป็นระบบ
จึงเป็นที่มาของการผลักดัน Sectoral CERT ให้เป็นกลโกกลางในการเฝ้าระวัง วิเคราะห์ แจ้งเตือนและประสานการตอบสนองต่อเหตุการณ์ไซเบอร์ของแต่ละภาคส่วน โดยมี ThaICERT ทำหน้าที่เชื่อมโยงข้อมูลและสนับสนุน การดำเนินงานในระดับประเทศ เพื่อเสริมสร้าง Cyber Reslience หรือความสามารถในการป้องกัน รับมือ และฟื้นฟู จากเหตุการณ์ไซเบอร์ ให้หน่วยงานภาครัฐสามารถให้บริการประชาชนได้อย่างต่อเนื่องและมั่นคงปลอดภัย
ภายในงานยังมีการเสวนาในหัวข้อ "Cybersecurity Trends 2027: ภัยคุกคามโซเบอร์ที่หน่วยงานภาครัฐต้องเตรียมพร้อม" โดยผู้เชี่ยวชาญจาก Palo Alto Networks, Fortinet และ True Corboration ซึ่งร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับแนวโน้มภัยคุกคามไซเบอร์ในอนาคต ผลกระทบของ AI และ Agentic AI ต่อการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ ตลอดจนเสริมสร้าง Cyber Resilience และการยกระดับการป้องกันภัยคุกคามขององค์
นอกจากนี้ ยังมีการบรรยายพิเศษในหัวข้อ "แนวทางการเปลี่ยนผ่านสู่ Post-Quantum Era และการเตรียมความพร้อมของประเทศไทย" เพื่อสร้างความตระหนักถึงผลกระทบของ Quantum Computing ต่อระบบการเข้ารหัสข้อมูลและแนวทางการเตรียมความพร้อมของประเทศไทยในการเปลี่ยนผ่านสู่มาตรฐานการเข้ารหัสยุคใหม่ รวมถึงการเสวนา"Beyond IOC:
ยกระดับ Sectoral CERT สู่การตรวจจับและรับมือ Generative A-Diven Cyber Attacks" โดยผู้แทนจาก ThaiCERT, Health-CERT, Energy CERT และ TB-CERT ซึ่งร่วมแลกเปลี่ยนประสบการณ์การตรวจจับ วิเคราะห์และรับมือกันภัยคุกคามไซเบอร์ยุคใหม่ พร้อมนำเสนอแนวทางการยกระดับการแลกเปลี่ยนข้อมูลภัยคุกคามจากการใช้ 10C ไปสู่การวิเคราะห์เชิงพฤติกรรมและการใช้ AI เพื่อสนับสนุนการปฏิบัติงานด้าน Cyber Defense ของประเทศ
สกมช. ยังคงมุ่งมั่นขับเคลื่อนการพัฒนาระบบนิเวศด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ของประเทศ ผ่านการบูรณาการความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และสถาบันการศึกษา การพัฒนาศักยภาพบุตลากร การส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีอย่างปลอดภัย และการสร้างเครือข่าย Sectoral CERT ให้มีความเข้มแข็ง เพื่อยกระดับความสามารถของประเทศไทย ในการป้องกัน รับมือ และฟื้นฟูจากภัยคุกคามไขเบอร์ ตลอดจนสร้างความเชื่อมั่นในการให้บริการภาครัฐและสนับสนุน การขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศอย่างมั่นคงต่อไป
โฆษณา