7 ส.ค. เวลา 05:55 • ความคิดเห็น

มนุษย์รุ่นสุดท้ายที่ถูกเลี้ยงโดยมนุษย์

เมื่อวานผมชวนเพื่อนๆไปดูหนังเรื่อง จดหมายรักถึงอาม่า หนังแต้จิ๋วที่กำลังโด่งดังทั่วโลกอยู่ในตอนนี้ เหตุเกิดจากป๊าผมเห็นโปสเตอร์หนังเรื่องนี้หลายเดือนก่อนและอยากดูมาก ด้วยเพราะว่าอากงก็มาจากเมืองจีน ป๊าก็พูดแต้จิ๋วได้ มีเรื่องราวมีความผูกพันที่ได้ยินตั้งแต่เด็ก
นานปีทีหนถึงจะมีหนังที่เกี่ยวกับคนแต้จิ๋วในยุคอากงที่ต้องอพยพมาตั้งถิ่นฐานใหม่ที่โพ้นทะเล ต้องทิ้งครอบครัว ทิ้งคนรักมาและไม่รู้ว่าจะได้กลับเมื่อไหร่ ที่สำคัญคือในเรื่องก็มาเมืองไทยเสียด้วย
1
ผมก็เลยปิดโรงแล้วบอกพี่ๆน้องๆที่สนิทกันที่อยากดูให้ชวนป๊า ม้า อาเจ๊ก อาอึ้ม อาม่า มาดูกัน รุ่นใหญ่หลายคนไม่ได้เข้าโรงหนังมาเป็นสิบปี แต่พอรู้ว่าเป็นหนังแต้จิ๋วรุ่นคนจีนโพ้นทะเลก็มารำลึกความหลัง ด้วยความที่หนังทำถึง ทำดีมากๆ ก็จะเห็นผู้ใหญ่เสียน้ำตา ได้ยินเสียงสะอื้นเป็นระยะ
2
ผมเองก็น้ำตาคลอด้วยความรู้สึกที่อธิบายได้ยากเช่นกัน
โดยตัวหนังเป็นหนังที่อบอุ่นหัวใจ ละเมียดละไม และถ่ายทอดชีวิตคนจีนโพ้นทะเลในยุคนั้นได้ดีมากๆ น้องๆ รุ่นใหม่ดูแล้วก็คงจะชมแบบนั้น
สำหรับผม และน่าจะยิ่งกว่าผมก็คือป๊า มันเป็นหนังที่ดูแล้วมีความรู้สึกพิเศษในระดับที่ติดค้างในใจจนถึงตอนนี้ เป็นความเข้าใจถึงรากเหง้า รู้สึกได้ถึงความยากลำบากของบรรพบุรุษในยุคนั้นที่เดิมเคยได้ยินแต่เรื่องเล่า
พอได้เห็นการเล่าเรื่องราวที่งดงามบนจอ เรื่องที่เคยได้ฟังจากอากง อาม่า จากป๊าที่ถ่ายทอดว่าเรามาจากอำเภอไหน จังหวัดไหน คำที่ยังพอคุ้นเป็นคำๆจากอาม่าก็สะกิดหูแทบทุกประโยคในหนัง แม้ว่าผมจะไม่เข้าใจประโยคนั้นก็ตาม ….ปวยกี เจี้ยะจิ้ว ป๋อห่อ บ่อต๋อ ฯลฯ
เป็นคำที่ไม่ใช่แค่ความหมาย แต่เป็นความคุ้นเคยที่ได้ถูกเลี้ยงมาในเรื่องเล่า ภาษาและวัฒนธรรมแบบนั้นในวัยเด็ก
1
หนังพาไปให้จินตนาการถึงคนจีนรุ่นอากงที่มาไทยในยุคนั้น ทั้งห่วงครอบครัวที่ทิ้งไว้เมืองจีนอย่างยากลำบาก จะสื่อสารกันได้ทีก็ต้องผ่านโพยก๊วน ไม่รู้กี่เดือนถึงจะสื่อความถึงและไม่รู้กี่เดือนถึงจะได้ข้อความกลับ ประโยคสามสี่ประโยคต้องอ่านทวนซ้ำแล้วซ้ำอีก
1
จดหมายที่ได้ก็จะเก็บไว้อย่างดีประหนึ่งสมบัติล้ำค่า เรื่องราวของความรักพวกพ้อง คุณธรรมน้ำมิตร ความอดทนอย่างที่สุดเพื่อความฝัน ความเชื่อเรื่องการสืบทอดตระกูล ความกตัญญู เป็นชุดความคิดที่ถูกส่งต่อกันมาตั้งแต่อากง ถึงป๊า และมาถึงผม
เป็นชุดความคิดที่ส่งต่อระหว่างมนุษย์ส่งต่อมนุษย์ ซึ่งผมสังเกตว่ามันเริ่มแหว่งๆหายๆ กระจายและถูกกลบโดยคลื่นข่าวสารข้อมูลที่ท่วมท้น จนผมคิดว่ามันน่าจะหายไปตั้งแต่การมาถึงของอัลกอรึทึ่ม โซเชียล และเอไอในที่สุด..
โปรเฟสเซอร์ ยูวัล ฮารารี่ (Yuval Harari) ผู้เขียนหนังสือเซเปี้ยนอันโด่งดัง เคยวิเคราะห์ไว้ว่า พวกเราน่าจะเป็นรุ่นสุดท้ายของมนุษย์ในโลกนับจากหมื่นปีที่ผ่านมาที่ถูกกำหนด เรียนรู้และหล่อหลอมด้วยมนุษย์ด้วยกันเองเพียงอย่างเดียว
ผมมาคิดต่อว่า มนุษย์รุ่นสุดท้ายที่เติบโตมาเป็นผู้ใหญ่และถูกปลูกฝังด้วยค่านิยม เรื่องเล่า ความเชื่อ จากมนุษย์ด้วยกันนั้น น่าจะเป็นผู้ใหญ่ก่อนมีโซเชียลมีเดีย ก็คือประมาณคนที่เกิดก่อนปี 1990 เพราะหลังจากนั้นประมาณยี่สิบปี เด็กๆก็ไม่ได้ถูกเลี้ยงด้วยมนุษย์ล้วนๆอีกด้วยการมาถึงของอัลกอริทึ่มและสมาร์ตโฟน
1
ในหนังสือ human raised โดยหมอ Dana Suskind เล่าถึงเด็กรุ่นใหม่ที่จะถูกเลี้ยงด้วย AI Chatbot ที่ออกแบบเฉพาะสำหรับเด็ก มีตุ๊กตา AI ที่คุยและเล่นกับเด็กได้ โตมาหน่อยก็จะมี AI Tutor ที่จะเป็นแนวทางการศึกษายุคใหม่ที่ทั้งโลกกำลังจะเคลื่อนไป โลกเดิมที่ผมกับป๊าคุ้นเคยจากการถูกเลี้ยงด้วยอาม่า ด้วยเหล่าญาติๆ องค์ความรู้ก็ได้จากคุณครูที่เป็นมนุษย์ก็จะค่อยๆหมดไป
1
ความเชื่อหลายอย่างก็จะกลายเป็นอดีต อาจจะถูกมองด้วยความตลก ไม่เข้าท่าในยุคสมัยใหม่ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องคุณธรรมน้ำมิตร เรื่องความกตัญญู เรื่องการยืนหยัดเพื่อพวกพ้อง เรื่องความเชื่อต่างๆก็จะเป็นเรื่องโบราณ ความอดทน รอคอย เป็นวันเป็นเดือนก็กลายเป็นความรู้สึกที่คนรุ่นใหม่ที่เกิดมาพร้อมความสามารถในการโทรหา ไลน์หากันได้ในพริบตาไม่ว่าจะอยู่ที่ได้ในโลกนั้นไม่มีทางเข้าใจ
ไม่ว่าจะดีขึ้นหรือแย่ลง รุ่นป๊า รุ่นผม ก็น่าจะเป็นมนุษย์ยุคสุดท้ายที่ถูกเลี้ยงโดยมนุษย์จริงๆ
มนุษย์ที่ถูกเลี้ยงโดยมนุษย์ก็เลยน่าจะดูหนังเรื่องนี้ได้ลึกซึ้งกว่าเพราะยังเคยสัมผัส เคยรู้ซึ้งถึงความลำบาก ความอดทนรออยู่บ้าง ไม่ว่าจะเป็นยุคไปเรียนเมืองนอกแล้วเขียนจดหมายคุยกับแฟน ใช้เวลาเป็นเดือน จดหมายถึงจะเดินทางไปกลับ ความตื่นเต้นที่จะเดินไปเช็คตู้ไปรษณีย์ทุกวัน และอดทนกับความผิดหวังที่ไม่เจออะไรในตู้ และก็มีความหวังว่าพรุ่งนี้จดหมายน่าจะมาถึงต่อ
ความอินกับเรื่องคุณธรรมน้ำมิตร การผดุงความยุติธรรมแบบมีแค่ขาวกับดำ ความทรงจำเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ที่ฝังในใจไม่ว่าจะเป็นรสชาติอาหาร เกร็ดความรู้เพียงเล็กน้อยที่ผู้ใหญ่เล่าให้ฟัง ด้วยเพราะไม่ได้มีข่าวสารข้อมูลมากมายอะไรให้เปรียบเทียบ ความทรงจำเลยฝังลึกและรู้สึกง่ายเป็นพิเศษ
เป็นความเป็นมนุษย์ที่ถ่ายทอดกันมาแบบนี้เป็นหมื่นปี จนมาถึงยุคแห่งอัลกอรึทึ่มและเอไอเมื่อไม่นานมานี้..
เหล่านี้ก็เลยทำให้การดูหนังจดหมายรักถึงอาม่าจึงเป็นทั้งความสุขที่ได้สะกิดความทรงจำถึงสิ่งที่เราได้รับจากมนุษย์ที่เป็นบรรพบุรุษของเราก่อนหน้า ได้นึกย้อนไปในวันที่โลกยังหมุนไปอย่างช้าๆ ค่านิยมหลายอย่างที่เราเชื่อร่วมกัน และด้วยอายุของมนุษย์รุ่นสุดท้ายอย่างพวกผมและป๊า รวมถึงโลกที่เปลี่ยนไปขนาดนี้
หนังเรื่องนี้น่าจะเป็นหนังเรื่องสุดท้ายที่มนุษย์รุ่นสุดท้ายอย่างเราจะได้ชื่นชมแล้วจริงๆ
มากไปกว่านั้น สำหรับผมแล้ว พอดูหนังไปแล้วนึกตามตัวละครไป ก็ยังรู้สึกขนลุกและโชคดีขึ้นมาอีกด้วย เพราะอากงเคยเล่าว่า ตอนที่อากงตัดสินใจออกมาตายดาบหน้าจากจีน มีพรรคพวกเพื่อนฝูงชวนกันมา ไม่ได้มีความรู้อะไรเลย บางคนก็ชวนเลี้ยวขวาไปเขมร ญาติหลายคนก็ไปทางนั้น บางคนก็บอกให้มาไทย อากงก็ลังเล แต่ก็ตัดสินใจมาเสี่ยงดวงที่ไทย
ถ้าอากงตัดสินใจไปขวา… ก็ไม่รู้ว่าผมจะเป็นยังไงเหมือนกันในตอนนี้เลยครับ…
โฆษณา