เมื่อวาน เวลา 12:00 • ยานยนต์

อวสานวิศวกรรมเยอรมัน? เมื่อ Volkswagen ต้องยอมก้มหัวซื้อเทคโนโลยีจาก Xpeng

ลองนึกภาพตามย้อนกลับไปซักสิบกว่าปีก่อนดูนะครับ ตอนนั้นวงการรถยนต์จีนเป็นยังไง
ใครๆ ก็ชอบแซวว่ารถจีนมีแต่รถก๊อปปี้ ลอกดีไซน์แบรนด์ยุโรปมาแบบดื้อๆ เรียกว่าเป็นตัวตลกในวงการเลยก็ว่าได้…
แต่ตัดภาพมาวันนี้ เรื่องตลกร้ายที่ไม่มีใครคาดคิดก็เกิดขึ้นจริงแบบช็อกโลก
เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ปี 2026 ค่ายรถยนต์ยักษ์ใหญ่ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของเยอรมนีอย่าง Volkswagen สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่
พวกเขาตัดสินใจทำในสิ่งที่ลบเหลี่ยมค่ายรถยุโรปแบบสุดๆ นั่นคือการควักเงินซื้อเทคโนโลยีจากบริษัทจีน
ไม่ได้ซื้อแค่ชิ้นส่วนก๊อกแก๊กทั่วไป แต่เป็นการซื้อไลเซนส์ซอฟต์แวร์ระบบขับขี่อัตโนมัติ Level 4 แบบสเกลยักษ์
และบริษัทที่ Volkswagen ต้องยอมก้มหัวให้ก็คือสตาร์ทอัพจีนที่ชื่อว่า Xpeng…
บอกเลยว่าเรื่องนี้มันโคตรจะย้อนแย้งและเจ็บปวดสำหรับวิศวกรชาวเยอรมัน
ยังจำกันได้มั๊ยครับว่าสมัยก่อน ตอนที่ Volkswagen ขายรถในจีนได้เป็นล้านๆ คัน ตอนนั้น Xpeng ยังไม่เกิดเลยด้วยซ้ำ
Xpeng เพิ่งก่อตั้งตอนปี 2014 แล้วกว่าจะส่งมอบรถคันแรกได้ก็ปาเข้าไปปี 2018
ในขณะที่ Volkswagen เข้าไปบุกเบิกตลาดจีนตั้งแต่ปี 1984 เป็นรถคันแรกของหลายครอบครัวในจีนเลยทีเดียว…
คำถามคือ แล้วทำไมยักษ์ใหญ่ที่มีพนักงานเกือบเจ็ดแสนคน มีรายได้ปีละมหาศาล ถึงทำซอฟต์แวร์เองไม่ได้
เรื่องนี้ต้องย้อนกลับไปปี 2020 ตอนนั้นอุตสาหกรรมยานยนต์กำลังเปลี่ยนผ่านเข้าสู่ยุคดิจิทัล
ทุกคนรู้ดีว่ามูลค่าของรถยนต์ไม่ได้อยู่ที่เหล็กกล้าหรือเครื่องยนต์อีกต่อไป แต่มันคือซอฟต์แวร์ล้วนๆ
ใครกุมอำนาจซอฟต์แวร์ได้ คนนั้นคือผู้ชนะในเกมนี้แบบเบ็ดเสร็จ…
ตอนนั้นซีอีโอของ Volkswagen ที่ชื่อ Herbert Diess ก็เลยตั้งโปรเจกต์ระดับชาติขึ้นมา
เขาก่อตั้งแผนกที่ชื่อว่า Cariad เพื่อหวังจะสร้างระบบปฏิบัติการของตัวเองให้ครอบคลุมรถทั้ง 12 แบรนด์ในเครือ
ความฝันคือต้องการสลัดทิ้งพวกซัพพลายเออร์ภายนอก แล้วขึ้นเป็นมหาอำนาจทางเทคโนโลยี
แต่อนิจจา โลกแห่งความจริงมันโหดร้ายกว่าหน้ากระดาษพรีเซนต์งานเยอะมาก…
ตลอด 4 ปี Cariad เผาเงินไปกว่า 14 พันล้านยูโร หรือราวๆ ห้าแสนล้านบาท แต่ผลลัพธ์ที่ได้กลับพังไม่เป็นท่า
ตัวเลขขาดทุนสะสม 3 ปีทะลุ 7.5 พันล้านดอลลาร์ รายได้กลับสวนทางแบบน่าใจหาย
แถมซอฟต์แวร์ที่ทำออกมาก็มีปัญหาเยอะมาก บั๊กกระจายจนโดนลูกค้าด่าเปิง…
รถรุ่นท็อปอย่าง Porsche Macan แบบไฟฟ้า หรือ Audi Q6 ต้องโดนเลื่อนเปิดตัวออกไปเป็นปีๆ
แค่เพราะซอฟต์แวร์มันไม่เสร็จ เรียกว่าเป็นหายนะระดับองค์กรที่ทำเอาผู้บริหารเก้าอี้ร้อนกันเป็นแถบ
สุดท้าย Herbert Diess ก็ต้องกระเด็นตกเก้าอี้ไป เพราะทนพิษบาดแผลเรื่องนี้ไม่ไหว
พอมาถึงปี 2025 ซีอีโอคนใหม่อย่าง Oliver Blume ก็ต้องออกมายอมรับความพ่ายแพ้…
เขาประกาศบนเวทีงานระดับโลกเลยว่า Cariad จะเลิกดันทุรังทำซอฟต์แวร์เองตั้งแต่ศูนย์แล้ว
ทางออกคือต้องหันไปจับมือกับพาร์ทเนอร์ที่ทำของเสร็จพร้อมใช้งานแทน
และนั่นคือจังหวะที่ Xpeng สตาร์ทอัพจีนก้าวเข้ามาเป็นพระเอกขี่ม้าขาว
เทคโนโลยีของ Xpeng ที่ชื่อ VLA 2.0 มันล้ำหน้ากว่าสิ่งที่วิศวกรเยอรมันพยายามทำมาตลอด 4 ปีมาก…
ระบบนี้เป็น AI ที่ไม่ต้องพึ่งแผนที่ความละเอียดสูงแบบเก่าๆ อีกต่อไป
มันตัดสินใจสถานการณ์ตรงหน้าได้เอง แถมยังอัปเดต over the air ได้ทันที
Volkswagen ออกมายอมรับเองเลยว่า ระบบของจีนช่วยลดเวลาพัฒนาไปได้ถึง 40 เปอร์เซ็นต์
แถมยังลดความซับซ้อนยุ่งยากลงไปได้อีก 30 เปอร์เซ็นต์ เรียกว่าประหยัดทั้งเงินทั้งเวลาแบบเห็นๆ…
ตอนที่ซีอีโอของ Xpeng อย่าง He Xiaopeng ประกาศดีลนี้ให้ลูกน้องฟัง
เขาไม่ได้พูดแบบถ่อมตัวเลยแม้แต่น้อย แต่เขาประกาศกร้าวว่านี่คือช่วงเวลา DeepSeek ของวงการรถยนต์
มันคือการตอกย้ำว่า AI ของจีนเจ๋งพอที่จะเทียบชั้นอเมริกาด้วยต้นทุนที่ถูกกว่ามหาศาล
จากคนที่เคยโดนล้อว่าเป็นแค่นักก๊อปปี้ วันนี้กลับกลายเป็นผู้นำให้โลกตะวันตกต้องเดินตาม…
และรู้มั๊ยครับว่า ความพ่ายแพ้ครั้งนี้ไม่ได้เกิดแค่กับแบรนด์เดียว
ในช่วงเวลาไล่เลี่ยกัน วิศวกรของ BMW ก็ต้องนั่งเงียบกริบในห้องประชุม
เมื่อเห็นสไลด์เปรียบเทียบว่าระบบที่ตัวเองทำ สู้ของบริษัทจีนที่ชื่อ Momenta ไม่ได้เลย
สุดท้าย BMW ก็ต้องยอมเซ็นสัญญาเอาซอฟต์แวร์ของ Momenta มาใส่ในรถรุ่นใหม่ของตัวเอง…
General Motors หรือ GM ก็ควักเงิน 300 ล้านดอลลาร์ให้บริษัทจีนเหมือนกัน
Mercedes Benz ก็เอาระบบขับขี่ของ Momenta ไปใช้ในรุ่นซีดานคันใหม่
แม้แต่ยักษ์ใหญ่อย่าง Stellantis ยังต้องจับมือกับ Pony AI เพื่อทำแท็กซี่ไร้คนขับในยุโรป
กลายเป็นว่าค่ายรถหรูที่เป็นคู่แข่งกันมาตลอด กลับต้องมาใช้คู่มือเล่มเดียวกันเป๊ะ…
คำถามก็คือทำไมบริษัทจีนถึงทำเรื่องพวกนี้ได้โหดเบอร์นี้?
เหตุผลแรกคือหน่วยงานรัฐของจีนอนุมัติฟีเจอร์ใหม่ๆ ไวมาก ไม่ต้องรอเป็นชาติเหมือนฝั่งยุโรป
แถมสภาพรถติดบรรลัยในเมืองจีน ยังเป็นแหล่งเก็บข้อมูลชั้นยอดให้ AI ได้เรียนรู้เร็วกว่า
ต้นทุนค่าจ้างวิศวกรจีนก็ถูกกว่า แถมยังมีเงินอุดหนุนจากรัฐบาลมาช่วยดันอีก…
แต่สิ่งที่น่าเศร้าที่สุดในเรื่องนี้คือชะตากรรมของพนักงาน Cariad
คนที่เคยเป็นฟันเฟืองสำคัญ ตอนนี้กำลังนั่งลุ้นว่าตัวเองจะโดนซองขาวเมื่อไหร่
จำนวนพนักงานโดนหั่นลงเรื่อยๆ จากตำแหน่งผู้สร้างสรรค์ กลายเป็นแค่คนเอาซอฟต์แวร์จีนมาประกอบเข้าตัวรถ
ลองคิดดูว่าความรู้สึกของคนที่ทุ่มเททำงานมาสี่ปี แต่วันนี้กลับถูกทิ้งไว้ข้างหลังมันจะเคว้งขนาดไหน…
เรามาขยี้ดีเทลตรงนี้กันต่อดีกว่า ว่าทำไมฝั่งยุโรปถึงก้าวพลาดแรงขนาดนี้
ลองจินตนาการบรรยากาศในสำนักงานใหญ่ที่ Wolfsburg ดูกัน
ห้องประชุมที่เคยเต็มไปด้วยความมั่นใจของวิศวกรเยอรมันผู้ทะนงตัว
มาวันนี้กลับกลายเป็นห้องแห่งความเงียบงัน ที่ไม่มีใครกล้าสบตากันเวลาดูสเปรดชีตงบประมาณ…
สีแดงเถือกในช่องตัวเลขขาดทุน มันสะท้อนให้เห็นถึงอีโก้ที่กัดกินองค์กรจากข้างใน
พวกเขามั่นใจเกินไปว่ารากฐานทางวิศวกรรมที่สั่งสมมานับร้อยปี จะทำให้พวกเขาชนะทุกอย่าง
ลืมคิดไปว่าการเขียนโค้ดซอฟต์แวร์ มันคนละเรื่องกับการหล่อชิ้นส่วนเครื่องยนต์
สตาร์ทอัพฝั่งจีนเขาเกิดมาพร้อมกับมายด์เซ็ตแบบบริษัทไอที ที่เน้นความไวและพร้อมปรับตัว…
การเอาวิศวกรเครื่องกลมาบริหารงานซอฟต์แวร์ มันก็เหมือนเอาพ่อครัวอาหารคาวไปทำเบเกอรี
วัตถุดิบมันต่างกัน วิธีการมันต่างกัน สุดท้ายเค้กที่อบออกมามันก็กินไม่ได้
นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นกับ Cariad ที่ผู้บริหารพยายามยัดเยียดวิถีแบบเดิมๆ ลงไปในเทคโนโลยีแห่งอนาคต
จนทำให้เสียเวลาไปฟรีๆ ถึง 4 ปีเต็ม พร้อมกับเงินลงทุนที่มลายหายไปในอากาศ…
ตัดภาพมาที่ฝั่งเมืองเซินเจิ้นหรือปักกิ่ง ออฟฟิศของ Xpeng หรือบริษัทเทคจีนอื่นๆ
เด็กหนุ่มไฟแรงที่โตมากับสมาร์ทโฟน กำลังรัวคีย์บอร์ดสร้างสถาปัตยกรรมระดับโลก
พวกเขาไม่ได้มองรถยนต์เป็นแค่พาหนะ แต่มองว่ามันคือสมาร์ทโฟนติดล้อขนาดยักษ์
วิธีคิดแบบนี้แหละที่ทำให้ VLA 2.0 ก้าวข้ามขีดจำกัดที่ฝั่งยุโรปยังติดหล่มอยู่…
ไม่ต้องมารอนั่งวาดแผนที่แบบเดิมให้ครบทุกซอกทุกมุมถนน
เพราะโลกความเป็นจริง ถนนมันเปลี่ยนทุกวัน มีก่อสร้าง มีซ่อมแซมตลอดเวลา
ระบบของจีนถึงออกแบบมาให้ AI รู้จักคิดและตัดสินใจหน้างานได้เหมือนมนุษย์
ผลลัพธ์คือมันทำงานได้อึดและทนทานต่อสถานการณ์วุ่นวายบนถนนได้ดีกว่าถึงสิบสามเท่า…
แถมยังฉลาดพอที่จะแยกซอฟต์แวร์ออกจากฮาร์ดแวร์แบบเบ็ดเสร็จ
ไม่ต้องขับรถไปศูนย์บริการเพื่อเสียบสายอัปเดตระบบให้วุ่นวายอีกต่อไป
นอนอยู่บ้านเฉยๆ ซอฟต์แวร์ก็อัปเดตตัวเองผ่านอากาศให้รถเก่งขึ้นได้ในข้ามคืน
นี่คือเวทมนตร์แห่งยุคดิจิทัลที่วิศวกรชาวเยอรมันพยายามไขว่คว้า แต่กลับเอื้อมไม่ถึง…
เอาจริงๆ เรื่องนี้มันชวนให้ขนลุกเวลาคิดถึงความรวดเร็วในการสลับขั้วอำนาจ
จากที่จีนเคยเป็นลูกไล่ เป็นโรงงานรับจ้างผลิตให้ฝั่งตะวันตกกอบโกยกำไร
ตอนนี้กลายเป็นว่าค่ายรถยักษ์ใหญ่ต้องมาต่อคิวขอซื้อไลเซนส์ จ่ายค่าต๋งให้จีนปีละหลายร้อยล้านดอลลาร์
รายได้พวกนี้เปลี่ยนให้บริษัทที่เคยเผาเงินไปกับฮาร์ดแวร์ กลายเป็นเสือนอนกินแบบชิลๆ…
โมเดลธุรกิจมันเปลี่ยนไปคล้ายๆ กับพวก ARM หรือ Qualcomm ในวงการชิปเลย
คือไม่ต้องเหนื่อยผลิตเองทั้งหมด แค่ถือครองสิทธิ์ทางปัญญาแล้วเก็บค่าเช่าไปยาวๆ
Volkswagen ที่เคยหวังจะสร้างป้อมปราการทางเทคโนโลยีของตัวเอง
วันนี้กลับต้องยอมเปิดประตูเมืองรับเอาเทคโนโลยีจีนเข้ามาวิ่งเล่นในระบบประสาทส่วนกลางของรถ…
แน่นอนว่านักวิเคราะห์การเงินในวอลล์สตรีทต่างก็ต้องรีบแก้โมเดลประเมินมูลค่ากันมือระวิง
หุ้นของฝั่งจีนดูมีอนาคตสดใสจากการเก็บค่าไลเซนส์ที่กำไรบานตะไท
ส่วนฝั่งยุโรป ตัวเลขมันสะท้อนความจริงอันหนาวเหน็บ ว่าพวกเขาไม่ใช่ผู้กำหนดเกมอีกต่อไป
ทุกดอลลาร์ที่จ่ายให้จีน คือการตบหน้าวิสัยทัศน์ของผู้บริหารตัวเองเมื่อห้าปีก่อน…
แต่อย่าเพิ่งคิดว่าเกมนี้จะจบลงแบบง่ายดายขนาดนั้น
เพราะการเอาซอฟต์แวร์จีนมาวิ่งบนถนนยุโรป มันก็ยังมีกำแพงเรื่องกฎหมายอยู่
กฎระเบียบของยุโรปค่อนข้างเข้มงวดและห่วงเรื่องความปลอดภัยของข้อมูลขั้นสุด
แถมสภาพอากาศ ฤดูหนาว หิมะตกหนักในเยอรมนี ก็ท้าทาย AI จีนอยู่ไม่น้อย…
ทาง Volkswagen เองก็รู้ดี เลยไม่ได้ผลีผลามเอาระบบนี้มาใช้ในบ้านเกิดทันที
แพลนของพวกเขาคือเริ่มใช้ Level 3 ในจีนช่วงครึ่งหลังของปี 2027 ก่อน
เรียกว่าต้องค่อยๆ ทดสอบให้ชัวร์จริงๆ ถึงจะกล้าเอามาลุยในตลาดยุโรป
ความระมัดระวังนี้บ่งบอกชัดเจนว่า ลึกๆ แล้วพวกเขาก็ยังแอบหวั่นใจอยู่เหมือนกัน…
มหากาพย์สงครามรถยนต์ไฟฟ้าและ “ซอฟต์แวร์” ขับขี่อัตโนมัติเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น
สิบห้าปีที่แล้ว พวกเราเคยนั่งขำคลิปรีวิวรถจีนที่ทำสีลอก ประกอบไม่เนียน
มาวันนี้ ใครจะกล้าขำออก ในเมื่อแม้แต่รถแบรนด์หรูที่จอดในโรงรถ
ก็ยังต้องพึ่งพา “AI” จากประเทศที่เราเคยตั้งแง่ดูถูกมาตลอด…
ผมว่าท้ายที่สุดมันก็เกิดคำถามที่น่าสนใจก็คือ การที่ยุโรปยอมพ่ายแพ้ในศึกนวัตกรรมครั้งนี้ มันคือการถอยเพื่อตั้งหลัก หรือเป็นสัญญาณของการล่มสลาย
รถยนต์ที่ประทับตราสุดหรูจากยุโรป แต่ขับเคลื่อนด้วยมันสมองจากเอเชีย
มันยังจะให้ความรู้สึกพรีเมียมและน่าหลงใหลเหมือนในอดีตอยู่อีกไหม
References : [bloomberg, reuters, electrek, cnbc, wsj]
=========================
😴 นอนไม่หลับ? 😴 หลับไม่สนิท?
=========================
ใครที่มีปัญหานอนไม่สนิท ตื่นมาแล้วเพลียเหมือนผมบ้างครับ ผมอยากแนะนำ Diip CBD ที่มีทั้งแบบกัมมี่และแคปซูล
พอดีผมได้ลองใช้เองมาเพียงแค่อาทิตย์แรก บอกเลยว่าชีวิตเปลี่ยน ปัญหาเรื่องการนอนหมดไปเลยครับ สนใจแอดไลน์ @diipgeek มีผู้เชี่ยวชาญดูแลคอยปรึกษาตลอด 24 ชั่วโมง
ติดตามสาระดี ๆ อัพเดททุกวันผ่าน Line OA ด.ดล Blog
คลิกเลย --> https://lin.ee/aMEkyNA
——————————————––
ติดตาม ด.ดล Blog เพิ่มเติมได้ที่
=========================
โฆษณา