Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
MarketThink
ยืนยันแล้ว
•
ติดตาม
51 นาทีที่แล้ว • ธุรกิจ
เซ็นทรัล รีเทล เข้าซื้อกิจการ MaxValu ในไทย ทั้งหมด 30 สาขา
ล่าสุด บริษัท เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น จํากัด (มหาชน) หรือ CRC ได้แจ้งต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยว่า ได้เข้าทำการเข้าถือหุ้นในบริษัท อิออน (ไทยแลนด์) จำกัด เจ้าของ MaxValu ในไทย
ผ่านบริษัท เซ็นทรัล ฟู้ดรีเทล จำกัด (CFR) ซึ่งเป็นบริษัทย่อย
การเข้าถือหุ้นในครั้งนี้ ทำให้เซ็นทรัล รีเทล กลายเป็นเจ้าของร้านซูเปอร์มาร์เก็ต MaxValu ทั้งหมด 30 สาขาในประเทศไทยโดยทันที..
- โดย เซ็นทรัล ฟู้ดรีเทล ระบุว่า จะช่วยเสริมความแกร่งให้ CFR ซึ่งเป็นเจ้าของ Tops ขยายเครือข่ายซูเปอร์มาร์เก็ต และเพิ่มฐานลูกค้าได้กว่า 900,000 รายได้
รวมถึงยังได้กรรมสิทธิ์ในที่ดิน และศูนย์ผลิตอาหารพร้อมรับประทาน (Ready-to-Eat Processing Center) ซึ่งช่วยยกระดับขีดความสามารถในการผลิตและพัฒนาสินค้ากลุ่มอาหารพร้อมรับประทาน
ทำให้สามารถสร้างความแตกต่างของสินค้า เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคได้ดียิ่งขึ้น
และเซ็นทรัล ฟู้ดรีเทล จะนำความเชี่ยวชาญในด้านค้าปลีกมาพัฒนาและยกระดับประสิทธิภาพธุรกิจ โดยจะปรับโฉมสาขาทั้งหมดเป็น Tops
และรวมสาขาที่ซื้อเข้ามาสู่ Ecosystem ของเซ็นทรัล ฟู้ดรีเทล เพื่อเสริมสร้างผลประกอบการให้ดียิ่งขึ้นต่อไป
- สำหรับ MaxValu ในประเทศไทยก็มีจุดเริ่มต้นในช่วงปี พ.ศ. 2527
MaxValu เข้ามาในเมืองไทยตั้งแต่ปี 2527 หรือเมื่อ 41 ปีก่อนภายใต้บริษัท สยามจัสโก้ จำกัด โดยใช้ชื่อว่า “ห้างจัสโก้” (JUSCO)
โดยห้างจัสโก้สาขาแรกเปิดที่ถนนรัชดาภิเษก และได้รับความนิยมอย่างมาก จนต้องขยายสาขาเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
อย่างไรก็ดี เมื่อประเทศไทยประสบวิกฤติเศรษฐกิจในปี 2540 ห้างจัสโก้ได้รับผลกระทบอย่างหนัก
เลยจำเป็นต้องทยอยปิดสาขาที่ขาดทุนลงไปเรื่อย ๆ จนเหลือเพียงไม่กี่แห่งในเวลานั้น
จนกระทั่งในปี 2550 AEON Group ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของห้างจัสโก้ ได้รีแบรนด์ห้างจัสโก้ มาเป็น“MaxValu” และเปลี่ยนชื่อบริษัท สยามจัสโก้ จำกัด มาเป็น บริษัท อิออน (ไทยแลนด์) จำกัด มาจนถึงปัจจุบัน
MaxValu วางตัวเองเป็นซูเปอร์มาร์เก็ตขนาดใหญ่ เน้นสินค้าอุปโภคบริโภคและอาหารสด
โดยมีสาขาแรกอยู่ที่ ถนนนวมินทร์
MaxValu ทำธุรกิจมาเรื่อย ๆ จนถึงปี 2553 เป็นต้นมาทางแบรนด์ก็ได้เปลี่ยนไปเน้นการใช้โมเดลของสาขาเล็กลง
เพื่อให้เข้าถึงชุมชนและคอนโดต่าง ๆ ได้ง่ายขึ้นโดยใช้ชื่อว่า "แม็กซ์แวลู ทันใจ" มีสาขาแรกอยู่ที่ซอยทองหล่อ 18
โมเดลนี้จะเด่นมาก ๆ เรื่องอาหารพร้อมทาน (Ready-to-Eat) สไตล์ญี่ปุ่น ไปจนถึงการจัดโปรโมชันลดราคาป้ายเหลือง ลดราคาสินค้า 50% ในช่วงดึกอยู่บ่อยครั้ง
ซึ่งโมเดลดังกล่าวก็ประสบความสำเร็จในระดับหนึ่ง โดยเฉพาะกับกลุ่มลูกค้าชาวญี่ปุ่น
- สำหรับผลประกอบการ บริษัท อิออน (ไทยแลนด์) จำกัด เจ้าของ MaxValu ในไทยที่ผ่านมา (ปิดรอบบัญชี สิ้นเดือน กุมภาพันธ์ของทุกปี)
ปี 2567 รายได้ 4,441 ล้านบาท ขาดทุน 186 ล้านบาท
ปี 2568 รายได้ 4,384 ล้านบาท ขาดทุน 207 ล้านบาท
ปี 2569 รายได้ 4,053 ล้านบาท ขาดทุน 266 ล้านบาท
จะเห็นได้ว่า เจ้าของ MaxValu ในไทย ขาดทุนมากขึ้นเรื่อย ๆ ตลอดระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมา เรื่องนี้เป็นเพราะการแข่งขันที่รุนแรงในตลาดค้าปลีก ทำให้ผู้บริโภคมีตัวเลือกมากขึ้น
ไม่ว่าจะเป็นร้านสะดวกซื้ออย่าง 7-Eleven ที่เป็นเจ้าตลาด, CJ MORE และ CJ Supermarket ที่เน้นขยายสาขาเข้าสู่แหล่งชุมชน
รวมถึง Tops Supermarket ซึ่งเป็นของ เซ็นทรัล ฟู้ดรีเทล และแฟลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ และดิลิเวอรี ที่ตอบโจทย์เรื่องความสะดวกสบาย ด้วยการสั่งซื้อที่หน้าจอแล้วรอรับที่หน้าบ้านในระยะเวลาไม่นาน
เรื่องนี้น่าจับตามองว่า หลังจากนี้ MaxValu ในไทย ที่กำลังจะเปลี่ยนมือมาเป็นเซ็นทรัล รีเทล จะมีกลยุทธ์ และการปรับตัวอย่างไร ให้สามารถเข้าถึงผู้บริโภคได้ดีกว่าเดิม
crc
บันทึก
5
1
5
1
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย