7 ชั่วโมงที่แล้ว • หุ้น & เศรษฐกิจ

จับชีพจรตลาด ทองคำฟื้นตัว รับข่าวจ้างงานสหรัฐฯ ต่ำคาด (Ep.67)

by หนีดอย ประจำเดือนสิงหาคม 2026
📌เข้าสู่เดือนที่ 8 ของปี 2026 เดือนที่ผ่านมามีการสับเปลี่ยนกลุ่มลงทุน (Sector Rotation) ค่อนข้างมาก จากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ (กรณีสหรัฐฯ-อิหร่านที่ทำราคาน้ำมันพุ่งสูงชั่วคราว) และความกังวลความคุ้มค่าของการลงทุนในธีม AI หลังทยอยออกงบกัน หุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์และผู้รับประโยชน์จาก AI เผชิญแรงขายทำกำไรและความกังวลเรื่อง Valuation ที่ตึงตัว
รวมถึงแรงกดดันจากการบังคับลดเลเวอเรจ โดยเฉพาะที่เกิดขึ้นในตลาดหุ้นเกาหลี ที่ Kospi ทำจุดสูงสุดในเดือนมิ.ย.ที่ 9,385 ก่อนร่วงลงแตะจุดต่ำสุดที่ 5,262 จุด ก่อนมีแรงฟื้นคืนขึ้นมาปิดที่ 6,258 จุดในวันศุกร์ แม้ผลประกอบการบริษัทใหญ่จะออกมาดี แต่ตลาดเริ่มตั้งคำถามถึงความคุ้มค่าของการทุ่มงบลงทุน (Capex) ด้าน AI ว่าจะแปลงเป็นรายได้จริงเมื่อไหร่
ตลาดหุ้นเอเชียและตลาดเกิดใหม่ ปรับตัวลดลง (เช่น Nikkei 225 ร่วงลงราว 17% ก่อนรีบาวด์ขึ้นมาได้เหลือติดลบราวๆ 10%) ในทางกลับกัน ตลาดหุ้นยุโรปและอังกฤษ (FTSE) fฟื้นตัวได้ค่อนข้างดีกว่าเนื่องจากนักลงทุนโยกย้ายเงินทุนมาหาหุ้นกลุ่มคุณค่า (Value) และหุ้นที่มีกระแสเงินสดมั่นคง ดัชนี STOXX600 ทำ All time high ปิดตลาดที่ 660.26 จุด
ในส่วนอัตราผลตอบแทนพันธบัตร (Bond Yields) ขยับสูงขึ้นทั่วโลก ทำให้ราคาตราสารหนี้ปรับตัวลดลง เนื่องจากตลาดยังคงกังวลเรื่องเงินเฟ้อจากภาวะราคาน้ำมันที่เคยพุ่งขึ้น และมุมมองแบบเหยี่ยวจากทาง FED ที่แม้จะคงดอกเบี้ยจากผลการประชุม ก่อนที่ความผ่อนคลายการขึ้นดอกเบี้ยจะเกิดขึ้นหลังประกาศตัวเลข Nonfarm Payroll ในคืนวันศุกร์ที่ 7 ส.ค. ที่ผ่านมา ส่งผลให้ราคาทองคำดีดตัวขึ้นมาจากราคาที่อยู่แถวๆ 4,000 มาปิดที่ 4,342 ในคืนวันศุกร์ที่ผ่านมา
เงินดอลลาร์สหรัฐฯ (USD) อ่อนค่าลง Dollar index จาก 101.8 เมื่อเดือนก่อน ปรับตัวอ่อนค่าลงมาที่ 99.60 หลังปิดตลาด จากตัวเลขการจ้างงานที่อ่อนแอ เป็นผลให้บาทเริ่มแข็งค่า จากจุดอ่อนค่าสุดที่ผ่านมา 33.87 มาปิดที่ 33.02
📌สรุป 5 ตีมที่ดีที่สุดใน 3 เดือนพร้อมกองทุนตัวอย่าง
1. Cybersecurity : TCYBER +39.06%
กองอื่นๆ เช่น LHCYBER-A +36.22%, KFCYBER-A +35.50%
2. Thai Banking : K-BANKING +29.78%
กองอื่นๆ เช่น SCBBANKING +29.74% KFFIN-D +22.40%
3. Genomics (ARKG) : ES-GENOME +29.28%
กองอื่นๆ เช่น SCBGENOME(E) +26.34%
4. Global Cloud : PRINCIPAL GCLOUD-A +26.18%
5. Memory Chip : M-MEM +21.67%
📌สรุป 5 ตีมที่แย่ที่สุดใน 3 เดือนพร้อมกองทุนตัวอย่าง
1. Rare Earth : ONE-RAREEARTH -33.23%
กองอื่นๆ เช่น DAOL-RARE -32.60%
2. Clean Energy : PRINCIPAL GCLEAN-A -24.57%
กองอื่นๆ เช่น SCBCLEANA -22.08%
3. Blockchain : LHGBLOCK-A -23.06%
กองอื่นๆ เช่น DAOL-DAPP -21.75%, ASP-DIGIBLOC -20.57%
4. Nuclear : ASP-NCLR -22.17%
กองอื่นๆ เช่น DAOL-NUCLEAR -17.58%
5. Cannabis : MCANN - 17.81%
กองอื่นๆ เช่น DAOL-CANAB -16.85%
📌กองทุนระดับความเสี่ยง 5 ที่เหมาะกับการเป็น Core Port
โดยมีทั้งตราสารหนี้และหุ้นผสมกันในกองทุน
กับ ผลตอบแทน 3 เดือนย้อนหลัง
1. ES-GAINCOME-UH-A และ
ES-GAINCOME-UH-R +5.10%
2. ES-ULTIMATE GA1 +2.83%
3. ES-ULTIMATE GA2 +4.57%
4. ES-ULTIMATE GA3 +5.28%
📌สรุปการเข้าซื้อ/ขาย/สับเปลี่ยนกองทุนสำหรับพอร์ทตัวเอง (Jul 2026)
🎯BUY
K-GDBONDUH
E1VFVN3001
- SCBRARE(A)
- SCBGOLDHRMF
- SCBNK225E
- KKP GINFRAEQ-H
🎯SELL
SCBSEMI(E)
🎯SWITCH OUT -> SWITCH IN
SCBRMCHA -> SCBRMEU
ONE-UGG-RA -> SCBAUTO(E)
AIQ/MCHI/IXJ -> IXN/KURE/FLJP (ผ่าน Jitta Thematic)
ปล. เหตุผลของการซื้อ / ขาย / สับเปลี่ยนจะอยู่ใน โพส My Personal Move ที่ x.com/needoykan ครับ
📌 มุมมองครึ่งปีหลัง จาก Sector Rotation
Core : ยังคงเพิ่มสัดส่วนประเทศตลาด Developed market (DM) ญี่ปุ่นและยุโรปมากขึ้น ผ่านกองทุน SCBNK225 / SCBEUEQ (ทั้ง 2 กองแรกมี Class E SCB) รวมไปถึง KKP GINFRAEQ-H ที่มีสัดส่วนยุโรปสูง ยิ่งความผ่อนคลายจากการขึ้นดอกเบี้ยลดลง Global infrastructure ก็จะเป็นปัจจัยบวกมากขึ้น แม้ว่าช่วงเดือนที่ผ่านมากองทุนจะถูกกดดันความกังวลเงินเฟ้อที่สูงขึ้น ทำให้ต้องขึ้นดอกเบี้ย
ในแง่ของ Bonds : คง Global Bonds / Thai bonds ที่สัดส่วน 75/25 ผ่าน K-GDBONDUH / KTILF
Thematic : สนใจ 3 ตีม Rare Earth / GRID / ARKQ เป็นพิเศษ หากมีการปรับตัวลดลงของระดับราคาที่เหมาะสม โดยเน้นสะสมแบบจับจังหวะ โดยที่ผ่านมาได้ซื้อ Rare Earth 2 ไม้เดือนก.ค. ที่ราคา REMX 79/71 USD ตามลำดับ
ในแง่ของหุ้นตลาด Emerging market (EM) จะเห็นว่าจีน (H-share) เริ่มฟื้นคืนมาในเดือนก่อน +9% ผิดกับ A-share ที่ปรับตัวลดลง -6.5% ในช่วง 1 เดือน และ อินเดีย ยัง underperfomed อยู่มากแทบไม่ขยับ แม้ราคาน้ำมันเริ่มปรับตัวลงจากการขึ้นไปแตะหลัก 100 ของ Brent oil แต่อย่างน้อยๆ ในช่วง 1 เดือนเริ่มเห็นสัญญาณ Funds Flow ต่างชาติไหลเข้าซื้อหุ้นตลาดอินเดียแล้ว ผิดกับที่ก่อนหน้านี้เทขายเรื่อยมา
Alternative Assets : ดูเหมือนทั้ง GOLD / Bitcoin จะไม่ทำจุดต่ำสุดใหม่ในช่วงที่ผ่านมาและดูแนวโน้มมีแรงซื้อคืนหลังความกังวลการขึ้นดอกเบี้ยชะลอลงไป แผนการเก็บสะสมทองคำและ Bitcoin ยังคงมีทั้งแบบ DCA และจับจังหวะต่อไป เพื่อคงสัดส่วนทองคำ ไม่เกินอย่างละ 15% และ 10% เมื่อราคาปรับลดลง
Income : ยังคงกรอบสินทรัพย์เพื่อการสร้างรายได้ประจำจากการปันผล โดยนิยามสินทรัพย์ที่ปันผลมากกว่า 3.5% ต่อปี (ที่ระดับ 20-25% ของสินทรัพย์เพื่อการลงทุนรวม (Portfolio ส่วนตัวกองทุนที่เน้นปันผลเลือกเป็น K-USXNDQ-A(D))
อัตราแลกเปลี่ยน USD/THB : ไม่น่าแข็งค่า หรือ อ่อนค่าอย่างรวดเร็ว หลังจากผลการประชุมของกนง.ที่มีมติคงดอกเบี้ยนโยบายไว้และน่าจะยังคงดอกต่อไปยันสิ้นปี ทำให้กองทุนประเภท Unhedged ยังคงน่าสนใจกว่า แม้บาทจะแข็งค่าขึ้น หากอัตราแลกเปลี่ยนค่อนข้างนิ่ง เพื่อลด Hedging cost มองว่ายังอยู่ในกรอบ 32.75-33.50 บาท
📌 แผน DCA ส่วนตัว (เริ่ม Jun 2026 เป็นต้นไป)
🇺🇸K-USXNDQ-A(D) : 30%
🇺🇸KKP NDQ100-UH-E : 10%
🇺🇸KKP TECH RMF-H : 15%
🇯🇵SCBNK225E : 5%
🇪🇺SCBEUEQE : 5%
🇹🇭K-TNZ-ThaiESG : 10%
🟡GOLD NOW : 10%
SCBGOLDHRMF : 5%
₿BTC : 10%
🎯หลักการ
สัดส่วนหุ้น 75% Gold 15% BTC 10%
สัดส่วนตามประเทศ มากสุดที่ US 55%
สัดส่วนสินทรัพย์ให้ปันผลที่ 30%
เน้น DM เป็นหลักในการ DCA : US + EU + JP
มี EM แค่ TH เนื่องจากใช้ผลประโยชน์ทางภาษี
DM = Developed Market
EM = Emerging Market
ในส่วนของ ThaiESG ข้างต้นนี้
เป็นการ DCA ที่มีน้ำหนักราว 40%
ที่เหลือคือ Timing จับจังหวะ 60%
สำหรับกองทุนสินทรัพย์อื่นๆ เช่น จีน อินเดีย ฯลฯ
หรือ Thematic อื่นๆ ใช้การซื้อแบบจับจังหวะ
โดยการแบ่งไม้ซื้อเมื่อราคามีการย่อตัว
กรณี Base case คาดการณ์ (45%)
ผลตอบแทนคาดหวัง (ต่อปี) +9 ถึง +13%
Max drawdown: 15–22%
กรณี Worst case คาดการณ์ (25%)
ผลตอบแทนคาดหวัง (ต่อปี) -10 ถึง -20%
Max drawdown: 30–40%
📌หมายเหตุ
1. สินทรัพย์ที่แสดงในบทความนี้ ไม่ได้มีจุดประสงค์แนะนำให้ซื้อหรือขาย เป็นเพียงการนำเสนอข้อมูลที่ได้จากกราฟ
2. การลงทุนตัดสินใจในสินทรัพย์แต่ละประเภท เป็นดุลยพินิจของผู้อ่านเอง
3. กองทุน/ETF ที่นำเสนอในบทความ เป็นตัวอย่างเพื่อใช้ประกอบอ้างอิงกับสินทรัพย์นั้นๆ ไม่ใช่ตัวเลือกที่ดีที่สุดหรือมีตัวเลือกเดียวที่เห็นเท่านั้น ผู้อ่านสามารถสืบค้นข้อมูลเพิ่มเติมกองทุนหรือETF นอกเหนือจากตัวอย่างในบทความนี้ได้
4. บทความนี้ไม่มีข้อมูลเชิงพื้นฐานมาเกี่ยวข้อง
Disclamier : การเปิดเผยข้อมูลนี้เป็นเพียงความเห็นการลงทุนส่วนบุคคล เพื่อความโปร่งใสในฐานะผู้แนะนำการลงทุน มิใช่การชี้นำหรือให้คำแนะนำในการซื้อขายหลักทรัพย์แต่อย่างใด ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน ผลการดำเนินงานในอดีตมิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต โดยผู้จัดทำไม่มีส่วนรับผิดชอบต่อความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นจากการนำข้อมูลนี้ไปใช้ในการลงทุน
อัศวิน ชมจิตต์
ที่ปรึกษาการเงิน AFPT : เลขคุณวุฒิ AFPT260030
เลขที่ใบอนุญาตผู้แนะนำการลงทุน : 139388
Finnomena
โฆษณา