8 ส.ค. เวลา 05:00 • ข่าว

สื่อต่างชาติพูดอะไรบ้าง กรณีเหตุกราดยิงฯ

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น นอกจากจะสร้างความตื่นตระหนกในไทยอย่างมากแล้ว สื่อและสำนักข่าวต่างชาติ ก็เกาะติดเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแช่นกัน มีสื่อหลายสำนักทั้งจากฝั่งเอเชียและตะวันตก รายงานเหตุการณ์กราดยิงดังกล่าว
เริ่มจากสื่อฝั่งตะวันตกอย่าง CNN และ Reuters ได้บรรยายเหตุการณ์น่าสลดที่เกิดขึ้น ซีเอ็นเอ็นนำเสนอข่าวผู้ก่อเหตุเป็นวัยรุ่นชาย ซึ่งได้ก่อเหตุยิงปู่และย่าของตนเองเสียชีวิตที่บ้านพัก ก่อนที่จะเดินทางไปก่อเหตุกราดยิงต่อที่โรงเรียน ทำให้มีเพื่อนนักเรียนและครูเสียชีวิต โดยสิ่งที่ทั้งสองสื่อพูดตรงกันคือการตั้งคำถามถึงสิทธิ์การเข้าถึงอาวุธปืนในประเทศไทย ว่าเป็นส่วนหนึ่งของเหตุสลดที่เกิดขึ้น
The Guardian ถ่ายทอดบทสัมภาษณ์ของ "พร้อมพงศ์ นามวงศ์" ครูสอนภาษาอังกฤษของโรงเรียน ที่เล่าถึงวินาทีที่นักเรียนวิ่งหนีตายมาหลบในห้องเรียน ข่าวบรรยายสภาพพื้นที่เกิดเหตุที่เต็มไปด้วยรองเท้านักเรียนถูกทิ้งไว้เกลื่อนกลาดตามบันไดและโรงอาหารเนื่องจากต้องวิ่งหนีเอาชีวิตรอด ผู้ก่อเหตุใช้ปืนของปู่ยิงไปอย่างน้อย 26 นัดและพบกระสุนสำรองอีก 34 นัด
กระทรวงสาธารณสุขรายงานว่ามีผู้บาดเจ็บสาหัส 9 ราย นอกจากนี้ยังมีการเชื่อมโยงถึงเหตุการณ์กราดยิงที่ จ.หนองบัวลำภู ในปี 2022 เพื่อชี้ให้เห็นถึงวิกฤตความรุนแรงจากปืนในไทย
BBC News เน้นการรายงานสถานการณ์ควบคู่ไปกับท่าทีของรัฐบาล โดยอ้างอิงถึงนายกรัฐมนตรี ที่ส่งเจ้าหน้าที่ระดับสูงลงพื้นที่และสั่งการให้ดูแลเหยื่ออย่างเต็มที่ พร้อมให้คำมั่นว่าจะผลักดันกฎหมายควบคุมอาวุธปืนที่รัดกุมขึ้น นอกจากนี้ยังมีรายงานข้อมูลจากการตรวจสอบคอมพิวเตอร์ของผู้ก่อเหตุพบว่า มีการดาวน์โหลดและดูคลิปวิดีโอเหตุกราดยิงในต่างประเทศมาล่วงหน้าประมาณ 1 สัปดาห์ ซึ่งบ่งชี้ว่าอาจมีการวางแผนมาก่อน
ส่วนสื่อในฝั่งเอเชีย Al Jazeera อ้างอิงคำให้สัมภาษณ์ของผู้อยู่ในเหตุการณ์ โดยกล่าวว่า "ได้ยินเสียงปัง ปัง ปัง แล้วก็เงียบไป ก่อนจะเริ่มดังขึ้นอีก" ประเด็นสำคัญที่ข่าวนี้นำเสนอคือเรื่องกฎหมายอาวุธปืน โดยระบุว่าแม้ไทยจะมีกฎหมายเข้มงวด แต่ประเมินว่ามีอาวุธปืนในประเทศถึง 10.3 ล้านกระบอก และราว 40% เป็นปืนเถื่อน ซึ่งคาดว่าจะนำไปสู่ข้อถกเถียงเรื่องการควบคุมอาวุธปืนครั้งใหญ่
Nikkei Asia หลีกเลี่ยงการนำเสนอความรุนแรงในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยรายงานยอดผู้เสียชีวิตรวม 7 รายในเบื้องต้น และหยิบยกประเด็นที่ว่า เหตุการณ์ความรุนแรงจากอาวุธปืน (Gun Violence) แบบนี้เป็นเรื่องที่ผิดปกติและสร้างความตกตะลึงให้กับสังคมไทย รวมถึงอาจมีการอ้างอิงไปถึงสถิติการครอบครองอาวุธปืนของประเทศไทยที่ค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ ในเอเชีย
ปิดท้ายด้วย Xinhua รายงานข่าวนายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล ลงพื้นที่แถลงข่าวที่โรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี อำเภอบางกรวย โดยยืนยันยอดผู้เสียชีวิตที่ 8 ราย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บมากกว่า 30 ราย ในจำนวนนี้มี 9 รายที่อาการสาหัส
นอกจากนี้ Xinhua ยังรายงานมูลเหตุจูงใจ จากการตรวจสอบคอมพิวเตอร์ของผู้ก่อเหตุ ตำรวจพบว่ามีการค้นหาข้อมูลและศึกษาเกี่ยวกับคดีกราดยิงในโรงเรียนของสหรัฐอเมริกามาก่อน และมีการเปิดเผยบทสัมภาษณ์ของคนที่อ้างว่าเป็นเพื่อนของผู้ก่อเหตุ โดยยืนยันว่าเขามีความเครียดและกดดันสูงมาก มีการเตรียมการมาเป็นอย่างดี และถึงขั้นโพสต์รูปปืนที่จะใช้ลงในโซเชียลมีเดียก่อนเกิดเหตุ
โดยในช่องคอมเม้นต์ของแต่ละสื่อ ก็มีผู้ใช้มากล่าวแสดงความเสียใจต่อสิ่งที่เกิดขึ้น เช่น ชาวเวียดนาม ชาวฟิลิปินส์ พร้อมกับพูดถึงเหตุการณ์ในลักษณะคล้ายกันในแต่ละประเทศ
และที่น่าสนใจที่สุด คือไม่มีสื่อต่างประเทศเจ้าไหน กล่าวหาว่า "เกม" คือต้นเหตุของเหตุสลดที่เกิดขึ้น
อ้างอิง
โฆษณา