8 ส.ค. เวลา 15:41 • หนังสือ

บทที่ 86 อายุเกิน 25 ก็เท่ากับ 65

ขณะที่เย่หลิ่นกำลังเล่นไพ่ จู่ ๆ ก็ถามสามคนที่นั่งว่าง ๆ อยู่ทางฝั่งนี้ว่า
“ฉันมีคำถามหนึ่ง”
เถาซิงอ๋างถามกลับ “อะไร?”
เย่หลิ่นว่า “ทำไมนายถึงคอยแขวะทุกคนที่เจอ แต่กลับตามใจคุณหนูเสิ่นนัก?”
เถาซิงอ๋างทำหน้างุนงง “หา? ฉันไปแขวะใคร?”
เย่หลิ่นว่า “ฟางจิ่นไง พวกนายเจอกันทีไรก็ต้องกัดกันทุกที”
เถาซิงอ๋างเบะปาก
เย่หลิ่นจู่ ๆ ก็ถามอย่างมีเจตนาไม่ดีว่า “อะไร นายเคยแอบชอบคุณหนูเสิ่นหรือไง?”
เถาซิงอ๋างกลอกตาใส่ทันที “นายอยากตาย แต่ฉันยังอยากมีชีวิตอยู่อีกหลายปีนะ”
ก่อนที่เซี่ยอี๋เหยียนจะฆ่าเขา เผยอวิ๋นเหลี่ยนก็คงมอบจุดจบแบบทรมานจนตายให้เขาแล้ว
“ตั้งแต่เด็ก เสิ่นเจาหลี่ก็มีพลังบางอย่างอยู่แล้ว”
ทุกคนเงียบลง ตั้งใจฟัง
“พวกผู้ใหญ่ในบ้าน คุณครูที่โรงเรียน ล้วนชอบเธอทั้งนั้น ถ้าสนิทกับเธอก็จะใช้ชีวิตได้อย่างราบรื่น แต่ฟางจิ่นน่ะตรงกันข้ามเลย!”
เติ้งเหมี่ยวมองเสิ่นเจาหลี่ด้วยสายตาราวกับพี่สาวกำลังมองน้องสาว
“ใช่แล้ว เจาหลี่ของพวกเราน่ารักว่านอนสอนง่ายที่สุด”
โทรศัพท์ของเสิ่นเจาหลี่ดังขึ้น เธอรับสาย ส่วนสายตาของเผยอวิ๋นเหลี่ยนก็ทอดมองเธออย่างเงียบ ๆ
เผยอวิ๋นเหลี่ยนไม่ชอบให้เสิ่นเจาหลี่หลบไปคุยโทรศัพท์ที่อื่น ดังนั้นเสิ่นเจาหลี่จึงรับสายต่อหน้าทุกคนโดยตรง
สวีซุ่ยพูดอะไรบางอย่างจากปลายสายจนจบ เสิ่นเจาหลี่จึงตอบอย่างกระชับว่า
“ให้สายลับที่เราจัดเตรียมไว้ไปเอาหลักฐานว่าพวกเขาหลบเลี่ยงภาษีมา แล้วแจ้งความกลับไปตรง ๆ เลย”
สวีซุ่ยพูดอะไรอีกสองสามประโยค
เสิ่นเจาหลี่ยังคงไร้สีหน้า พูดไม่มาก แต่ทุกคำล้วนตรงจุดและเฉียบคม
สีหน้าของเธอไม่ได้เย็นชา หากแต่สงบนิ่ง ดูราวกับเป็นสีหน้าที่เธอเห็นอยู่บ่อย ๆ บนใบหน้าของเผยอวิ๋นเหลี่ยน
บางทีอาจเป็นเพราะจูบกันบ่อยเข้า หรือบางทีคนที่อยู่ในตำแหน่งสูงก็มักมีอะไรคล้าย ๆ กัน
เติ้งเหมี่ยวหัวเราะแห้ง ๆ
“เจาหลี่ของพวกเราฉลาดที่สุดแล้ว”
เสิ่นเจาหลี่เพิ่งนึกขึ้นได้ว่าเมื่อครู่เติ้งเหมี่ยวเพิ่งพูดว่าเธอว่านอนสอนง่าย แต่สายโทรศัพท์นี้เข้ามาอย่างกะทันหันเกินไป
เธอหัวเราะแห้ง ๆ
“ก็แค่การแข่งขันอย่างยุติธรรมเท่านั้นเอง”
ในสงครามทางธุรกิจ ก็ต้องใช้วิธีสกปรกสารพัดรูปแบบบ้าง จะได้ไม่เสียเวลาและทรัพยากรไปเปล่า ๆ
เซี่ยอี๋เหยียนคิดในใจว่า การแทรกสายลับเข้าไปแบบนี้ ช่างเป็นวิธีที่ร้ายกาจเกินไปจริง ๆ
แต่ในวินาทีต่อมา เขาก็ได้ยินเสิ่นเจาหลี่กำลังอบรมเถาซิงอ๋าง
“ตลาดโดรนมือสองของนายจะจัดการให้มันดี ๆ หน่อยไม่ได้หรือไง ถ้าจัดการไม่ไหวก็รีบเอาคืนมาแต่เนิ่น ๆ เลย ฉันต้องคอยตามเช็ดตามล้างให้นายทุกวัน น่ารำคาญจะตายอยู่แล้ว!”
เซี่ยอี๋เหยียนรู้สึกเสียหน้า จึงยกมือขึ้นปิดตา พยายามลดการมีตัวตนของตัวเองให้ต่ำที่สุด
เผยอวิ๋นเหลี่ยนวางไพ่หนึ่งใบลงบนโต๊ะ
“คุณชายเซี่ยเป็นอะไรไป เจ็บตาหรือ?”
“ฉันจำได้ว่าฉันบอกเหล่าเซี่ยแล้วนี่ ให้เขาช่วยดูแลแทนฉัน หรือว่าฉันคิดไว้แล้ว แต่ไม่ได้พูดออกไป?”
เสิ่นเจาหลี่กับเติ้งเหมี่ยวพูดขึ้นพร้อมกัน
“ก็มีความเป็นไปได้นะ!”
คำถามที่เย่หลิ่นเป็นคนตั้งได้รับการพิสูจน์อย่างสมบูรณ์
อะไรคือว่านอนสอนง่าย อะไรคือเด็กเรียนดี ล้วนเป็นเพียงภาพลักษณ์ทั้งนั้น
เนื้อแท้ของเสิ่นเจาหลี่ไม่ต่างจากจอมมารอย่างเผยอวิ๋นเหลี่ยนเลย
ภายนอกดูสบาย ๆ ไม่สะทกสะท้าน แต่ความจริงแล้วร้ายกาจถึงกระดูก!
ใครก็ตามที่ไปหาเรื่องเธอเข้า นั่นเรียกว่าเตะโดนแผ่นเหล็กที่ห่อด้วยสายไหมจริง ๆ
พอหันศีรษะไป ก็เห็นสายตาของเผยอวิ๋นเหลี่ยนที่ทอดมองเสิ่นเจาหลี่ แฝงไปด้วย...ความชื่นชม!
บางทีแค่เสิ่นเจาหลี่หายใจ เผยอวิ๋นเหลี่ยนก็คงรู้สึกว่าเธอมีฝีมือร้ายกาจแล้วกระมัง
คู่รักเฮงซวยเอ๊ย
เย่หลิ่นโยนไพ่ลงบนโต๊ะทันที ก่อนจะวิ่งไปหาเติ้งเหมี่ยว คุกเข่าลงข้างตัวเธอ กอดเอวเธอแล้วเอาศีรษะถูไถกับเสื้อของเธอ
“เหมียวเหมี่ยว”
เซี่ยอี๋เหยียนเหน็บแนมว่า
“นายเรียกพวกเรามาบ้านนาย เพื่อให้พวกเราดูท่าทางเหมือนหมา แต่ร้องเสียงเหมือนแมวงั้นเหรอ?”
ในเรื่องการพูดเหน็บแนมคนอื่น เถาซิงอ๋างกับเซี่ยอี๋เหยียนเรียกได้ว่าเหมาะสมกันราวกับกิ่งทองใบหยก
เถาซิงอ๋างปรบมือ ก่อนลุกขึ้น
“กลับบ้าน ๆ”
เย่หลิ่นพูดดีทุกอย่างเพื่อรั้งทุกคนเอาไว้ จากนั้นก็ตั้งใจจะโชว์ฝีมือของตัวเอง แล้วมุดหัวเข้าไปในครัว
เซี่ยอี๋เหยียนกับเผยอวิ๋นเหลี่ยนรู้จักเย่หลิ่นดี ทั้งสองจึงยืนมองอยู่ในครัว
ทันทีที่อาหารจานแรกถูกยกออกมา เซี่ยอี๋เหยียนก็ถึงกับแกล้งทำท่าอาเจียนออกมา
เขาชี้ไปยังสิ่งที่ดำไหม้เป็นก้อนอยู่ในจานแล้วพูดว่า
“เย่หลิ่น นายมาบ้านพวกเราเป็นแขก ฉันไม่เคยต้อนรับนายแบบนี้เลยนะ นายจะตอบแทนบุญคุณด้วยการทำร้ายกันแบบนี้ไม่ได้!”
ปฏิกิริยาของเผยอวิ๋นเหลี่ยนไม่ได้รุนแรงเท่าไรนัก เย่หลิ่นจึงมองเขาด้วยสายตาเปี่ยมความคาดหวัง
เผยอวิ๋นเหลี่ยนเหลือบมองเพียงแวบเดียวแล้วพูดเรียบ ๆ ว่า
“ตาบอดไปนิดหน่อย”
จากนั้นเขาก็คลำทางไปข้างหน้า แล้วเดินออกจากห้องครัวไป
“ฉันยอมแพ้จริง ๆ!”
เย่หลิ่นสบถออกมาหนึ่งคำ ก่อนจะเทอาหารลงถังขยะ
เซี่ยอี๋เหยียนยิ้มกริ่มแล้วพูดว่า
“เร็วเข้า ให้พ่อครัวบ้านนายรีบทำอาหารได้แล้ว ฉันหิวจนจะตายอยู่แล้ว”
เย่หลิ่นถลึงตามองเขา ใบหน้ามืดครึ้ม
“อดตายไปเลยไป”
ยังดีที่พ่อครัวเตรียมพร้อมเอาไว้แต่แรก จัดการวัตถุดิบทุกอย่างไว้เรียบร้อยแล้ว ไม่อย่างนั้นคงได้มีคนอดตายกันจริง ๆ สองคน
หลังจากกินข้าวเสร็จ ทุกคนก็แยกย้ายกลับบ้าน
ด้านนอกฝนเริ่มตกลงมา เป็นฝนปรอย ๆ ไม่ได้ตกหนักอะไร เสิ่นเจาหลี่ยื่นมือไปหาเผยอวิ๋นเหลี่ยนอย่างเป็นธรรมชาติ
เผยอวิ๋นเหลี่ยนอดหัวเราะไม่ได้ น้ำเสียงเต็มไปด้วยความเอ็นดู
“คุณหนูนี่บอบบางจริง ๆ!”
จากนั้นเขาก็ย่อตัวลงต่อหน้าทุกคน เสิ่นเจาหลี่ขึ้นขี่หลังเขา และถูกเขาแบกขึ้นมา
เติ้งเหมี่ยวยื่นร่มให้เสิ่นเจาหลี่ เธอรับมาแล้วส่งต่อให้เผยอวิ๋นเหลี่ยน เผยอวิ๋นเหลี่ยนรับร่มไปแล้วพูดว่า
“คุณผู้หญิง มือผมเพิ่งหายดีเองนะ”
เสิ่นเจาหลี่วางคางลงบนไหล่เขา
“หายดีแล้วไม่ใช่เหรอ?”
“อืม”
“ฉันไม่ชอบถือร่ม มือมันเมื่อย”
“งั้นลงมาเดินเองไหม?” เผยอวิ๋นเหลี่ยนพูดก็จริง แต่ไม่ได้คลายมือที่ประคองขาเธอออกเลย
เสิ่นเจาหลี่กอดไหล่เขาแน่น
“ไม่เอา เดินแล้วรองเท้าจะเปียก รองเท้าคู่นี้เพิ่งทำใหม่”
เผยอวิ๋นเหลี่ยนเหยียบย่ำลงบนพื้นด้วยรองเท้าสั่งตัดพื้นหนังแกะ ก่อนก้าวเข้าสู่ม่านฝน
“ได้”
เสียงของเสิ่นเจาหลี่ดังชัดเจนท่ามกลางม่านฝนที่ปกคลุมไปด้วยหมอก
“เผยอวิ๋นเหลี่ยน นายมีเจตนาคิดก่อกบฏนะ”
“ไม่กล้าหรอกครับ”
“ไม่กล้า? งั้นแปลว่าในใจคิดอยู่สินะ!”
“ไม่มีทางเด็ดขาด”
“แล้วถ้าวันหนึ่งเรียนรู้ขึ้นมาล่ะ?”
เผยอวิ๋นเหลี่ยน: “……”
เผยอวิ๋นเหลี่ยนคิดว่า การงอแงอย่างไร้เหตุผลก็เป็นเครื่องปรุงรสของชีวิตอย่างหนึ่ง และเขาชอบมันมาก
ท่ามกลางสายฝนพรำ เผยอวิ๋นเหลี่ยนนึกถึงตอนที่พวกเขาไปไหว้บรรพบุรุษเมื่อปีที่แล้ว
ฝนวันนั้นไม่ได้ตกหนักเท่าวันนี้ แต่เพราะเป็นฤดูหนาวจึงมีไอเย็นยะเยือก เขาแบกเธอขึ้นหลังท่ามกลางเสียงปฏิเสธซ้ำแล้วซ้ำเล่าของเธอ
มุมปากของเขายกขึ้นเล็กน้อย
เมื่อกลับถึงบ้าน เผยอวิ๋นเหลี่ยนนั่งขดตัวอยู่บนโซฟาบีนแบ็กตัวโปรดที่เสิ่นเจาหลี่มักนั่ง จัดการงานไปด้วย
ส่วนเสิ่นเจาหลี่อาบน้ำเสร็จแล้ว กำลังนอนคว่ำอยู่บนเตียง เล่นเกมเล็ก ๆ แบบออฟไลน์ที่ดูเด็ก ๆ อยู่
เธอสวมชุดนอน ขาทั้งสองข้างเกี่ยวกันไว้ แกว่งไปมาเป็นจังหวะ
ทั้งที่อยู่ห่างจากเผยอวิ๋นเหลี่ยนพอสมควร แต่สายตาของเขากลับอดมองไปทางนั้นไม่ได้
จู่ ๆ โทรศัพท์ของเสิ่นเจาหลี่ก็ดังขึ้น
ฟางจิ่นเป็นคนโทรมา
ทันทีที่เสียงเรียกเข้าดังขึ้น เผยอวิ๋นเหลี่ยนก็ปิดคอมพิวเตอร์แล้วมานั่งลงข้างเตียงเช่นกัน
“ฉันมีเรื่องจะถามเธอหน่อย”
ฟางจิ่นน้อยครั้งนักที่จะพูดด้วยน้ำเสียงจริงจังขนาดนี้
เผยอวิ๋นเหลี่ยนตบเบา ๆ ลงบนขาท่อนล่างของเสิ่นเจาหลี่
เสิ่นเจาหลี่หันกลับมามองเขา เลิกคิ้วขึ้นอย่างไม่เข้าใจว่าเขาต้องการอะไร
เผยอวิ๋นเหลี่ยนขยับปากพูดสองคำ
เสิ่นเจาหลี่เข้าใจทันที
เปิดลำโพง
อย่างไรเสียเผยอวิ๋นเหลี่ยนก็ได้ยินเธอคุยโทรศัพท์อยู่แล้ว อีกทั้งเขายังเป็นคนเจ้าแผนการ แค่คิดนิดเดียวก็คงเดาได้ว่าปลายสายกำลังพูดอะไร
เสิ่นเจาหลี่กดเปิดลำโพง
“อืม ว่ามาสิ”
ฟางจิ่นถามว่า
“ฉันถามเธอหน่อย ผู้ชายนี่พออายุเกินยี่สิบห้าก็เท่ากับหกสิบห้าจริงไหม?”
“หา?”
เสิ่นเจาหลี่ไม่เข้าใจความหมายของฟางจิ่น
“ยี่สิบห้ากับหกสิบห้าหมายถึงอะไร?”
มือของเผยอวิ๋นเหลี่ยนบีบข้อเท้าที่วางไขว้กันอยู่ของเธอ
เสิ่นเจาหลี่หันกลับไปมองเขาอีกครั้ง ไม่รู้ว่าผู้ชายคนนี้กำลังมาก่อกวนอะไรอีก
ฟางจิ่นพูดประโยคที่ทำให้คนตกใจตายได้โดยไม่สะทกสะท้าน
“ก็สมรรถภาพทางกาย ความอึด ความทนบนเตียงไง ใช้แทนอายุ!”
เสิ่นเจาหลี่คิดว่า ตัวเองก็ไม่ใช่ผู้ชายเสียหน่อย
“แล้ว...เธอมาถามฉันทำไม?”
เผยอวิ๋นเหลี่ยนดึงชายชุดนอนของเธอขึ้น พร้อมพูดอย่างผิดหวังว่า
“ใส่อยู่จริง ๆ ด้วย”
“เพราะเมื่อวานฉันนอนกับผู้ชายที่อายุเกือบสามสิบคนหนึ่ง แล้วพบว่าเขาไม่ค่อยไหว”
ทันทีที่ฟางจิ่นพูดจบ เสิ่นเจาหลี่ก็อ้าปากค้าง
เธออยากบอกเหลือเกินว่า เรื่องของผู้ชายคนอื่น เธอไม่ได้สนใจสักนิด
“ผู้ชายของเธอก็เกือบสามสิบแล้วไม่ใช่เหรอ ฉันเลยอยากถามเธอว่า ผู้ชายส่วนใหญ่เป็นแบบนี้กันหมดหรือเปล่า?”
เสิ่นเจาหลี่แก้ให้โดยไม่รู้ตัว
“เขาเพิ่งยี่สิบแปดเอง”
เสิ่นเจาหลี่รู้สึกได้ว่าผู้ชายวัยยี่สิบแปดกำลังดึงขอบกางเกงชั้นในของเธอ
“ยี่สิบแปดปีเต็มแล้ว ถ้านับอายุจีนก็ยี่สิบเก้าปี ต่อให้ไม่ต้องปัดเศษก็เกือบสามสิบแล้ว ที่สำคัญคือเขาอายุเกินยี่สิบห้าไปแล้ว”
🖤━━━━━━━━━━━━━━━━━━🖤
🌹 Love Love Story 🌹
◀️ บทก่อนหน้า
▶️ บทถัดไป
🖤━━━━━━━━━━━━━━━━━━🖤
🩶 Love Love 🩶
🥀 ความสัมพันธ์ที่เริ่มต้นจาก "ผลประโยชน์"
🖤 แต่หัวใจ... ไม่เคยยอมเดินตามเงื่อนไขใด
🌙 เมื่อคนสองคนต่างซ่อนด้านมืดของตัวเองไว้ภายใต้รอยยิ้ม
กลับค่อย ๆ ตกหลุมรักกันทีละน้อย จนไม่อาจหันหลังกลับได้
✨ จากการแต่งงานที่เป็นเพียงข้อตกลง...
ค่อย ๆ แปรเปลี่ยนเป็นความผูกพันที่ยากจะตัดขาด
🖤━━━━━━━━━━━━━━━━━━🖤
🖤🥀 แปลไทยโดย Love Love 🥀🖤
💌 หากชื่นชอบผลงาน ฝากกดติดตาม ❤️ กดถูกใจ 👍 แสดงความคิดเห็น 💬 และแชร์ 📤 เพื่อเป็นกำลังใจให้ทีม Love Love ด้วยนะคะ
📌 ผลงานแปลนี้จัดทำขึ้นเพื่อความบันเทิง ห้ามคัดลอก ดัดแปลง ทำซ้ำ หรือนำไปเผยแพร่ต่อ ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน โดยไม่ได้รับอนุญาตจากผู้แปล
🌹 ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปกับเรื่องราวของความรัก ความอบอุ่น และด้านมืดที่ซ่อนอยู่ในหัวใจของตัวละครทุกคน 🖤
โฆษณา